นายกสภามหาวิทยาลัยมหิดล รับฟังผลการดำเนินงานของส่วนงาน (University Council Visit : 2) ครั้งที่ 38/2564 ของคณะเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร

วันที่ 25 สิงหาคม พ.ศ. 2564 ศาสตราจารย์คลินิกเกียรติคุณ นายแพทย์ปิยะสกล สกลสัตยาทร นายกสภามหาวิทยาลัยมหิดล พร้อมด้วย กรรมการสภามหาวิทยาลัยมหิดล รับฟังผลการดำเนินงานของส่วนงาน (University Council Visit : 2) ครั้งที่ 38/2564 ของคณะเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร เพื่อกำหนดเป้าหมาย แผนดำเนินการปีงบประมาณ 2564-2565 และรับฟังผลสำเร็จของการดำเนินงานที่ผ่านมา รวมทั้งการพัฒนาและความท้าทายในอนาคต โดยมี ดร.พัฒนศักดิ์ มงคลวัฒน์ คณบดีคณะเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร พร้อมด้วยผู้บริหารคณะ เข้าร่วมรับฟังความคิดเห็น ผ่านระบบการประชุมออนไลน์ Cisco Webex Meetings โดยมีประเด็นดังต่อไปนี้

การดําเนินงานตามเป้าหมายที่ผ่านมาและคาดว่าจะเกิดขึ้นในอนาคต
1. เสริมสร้างและพัฒนาศักยภาพทุนมนุษย์ ได้แก่ โครงการพัฒนาหลักสูตร ICT+DST+Reskill (Flexi Education)
2. พัฒนาวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิจัย และนวัตกรรม ได้แก่ โครงการสนับสนุนกลุ่มวิจัย Global Collaboration (Germany, Japan, Australia, China, Taiwan) โครงการวิจัยบูรณาการตามความต้องการประเทศ (ด้านสังคมสูงวัย ด้านการแพทย์ ด้านสิ่งแวดล้อม) และโครงการ Intelligent Digital Hub in Medicine
3. ส่งเสริมความเข้มแข็งของเศรษฐกิจกระแสใหม่ ได้แก่ โครงการพัฒนาเศรษฐกิจสร้างสรรค์ด้วย Digital Technology

เป้าหมายที่จะดำเนินการเพิ่มเติมในอีก 2 ปีข้างหน้า
1. พัฒนาสถาบันปัญญาประดิษฐ์มหิดลให้เป็นสถาบันที่โดดเด่น สร้างผลงานที่มีความสำคัญ และมีคุณค่าสูงต่อมหาวิทยาลัยและประเทศชาติ
2. สร้างความร่วมมือกับหน่วยงานภายในมหาวิทยาลัยมหิดล เพื่อการทำงานวิจัยเชิงบูรณาการ โดยเฉพาะทางด้านการแพทย์ให้เข้มแข็งและยั่งยืน
3. พัฒนาความสัมพันธ์และความร่วมมือกับคู่ความร่วมมือระดับนานาชาติ เพื่อพัฒนาโครงการวิจัยร่วมกันและยกระดับความสามารถในการวิจัยของคณะฯ
4. พัฒนาหลักสูตรให้เป็น Flexi Program ที่ทันสมัย คล่องตัวในการปรับเปลี่ยน เป็นที่ต้องการของผู้เรียน และผู้ใช้บัณฑิต
5. พัฒนานักศึกษาให้มีคุณภาพ เป็นบัณฑิตที่พร้อมทำงานจริงได้ทันทีหลังสำเร็จการศึกษา โดยมีการเรียนรู้จากการทำงานจริงกับภาคอุตสาหกรรม (Authentic Learning)
6. สร้างสภาพแวดล้อมและส่งเสริมให้นักศึกษาคิดค้นและพัฒนานวัตกรรมที่นำไปใช้ประโยชน์ได้จริง
7. สนับสนุนการสร้างความสัมพันธ์กับนักศึกษาทุกชั้นปี คณาจารย์ และบุคลากรของคณะ เพื่อให้เกิดความผูกพันและช่วยเหลือเกื้อกูลกันตลอดไป
8. ให้บริการวิชาการหลักสูตรอบรมที่ทันสมัย เป็นประโยชน์ต่อชุมชนและสังคม โดยพัฒนาร่วมกับคู่ความร่วมมือกาคเอกชน / องค์กรชั้นนำด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ
9. จัดทำและร่วมดำเนินการบริการวิชาการที่ตอบสนองเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) ตามเป้าหมายที่ 3 , 4 และ 13
10. จัดทำโครงการพัฒนาเศรษฐกิจสร้างสรรค์ด้วย Digital Technology เพื่อตอบสนองความต้องการของสังคมและประเทศอย่างต่อเนื่อง
11. ส่งเสริมให้คณาจารย์และบุคลากรมีการพัฒนาตนเองเพิ่มพูนความรู้และทักษะใหม่ๆ เพื่อพร้อมรับมือกับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วในยุค Disruption

ทั้งนี้ ที่ประชุมได้กล่าวชื่นชมการดำเนินงานของคณะเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ที่มีการพัฒนาอย่างมาก มีความร่วมมือกับส่วนงานภายในและภายนอกมหาวิทยาลัย รวมทั้งมีเครือข่ายความร่วมมือในระดับนานาชาติ พร้อมทั้งเสนอแนะให้ กำหนดเป้าหมายการสร้างผลงานวิจัย / โครงการของคณะฯ ในรูปแบบ Market-In เพิ่มเติม จัดทำหลักสูตร Flexible Education ที่นักศึกษาสามารถเก็บหน่วยกิตได้ และเสนอเปิดหลักสูตรบูรณาการข้ามศาสตร์ เช่น แพทย์+ไอที รวมทั้งเสนอให้มีหลักสูตร Ph.D by Research เพิ่มมากขึ้น สร้าง Center หรือ Virtual Office ที่มีผู้เชี่ยวชาญและมีประสบการณ์ในการสร้าง Platform ที่ประสบความสำเร็จ เช่น Facebook / Robinhood เพื่อให้นักศึกษาได้เรียนรู้ และสามารถต่อยอดแนวความคิดให้เกิดนวัตกรรมใหม่ๆ รวมถึงกำหนดแนวทางและเป้าหมายการดำเนินงานที่สอดคล้องกับ SDGs ให้ชัดเจนยิ่งขึ้น เพื่อนำไปสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน

นายกสภามหาวิทยาลัยมหิดล รับฟังผลการดำเนินงานของส่วนงาน (University Council Visit : 2) ครั้งที่ 37/2564 ของสถาบันวิทยาศาสตร์การวิเคราะห์และตรวจสารในการกีฬา

วันที่ 23 สิงหาคม พ.ศ. 2564 ศาสตราจารย์คลินิกเกียรติคุณ นายแพทย์ปิยะสกล สกลสัตยาทร นายกสภามหาวิทยาลัยมหิดล พร้อมด้วย กรรมการสภามหาวิทยาลัยมหิดล รับฟังผลการดำเนินงานของส่วนงาน (University Council Visit : 2) ครั้งที่ 37/2564 ของสถาบันวิทยาศาสตร์การวิเคราะห์และตรวจสารในการกีฬา เพื่อกำหนดเป้าหมาย แผนดำเนินการปีงบประมาณ 2564 – 2565 และรับฟังผลสำเร็จของการดำเนินงานที่ผ่านมา รวมทั้งการพัฒนาและความท้าทายในอนาคต โดยมี รองศาสตราจารย์ นายแพทย์ธันย์ สุภัทรพันธุ์ รักษาการแทนผู้อำนวยการ สถาบันวิทยาศาสตร์การวิเคราะห์และตรวจสารในการกีฬา พร้อมด้วยผู้บริหารสถาบันฯ เข้าร่วมรับฟังความคิดเห็น ผ่านระบบการประชุมออนไลน์ Cisco Webex Meetings โดยมีประเด็นดังต่อไปนี้

การดําเนินงานตามเป้าหมายที่ผ่านมาและคาดว่าจะเกิดขึ้นในอนาคต
1. การนำผลงานวิจัยไปใช้ประโยชน์ในสังคมและประเทศชาติ ในโครงการต่อไปนี้
– โครงการร่วมวิจัยและพัฒนาร่วมกันในการวิเคราะห์สารออกฤทธิ์ยับยั้งการพัฒนาการลูกน้ำยุงในกลุ่ม non-nicotine จากกากวัตถุดิบในกระบวนการกลั่นสุราและยาสูบ
– โครงการร่วมวิจัยกับ WADA Accredited Laboratory เป็นการทำงานพัฒนาเทคนิคการวิเคราะห์สารต้องห้าม โดยมีการทำงานวิจัยร่วมกับ Doping Lab IMIM ประเทศสเปน
– โครงการ Transcriptomic responses in blood cells treated with the anabolic agents
– โครงการสังเคราะห์สารมาตรฐานในการตรวจสอบสารต้องห้าม Norclostebol ด้วยทุน PCC
2. การถ่ายทอดองค์ความรู้เรื่องสารต้องห้าม ในโครงการผลิตตำราเรื่องสารตรวจสอบสารต้องห้ามในนักกีฬา และโครงการความร่วมมือทางวิชาการกับมหาวิทยาลัยต่างประเทศ
3. ยกระดับห้องปฏิบัติการให้อยู่ระดับแนวหน้า และคงไว้ซึ่งการรับรองมาตรฐานสากล เช่น โครงการยกระดับ ห้องปฏิบัติการ NDCC และ โครงการพัฒนาระบบสารสนเทศ (LIM)

เป้าหมายที่จะดำเนินการเพิ่มเติมในอีก 2 ปีข้างหน้า
1. ผลิตนักศึกษาที่เป็นที่ต้องการของหน่วยงานต่างๆ
2. ผลิตงานวิจัยที่ตอบโจทย์ความต้องการของภาครัฐและเอกชน
3. มีห้องปฏิบัติการที่มีมาตรฐานระดับสากล อาทิ WADA NATA

ทั้งนี้ ที่ประชุมได้กล่าวชื่นชมการดำเนินงานของสถาบันวิทยาศาสตร์การวิเคราะห์และตรวจสารในการกีฬา พร้อมเสนอแนะให้สถาบันฯ จ้างบุคลากรต่างชาติ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถและยกระดับความเป็นนานาชาติให้กับสถาบันฯ ให้ความรู้ในการเลือกบริโภคอาหาร ผลิตภัณฑ์อาหารเสริม และยาให้แก่นักกีฬา เนื่องจากปัจจุบันมีสารต้องห้ามทางการกีฬาปนเปื้อนอยู่ในอาหารจำนวนมาก พัฒนาการสร้างเสริมสุขภาพในระบบอื่น เช่น การจัดทำ Health Promotion หรือ Health Warning นอกเหนือจากการตรวจสารต้องห้ามทางการกีฬา มีการบูรณาการร่วมกับส่วนงานต่างๆ ภายในมหาวิทยาลัย โดยจัดทำเป็น Virtual Classroom ได้ และวางนโยบายและกลยุทธ์ในการบริหารสถาบันฯ ให้ชัดเจน เพื่อให้เกิดความมั่นคงและยั่งยืนต่อไป

นายกสภามหาวิทยาลัยมหิดล รับฟังผลการดำเนินงานของส่วนงาน (University Council Visit : 2) ครั้งที่ 36/2564 ของมหาวิทยาลัยมหิดล

วันที่ 10 สิงหาคม พ.ศ. 2564 ศาสตราจารย์คลินิกเกียรติคุณ นายแพทย์ปิยะสกล สกลสัตยาทร นายกสภามหาวิทยาลัยมหิดล พร้อมด้วยกรรมการสภามหาวิทยาลัยมหิดล รับฟังผลการดำเนินงานของส่วนงาน (University Council Visit : 2) ครั้งที่ 36/2564 ของมหาวิทยาลัยมหิดล เพื่อกำหนดเป้าหมายแผนดำเนินการ ปีงบประมาณ 2564 – 2565 และรับฟังถึงผลสำเร็จของการดำเนินงานที่ผ่านมา รวมทั้งการพัฒนาและความท้าทายในอนาคต โดยมี ศาสตราจารย์ นายแพทย์บรรจง มไหสวริยะ อธิการบดี มหาวิทยาลัยมหิดล พร้อมด้วยผู้บริหารมหาวิทยาลัยมหิดล เข้าร่วมรับฟังความคิดเห็น ผ่านระบบออนไลน์  โดยมีประเด็นดังต่อไปนี้

การดำเนินงานตามเป้าหมายและแผนการดำเนินการที่ส่วนงานได้เสนอไว้ (ปีงบประมาณ 2563-2564)
1. ยุทธศาสตร์ด้านการวิจัย – สร้าง MU –MRC และกลุ่มนักวิจัยสำเร็จรูปให้ได้ 6 กลุ่ม (Flagship 1)
– พัฒนาและวางระบบศูนย์เครื่องมือวิจัยกลางศาลายา ให้รองรับการทำวิจัย โดยใช้เทคนิคระดับสูง โดยการเพิ่มเครื่องมือที่จำเป็นให้เพียงพอและทันสมัย คล่องตัว
– การเพิ่มการขอทุนจากต่างประเทศ
– แก้ไขระเบียบการบริหารเงินทุนวิจัย
2. ยุทธศาสตร์ด้านการศึกษา
– สามารถเปิดหลักสูตรที่เป็น Flexi Education ได้สำเร็จ (Flagship 2)
– จัดทำ Mahidol University Credit Unit Bank System ได้แล้วเสร็จและสามารถวางระบบเชื่อมโยงกับทุกส่วนงานได้สำเร็จ (Flagship 2)
– วางระบบการพัฒนานักศึกษาให้เป็น Global Talent ผ่านแนวคิด MU-HIDEF ให้แล้วเสร็จ
– ร้อยละ 15 ของหลักสูตรได้รับ International Accreditation
3. ยุทธศาสตร์ด้านการบริการวิชาการ
– มี Platform ระบบบริการวิชาการระดับมหาวิทยาลัย (Flagship 3)
– ผลักดันให้มีนโยบายชี้นำสังคมจากมหาวิทยาลัยมหิดล (Flagship 3)
– หน่วยบริการวิชาการที่ได้รับรองมาตรฐานระดับชาติและนานาชาติ
4. ยุทธศาสตร์ด้านการบริหารจัดการเพื่อการยั่งยืน
– ผลักดันให้มหาวิทยาลัยได้ TQC Plus
– สร้าง Global Talent Platform ด้านการวิจัยให้แล้วเสร็จ (Flagship 4.1)
– อันดับ Green University Ranking ไม่ต่ำกว่าอันดับ 80
– ได้รับการประเมิน ITA อยู่ในระดับ A
– ได้รับการจัดอันดับ THE Impact Ranking ไม่ต่ำกว่าอันดับ 300
– Digital Convergence University มีความสำเร็จถึงร้อยละ 70
– สร้างความเข้มแข็งให้กับ Joint Unit ที่มีอยู่ในปัจจุบันเพื่อตอบโจทย์ Multidisciplinary และ International
– Collaboration กับ Strategic Partner
– จัดตั้ง Mahidol Endowment Fund ให้สำเร็จ (Flagship 4.2)
– จัดตั้ง Ranking Unit
– จัดทำฐานข้อมูล BI ได้ร้อยละ 60
– EBITDA เป็นบวกทุกส่วนงาน

เป้าหมายที่จะดำเนินการเพิ่มเติมในอีก ๒ ปีข้างหน้า ได้แก่
1. ผลักดันอันดับ Ranking ของมหาวิทยาลัยระดับโลก อยู่ในอันดับ 1-100 ของ Subject Ranking สาขา Medicine และ Pharmacy & Pharmacology อยู่ในลำดับที่ 101-200 ของ THE Impact Rankings
2. สนับสนุนให้กลุ่มนักวิจัยสำเร็จรูปผลิตผลงานวิจัยที่มีคุณภาพระดับสูง และได้รับการตีพิมพ์ในวารสาร Q1
3. สนับสนุนผลงานวิจัยตีพิมพ์ทางด้านสังคมศาสตร์ฯ
4. ผลักดันให้หลักสูตรระดับปริญญาตรีของมหาวิทยาลัยได้รับการรับรองตามเกณฑ์มาตรฐานสากล
5. การพัฒนาคุณภาพอาจารย์ตามเกณฑ์ MUPSF
6. มาตรฐานที่ถูกสร้างโดยมหาวิทยาลัย
7. การดำเนินการ Central Operating System
8. ข้อมูลด้านการเงินแบบ Real time
9. การพัฒนาศักยภาพบุคลากร (Talent Management)

ทั้งนี้ ที่ประชุมฯ ได้กล่าวชื่นชมอธิการบดี และทีมบริหารที่ร่วมแรงร่วมใจบริหารมหาวิทยาลัยได้ก้าวหน้าอย่างดียิ่งในทุกพันธกิจ และขอให้มหาวิทยาลัยปลูกฝัง Sustainable Development Goals เพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืนในทุกด้านให้แก่นักศึกษาและบุคลากรทุกระดับ และนำผลงานวิจัยและนวัตกรรมไปใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์ โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์ที่เป็นที่สนใจของตลาดให้ทันต่อความต้องการ เช่น กระชายขาวต้านโควิด ชุดตรวจ Antigen Test Kit และวัคซีน covid-19 เป็นต้น รวมทั้ง การสร้างระบบ/กระบวนการความร่วมมือระหว่างส่วนงานเพื่อผลิตผลงานวิจัยและวิชาการร่วมกัน และดำเนินการแก้ปัญหาความล่าช้าการบริหารจัดการเงินทุนวิจัย พิจารณากฏระเบียบด้านการบริหารจัดการทรัพยากรบุคคล การนับอายุงานจริงตั้งแต่เริ่มปฏิบัติงานในมหาวิทยาลัย จัดตั้งโรงเรียนระดับประถมและมัธยมศึกษา เพื่อเป็นสวัสดิการการศึกษาแก่บุตรหลานของบุคลากร นอกจากนี้ สนับสนุนและเสนอการต่อยอดพัฒนา Application WE MAHIDOL ให้เป็น EDUCATION LIFE และผลักดันให้อาจารย์เข้าสู่ตำแหน่งทางวิชาการมากขึ้น ในระยะเวลา 5 ปีข้างหน้า ทั้งนี้ ควรเพิ่มขีดความสามารถของหน่วยงานที่ดูแลเรื่องตำแหน่งทางวิชาการให้มากยิ่งขึ้น

นายกสภามหาวิทยาลัยมหิดล รับฟังผลการดำเนินงานของส่วนงาน (University Council Visit : 2) ครั้งที่ 35/2564 ของศูนย์จิตตปัญญาศึกษา

วันที่ 9 สิงหาคม พ.ศ. 2564 ศาสตราจารย์คลินิกเกียรติคุณ นายแพทย์ปิยะสกล สกลสัตยาทร นายกสภามหาวิทยาลัยมหิดล พร้อมด้วย กรรมการสภามหาวิทยาลัยมหิดล รับฟังผลการดำเนินงานของส่วนงาน (University Council Visit : 2) ครั้งที่ 35/2564 ของศูนย์จิตตปัญญาศึกษา เพื่อกำหนดเป้าหมาย แผนดำเนินการปีงบประมาณ 2564–2565 และรับฟังผลสำเร็จของการดำเนินงานที่ผ่านมา รวมทั้ง การพัฒนาและความท้าทายในอนาคต โดยมี รองศาสตราจารย์ ดร.ลือชัย ศรีเงินยวง ผู้อำนวยการศูนย์จิตตปัญญาศึกษา มหาวิทยาลัยมหิดล พร้อมด้วยผู้บริหารศูนย์ฯ เข้าร่วมรับฟังความคิดเห็น ผ่านการประชุมออนไลน์ โดยมีประเด็น ดังต่อไปนี้

การดำเนินการตามเป้าหมายที่ผ่านมาและคาดว่าจะเกิดขึ้นในอนาคต
1. สร้างสถาบันนวัตกรรมการเรียนรู้+จิตตปัญญาวาส มหาวิทยาลัยมหิดล
2. พัฒนาหลักสูตรให้เป็น Flexible Education
3. จิตตปัญญาศึกษาควบรวมกับสถาบันนวัตกรรมการเรียนรู้ (แนว PPPO)

เป้าหมายที่จะดำเนินการเพิ่มเติมในอีก 2 ปีข้างหน้า
1. ปรับวิสัยทัศน์ ยุทธศาสตร์ กลยุทธ์ ในการดำเนินการ มุ่งเป้าที่จะดำเนินการเชิงรุกด้วยการเข้าไปมีส่วนร่วมทางสังคม โดยการนำแก่นจิตตปัญญาศึกษา เข้าไปบูรณาการร่วมกับการทำงานผ่านโครงการวิจัยและบริการวิชาการ เช่น
(1) โครงการหยั่งรากจิตตปัญญา สู่สังคมแห่งความสุข
(2) การทำงานผ่านกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) ในการใช้การประเมินเพื่อการพัฒนา (Developmental Evaluation) การศึกษาของเด็กนอกระบบ
(3) โครงการที่ดำเนินการร่วมกับศูนย์คุณธรรม ในการศึกษาและพัฒนากระบวนการรับรององค์กรส่งเสริมคุณธรรม และการศึกษาและพัฒนาโมเดลการสร้างระบบนิเวศมนุษย์เพื่อขับเคลื่อนคุณธรรมในสังคมไทย และ
(4) เผยแผ่ศาสตร์จิตตปัญญาศึกษาผ่านการวิจัย การเรียนการสอน การฝึกอบรมระยะสั้นผ่าน Map Ex, Map C และการบริการวิชาการในลักษณะอื่น ๆ
2. ร่วมกับมหาวิทยาลัยมหิดล วิทยาเขตนครสวรรค์ ดำเนินการให้วิทยาเขตนครสวรรค์เป็น Mindful Campus ขยายสู่สังคมและองค์กรโดยรอบ
3. ขับเคลื่อนศูนย์จิตตปัญญาโดยใช้โอกาสการครบรอบ 15 ปี ของศูนย์ ด้วยแนวคิด สู่การผลิบาน นำความรู้ประสบการณ์ และการพัฒนาคน/เครือข่ายที่ผ่านมา ขับเคลื่อนสังคมวงกว้าง ผ่านกิจกรรมหลัก 5 กิจกรรม คือ
(1) กิจกรรมครบรอบ 15 ปี ศูนย์จิตตปัญญาศึกษา
(2) กิจกรรมชวนให้คนมาภาวนาร่วมกัน ภายใต้ชื่อ “15 ปี จิตตปัญญา พาใจกลับบ้าน”
(3) กิจกรรม Mindful Education เป็นการต่อยอดการขับเคลื่อนงานจิตตปัญญาศึกษาในสถาบันการศึกษาระดับต่างๆ ผ่านกิจกรรมการสร้างเวทีการแลกเปลี่ยนและเครือข่าย Mindful Education
(4) ขยายเครือข่ายการทำงาน เพื่อแลกเปลี่ยนประสบการณ์การจัดการศึกษาและการวิจัยด้าน Contemplative/ Mindful Education ในระดับภูมิภาค ผ่านกิจกรรมการประชุมเสวนาออนไลน์ และ
(5) การจัดงานประชุมวิชาการประจำปีในเดือนกุมภาพันธ์ 2565

ทั้งนี้ ที่ประชุมได้กล่าวชื่นชมและสนับสนุนแนวทางการดำเนินงานของศูนย์จิตตปัญญาศึกษา มีความสำคัญอย่างมากในการพัฒนามนุษย์ให้สมบูรณ์ ควรปลูกฝังและสร้างการรับรู้ด้านจิตตปัญญาศึกษา ตั้งแต่วัยเด็ก และนำองค์ความรู้ที่มีจัดทำเป็น VDO clip เผยแพร่สู่สาธารณะ เพื่อสร้างความตื่นรู้ในตนเอง ยอมรับและเข้าใจผู้อื่น อีกทั้งยังสามารถช่วยลดความตึงเครียดในสถานการณ์วิกฤต COVID-19 ในปัจจุบันได้ รวมทั้งสอดแทรกและบูรณาการองค์ความรู้ด้านจิตตปัญญาศึกษาในทุกหลักสูตร เนื่องจากเป็นเรื่องพื้นฐานที่ทุกศาสตร์ควรมีซึ่งนำไปสู่การสร้างสังคมที่ดีได้ต่อไป

นายกสภามหาวิทยาลัยมหิดล รับฟังผลการดำเนินงานของส่วนงาน (University Council Visit : 2) ครั้งที่ 34/2564 ของโรงเรียนสาธิตนานาชาติ มหาวิทยาลัยมหิดล

วันที่ 9 สิงหาคม พ.ศ. 2564 ศาสตราจารย์คลินิกเกียรติคุณ นายแพทย์ปิยะสกล สกลสัตยาทร นายกสภามหาวิทยาลัยมหิดล พร้อมด้วย กรรมการสภามหาวิทยาลัยมหิดล รับฟังผลการดำเนินงานของส่วนงาน (University Council Visit : 2) ครั้งที่ 34/2564 ของโรงเรียนสาธิตนานาชาติ มหาวิทยาลัยมหิดล เพื่อกำหนดเป้าหมาย แผนดำเนินการปีงบประมาณ 2564- 2565 และรับฟังผลสำเร็จของการดำเนินงานที่ผ่านมา รวมทั้งการพัฒนาและความท้าทายในอนาคต โดยมี รองศาสตราจารย์ ดร.วิริยา ชินวรรโณ ผู้อำนวยการโรงเรียนสาธิตนานาชาติ พร้อมด้วยผู้บริหารโรงเรียน เข้าร่วมรับฟังความคิดเห็น ผ่านระบบการประชุมออนไลน์ Cisco Webex Meetings โดยมีประเด็นดังต่อไปนี้

การดําเนินงานตามเป้าหมายที่ผ่านมาและคาดว่าจะเกิดขึ้นในอนาคต
1. การพัฒนาอาคารสถานที่ และสภาพแวดล้อม โดยพัฒนาห้องเรียน ห้องประกอบการ และปรับปรุงภูมิทัศน์ภายในโรงเรียนให้สอดคล้องกับความต้องการของผู้เรียนและจำนวนนักเรียนที่เพิ่มมากขึ้น
2. การเพิ่มรายวิชาที่ทันต่อยุคสมัย
3. การพัฒนาความเป็นเลิศทางด้านวิชาการ ทั้งการแข่งขันระดับชาติและนานาชาติ เช่น แข่งขันโอลิมปิก วิชาการ โครงการเพชรยอดมงกุฏ เป็นต้น
4. การพัฒนาความร่วมมือกับหน่วยงานต่างประเทศเพิ่มมากขึ้น

เป้าหมายที่จะดำเนินการเพิ่มเติมในอีก 2 ปีข้างหน้า
1. พัฒนาหลักสูตรเพื่อรองรับรูปแบบการจัดการเรียนการสอนแบบผสมผสาน
2. สร้างกิจกรรมใหม่ๆ เพื่อดึงดูดกลุ่มนักเรียนให้มีความสุขกับการเรียนการสอนที่โรงเรียนจัดให้
3. การปรับโครงสร้างค่าธรรมเนียมการศึกษาให้สอดคล้องกับบริบทที่เกิดขึ้นจริงในปัจจุบัน
4. จัดหาแผนคุ้มครองสวัสดิภาพ-อุบัติเหตุสำหรับนักเรียนและผู้ปฏิบัติงานโรงเรียน
5. พัฒนาระบบ IT Infrastructure ในการรับสมัครนักเรียน เพื่อให้ทันสมัยและเหมาะสมกับบริบทในปัจจุบัน

ทั้งนี้ ที่ประชุมได้กล่าวชื่นชมการดำเนินงานของโรงเรียนสาธิตนานาชาติ ในการสอนทักษะความรู้ควบคู่กับทักษะชีวิต การเชื่อมโยงความร่วมมือด้านต่างๆ กับมหาวิทยาลัยมหิดล รวมถึงความสำเร็จของนักเรียนที่สอบเข้าศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษาได้ 100% (ในสาขาวิชาที่หลากหลาย) พร้อมทั้งเสนอแนะให้สร้างความร่วมมือด้านโรงเรียนสาธิตฯ กับสถาบันการแพทย์จักรีนฤบดินทร์ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี ในการขยายหลักสูตรระดับประถมศึกษาและมัธยมศึกษาตอนต้น เพื่อเป็นสวัสดิการแก่บุตรบุคลากร และเสนอให้ทำ Feasibility Study สนับสนุนการวางแผนและการปรับหลักสูตรการเรียนการสอนแบบผสมผสาน จัดการแนะแนววิชาที่เรียนให้กับนักเรียน เพื่อจะได้ทราบว่าเรียนจบไปแล้วสามารถทำงานอะไรได้ในอนาคต โดยที่ มหาวิทยาลัยสามารถช่วยอำนวยความสะดวกแก่โรงเรียน ในการเชื่อมโยงการจัดกิจกรรมต่าง ๆ ในรูปแบบ Virtual และการปรับตัวให้ล้ำหน้าการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว และเรียนรู้ที่จะอยู่กับ COVID-19 แบบ New Normal

นายกสภามหาวิทยาลัยมหิดล รับฟังผลการดำเนินงานของส่วนงาน (University Council Visit : 2) ครั้งที่ 33/2564 ของวิทยาเขตอำนาจเจริญ

วันที่ 6 สิงหาคม พ.ศ. 2564 ศาสตราจารย์คลินิกเกียรติคุณ นายแพทย์ปิยะสกล สกลสัตยาทร นายกสภามหาวิทยาลัยมหิดล พร้อมด้วย กรรมการสภามหาวิทยาลัยมหิดล รับฟังผลการดำเนินงานของส่วนงาน (University Council Visit : 2) ครั้งที่ 33/2564 ของวิทยาเขตอำนาจเจริญ เพื่อกำหนดเป้าหมาย แผนดำเนินการปีงบประมาณ 2564 –2565 และรับฟังผลสำเร็จของการดำเนินงานที่ผ่านมา รวมทั้ง การพัฒนาและความท้าทายในอนาคต โดยมี นายแพทย์สุรพร ลอยหา รองอธิการบดีฝ่ายโครงการจัดตั้งวิทยาเขตอำนาจเจริญ มหาวิทยาลัยมหิดล พร้อมด้วยผู้บริหารวิทยาเขตเข้าร่วมรับฟังความคิดเห็น ผ่านการประชุมออนไลน์ โดยมีประเด็น ดังต่อไปนี้

การดำเนินการตามเป้าหมายที่ผ่านมาและคาดว่าจะเกิดขึ้นในอนาคต
1. ได้รับการไว้วางใจจากกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ให้เป็นศูนย์เทคโนโลยีเกษตรและนวัตกรรม จังหวัดอำนาจเจริญ (AIC :Agritech and Innovation Center) เพื่อสนับสนุนเทคโนโลยีที่สอดคล้องกับวิสัยทัศน์ของจังหวัดอำนาจเจริญ “เมืองธรรมเกษตร”
2. การบูรณาการหลักสูตรการเรียนการสอน และงานวิจัยที่ตอบสนองต่อความต้องการในพื้นที่ และมีนวัตกรรมการแลกเปลี่ยนเรียนรู้งานวิจัยของนักศึกษาในเวทีประชุมวิชาการทั้งในระดับจังหวัดและระดับเขต ความร่วมมือระหว่างวิทยาลัยวิทยาศาสตร์สุขภาพสะหวันเขตต่อเนื่อง 3 ปี ได้รับรางวัลในงานมหกรรมคุณภาพมหาวิทยาลัยมหิดล และได้รับรางวัลการสอนออนไลน์ ประจำปี 2563
3. พัฒนาคุณภาพงานวิจัยให้ได้รับการตีพิมพ์ในระดับสากล ในปี 2563 ตีพิมพ์ผลงานวิจัยในวารสารคุณภาพระดับ Quartile 1 (Top10) จำนวน 3 เรื่อง (ร้อยละ 25) โดยมีผลงานวิจัยที่ได้รับรางวัลผลงานวิจัยดีเด่น จากสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย และกองบริหารงานวิจัย
4. เป็นหน่วยปฏิบัติการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมส่วนหน้า จังหวัดอำนาจเจริญ โดยคำสั่งของกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม มีภารกิจหลักในด้านวิชาการการพัฒนาคุณภาพชีวิตในพื้นที่
5. ความก้าวหน้าของบุคลากรสายวิชาการ ได้รับแต่งตั้งดำรงตำแหน่งทางวิชาการ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ จำนวน 4 คน

เป้าหมายที่จะดำเนินการเพิ่มเติมในอีก 2 ปีข้างหน้า
1. ด้านการวิจัย สนับสนุนทุนวิจัยแก่บุคลากรในโครงการจัดตั้งวิทยาเขตอำนาจเจริญ ส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพให้มีผลงานวิจัยทีสอดคล้อง ต่อการพัฒนาพื้นที่ คุณภาพชีวิตประชาชนในจังหวัดอำนาจเจริญ และเป็นสากล
2. ด้านการเรียนการสอน การปรับปรุงหลักสูตรเพื่อพัฒนาศักยภาพนักศึกษาโดยการบูรณาการการเรียนการสอนแบบสหสาขา และสนับสนุนส่งเสริมให้มีรายวิชาที่เป็น Flexible Program และ Credit Bank พัฒนาหลักสูตรภายใต้มาตรฐาน AUN-QA
3. ด้านการบริการวิชาการ การเสริมสร้างและพัฒนาศักยภาพทุนมนุษย์ โดยร่วมกับสถาบันแห่งชาติเพื่อการพัฒนาเด็กและครอบครัวในการเสริมสร้างความคิดเชิงบริหารสำหรับเด็ก (Executive Function) ในพื้นที่โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนฯ และจัดทำแผนพัฒนาด้านเกษตรโดยใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมภายใต้ศูนย์เทคโนโลยีเกษตรและนวัตกรรม อาทิเช่น การวิจัยผลิตกระชายขาว เป็นต้น
4. การสร้างและขยายเครือข่ายความร่วมมือไปยังประเทศในแถบลุ่มแม่นํ้าโขงด้านวิชาการและการวิจัย เช่น วิทยาลัยวิทยาศาสตร์สุขภาพสะหวันะเขตสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว และสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม Quang TriMedical College, Hue University, The University of Danang

ทั้งนี้ ที่ประชุม ได้กล่าวชื่นชมและสนับสนุนแนวทางการดำเนินงานของวิทยาเขตอำนาจเจริญที่ดำเนินทุกพันธกิจได้เป็นอย่างดีและมีความร่วมมือกับทุกภาคส่วนในพื้นที่ และสนับสนุนการพัฒนาความร่วมมือด้านวิชาการและการวิจัยในแถบลุ่มแม่น้ำโขง ที่ประชุมได้เสนอแนะให้วิทยาเขตเป็น Hub โดยสร้าง “Complete Eco System” เพื่อดึงดูดงบประมาณและเชื่อมโยงความร่วมมือจากภาคเอกชน และภาคส่วนต่าง ๆ รวมทั้งด้านการวิจัย ขอให้ดำเนินการเสนอโจทย์ปัญหาสุขภาพเชิงพื้นที่ การศึกษาด้านสังคมภูมิศาสตร์ สาธารณสุข สิ่งแวดล้อม ICT เพื่อไปสู่การเป็น Smart Farm รวมทั้งการของบประมาณจากแผนงานบูรณาการ Eastern Economic Corridor (EEC) และเสนอการมุ่งเป้าที่ชัดเจน จังหวัดอำนาจเจริญมีจุดเด่นที่จะเป็นเมืองแห่งการศึกษา ด้วยมีทุนสังคมวัฒนธรรม ความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน ผนวกจุดเด่นต่าง ๆ นำภูมิปัญญาท้องถิ่นเป็นต้นแบบ (Model) สร้างผลงานที่มีคุณค่าพัฒนาไปสู่ต่างประเทศ ทั้งนี้ มหาวิทยาลัยพร้อมสนับสนุนทุกพันธกิจ

นายกสภามหาวิทยาลัยมหิดล รับฟังผลการดำเนินงานของส่วนงาน (University Council Visit : 2) ครั้งที่ 32/2564 ของคณะทันตแพทยศาสตร์

วันที่ 5 สิงหาคม พ.ศ. 2564 ศาสตราจารย์คลินิกเกียรติคุณ นายแพทย์ปิยะสกล สกลสัตยาทร นายกสภามหาวิทยาลัยมหิดล พร้อมด้วยกรรมการสภามหาวิทยาลัยมหิดล รับฟังผลการดำเนินงานของส่วนงาน (University Council Visit : 2) ครั้งที่ 32/2564 ของคณะทันตแพทยศาสตร์ เพื่อกำหนดเป้าหมายแผนดำเนินการ ปีงบประมาณ 2564 – 2565 และรับฟังถึงผลสำเร็จของการดำเนินงานที่ผ่านมา รวมทั้งการพัฒนาและความท้าทายในอนาคต โดยมี รองศาสตราจารย์ ดร. นายแพทย์ ทันตแพทย์ศิริชัย เกียรติถาวรเจริญ คณบดีคณะทันตแพทยศาสตร์ พร้อมด้วยผู้บริหารคณะ เข้าร่วมรับฟังความคิดเห็น ผ่านการประชุมออนไลน์ โดยมีประเด็นดังต่อไปนี้

การดำเนินงานตามเป้าหมายที่ผ่านมาและคาดว่าจะเกิดขึ้นในอนาคต
1. หลักสูตรได้รับการรับรองตามมาตรฐาน AUN-QA : 1 หลักสูตร ในระดับปริญญาตรี คือ หลักสูตรทันตแพทยศาสตรบัณฑิต ในปี 2563 และพัฒนาหลักสูตรเพื่อให้ได้รับการรับรองมาตรฐาน AUN-QA ในระดับหลังปริญญาอย่างน้อยหนึ่งหลักสูตร และหลักสูตร ท.บ.นานาชาติรวมถึงการพัฒนาต่อเนื่องให้ได้รับ International Standard และพัฒนาทุกหลักสูตรให้ได้รับมาตรฐาน AUN-QA
2. มุ่งเป้าหมายเพื่อให้ได้รับการรับรองมาตรฐาน Thailand Quality Class (TQC) และ HA ขั้นที่ 3 ของโรงพยาบาลทันตกรรม คณะทันตแพทยศาสตร์ และโรงพยาบาลทันตกรรมมหาจักรีสิรินธร และสร้างมาตรฐานการบริการทางทันตกรรมระดับชาติ
3. Online Courses ร่วมกับส่วนงานในมหาวิทยาลัย เพื่อให้ความรู้ที่เกี่ยวข้องกับการดูแลสุขภาพช่องปากและสุขภาพผู้สูงอายุ
4. ร่วมมือด้านการทำงานวิจัยกับสถาบันชั้นนำในต่างประเทศ
5. WHO CC (Center for Continuing Education and Research) : Minamata Convention; Prevention of Oral Disease

เป้าหมายที่จะดำเนินการเพิ่มเติมในอีก 2 ปีข้างหน้า
1. หลักสูตรได้รับการรับรองตามมาตรฐาน AUN-QA จำนวน 4 หลักสูตร
2. ได้รับการรับรองคุณภาพมาตรฐานโรงพยาบาล 2 โรงพยาบาล และสร้างศูนย์ความเป็นเลิศทางการให้บริการทางทันตกรรม และ digital healthcare
3. ได้รับรางวัลการบริหารสู่ความเป็นเลิศ (TQC) ภายในปี 2566
4. Double degree หลักสูตรปริญญาตรี ทบ. + ปริญญาโทวิศวกรรมศาสตร์ + (ปริญญาโท CMMU)
5. พัฒนางานวิจัยเพื่อสร้างนวัตกรรมที่มีคุณภาพและต่อยอดเชิงพาณิชย์
6. เสริมพลังเครือข่ายความร่วมมือระดับชาติและนานาชาติ
7. Smart Dental Hospital
8. จัดหารถทันตกรรมเคลื่อนที่เพื่อการบริการทางทันตกรรมที่เข้าถึงประชาชนได้สะดวกยิ่งขึ้น

ทั้งนี้ ที่ประชุมฯ ได้กล่าวชื่นชมผลงานที่ชัดเจนทั้งมาตรฐานสากลของหลักสูตรการเรียนการสอน การวิจัย และ การบริการทันตกรรม Smart Dental Hospital โดยสนับสนุนให้คณะฯ เพิ่มการประชาสัมพันธ์ผลงานให้สังคมได้รับทราบมากขึ้น เช่น การจัดทำ Clip VDO นอกจากนี้ ที่ประชุมได้เสนอแนะให้มีการปลูกฝังจิตสำนึกให้นักศึกษาในด้านเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) ส่งเสริมการวิจัยสหวิทยาการ นวัตกรรมทันตกรรมการดูแลสุขภาพช่องปาก และเพิ่มจุดเด่นของผลิตภัณฑ์ และขยายสู่ประโยชน์เชิงพาณิชย์ยิ่งขึ้น เช่น การทำยาสีฟันผสมสมุนไพร เป็นต้น รวมทั้ง ด้านสารสนเทศ เพื่อการบริการผู้ป่วยของโรงพยาบาลทันตกรรมมหาจักรีสิรินธร (ศาลายา) และขอให้คณะฯ ร่วมมือระหว่างส่วนงานบูรณาการด้านการดูแลผู้สูงอายุและกลุ่มเปราะบาง เช่น คณะสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์ และสถาบันแห่งชาติเพื่อการพัฒนาเด็กและครอบครัว เป็นต้น

นายกสภามหาวิทยาลัยมหิดล รับฟังผลการดำเนินงานของส่วนงาน (University Council Visit : 2) ครั้งที่ 31/2564 ของสถาบันสิทธิมนุษยชนและสันติศึกษา

วันที่ 30 กรกฎาคม พ.ศ. 2564 ศาสตราจารย์คลินิกเกียรติคุณ นายแพทย์ปิยะสกล สกลสัตยาทร นายกสภามหาวิทยาลัยมหิดล พร้อมด้วย กรรมการสภามหาวิทยาลัยมหิดล รับฟังผลการดำเนินงานของส่วนงาน (University Council Visit : 2) ครั้งที่ 31/2564 ของสถาบันสิทธิมนุษยชนและสันติศึกษา เพื่อกำหนดเป้าหมาย แผนดำเนินการปีงบประมาณ 2564 – 2565 และรับฟังผลสำเร็จของการดำเนินงานที่ผ่านมา รวมทั้ง การพัฒนาและความท้าทายในอนาคต โดยมี ดร.วัชรฤทัย บุญธินันท์ ผู้อำนวยการสถาบันสิทธิมนุษยชนและสันติศึกษา มหาวิทยาลัยมหิดล พร้อมด้วยผู้บริหารสถาบันเข้าร่วมรับฟังความคิดเห็น ผ่านการประชุมออนไลน์ โดยมีประเด็น ดังต่อไปนี้

การดำเนินการตามเป้าหมายที่ผ่านมาและคาดว่าจะเกิดขึ้นในอนาคต
1. หลักสูตรระดับบัณฑิตศึกษา ผลิตผู้นำการทำงานเพื่อคุ้มครองและส่งเสริมสิทธิมนุษยชน สันติภาพ และการแปลงเปลี่ยนความขัดแย้งโดยสันติวิธีทั้งในประเทศและทวีปเอเชีย เป็นผู้ประสานงานหลักสูตร MA in Human Rights and Democratization ภายใต้ Global Campus of Human Rights ในระดับภูมิภาค Asia-Pacific ตั้งแต่ปี 1559 เป็นต้นมา
2. คณาจารย์ได้รับทุนโครงการวิจัยจากองค์กรทั้งในและต่างประเทศ เพื่อสร้างนวัตกรรมและผลักดันนโยบายสำคัญของประเทศและภูมิภาคอาเซียน โดยเฉพาะการพัฒนาประชาธิปไตย กระบวนการสันติภาพ และการคุ้มครองกลุ่มเปราะบาง มีนวัตกรรมที่จดแจ้งลิขสิทธิ์เป็นสื่อการสอนเรื่องการป้องกันการค้ามนุษย์
3. มีบทบาทสำคัญในการสร้างสันติภาพจังหวัดชายแดนใต้ โดยเฉพาะการสร้างความเข้าใจระหว่างศาสนาและการสร้างความร่วมมือระหว่างภาคประชาสังคม ได้แก่ การส่งเสริมการรวมตัวของชาวพุทธ และการสร้างความร่วมมือระหว่างภาคประชาสังคมและพรรคการเมืองในสี่จังหวัดชายแดนภาคใต้
4. ได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลนอร์เวย์ และเดนมาร์คให้ดำเนินการจัดฝึกอบรมด้านสิทธิมนุษยชนและสันติศึกษาให้กับคณาจารย์และผู้สอนสิทธิมนุษยชนและสันติศึกษาในภูมิภาค ASEAN โดยมีการขยายความร่วมมืออย่างต่อเนื่องในช่วง 4 ปีที่ผ่านมา
5. ได้รับความไว้วางใจให้เป็นสำนักเลขาฯ ของเครือข่ายต่างๆ ในระดับภูมิภาค คือ เครือข่ายมหาวิทยาลัยอาเซียนด้านการศึกษาสิทธิมนุษยชน (ASEAN University Network-Human Rights Education: AUN-HRE) ; โครงการ Strengthening Human Rights and Peace Research and Education in ASEAN/Southeast Asia (SHAPE-SEA) และโครงการศาสนาเพื่อสันติภาพ สภาศาสนสัมพันธ์แห่งประเทศไทย (Religions for Peace, Interreligious Council of Thailand)

เป้าหมายที่จะดำเนินการเพิ่มเติมในอีก 2 ปีข้างหน้า
1. การเสริมสร้างและพัฒนาศักยภาพทุนมนุษย์ มุ่งพัฒนาคุณภาพการจัดการศึกษาแบบ outcome-based education ในระดับบัณฑิตศึกษา และมุ่งส่งเสริมวัฒนธรรมสิทธิมนุษยชนและสันติภาพในวงกว้าง โดยมีแผนปรับปรุงวิชาเลือกระดับปริญญาตรีให้บรรจุอยู่ในหลักสูตร MUGE ของมหาวิทยาลัย
2. สร้างความเป็นธรรมและลดความเหลื่อมล้ำทางสังคม ซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) ได้แก่ เป้าหมายที่ 4, 5,10 และ 16
3. ความร่วมมือระหว่างประเทศเพื่อการพัฒนา ขยายความร่วมมือในการพัฒนาศักยภาพให้บุคลากรทางการศึกษาชาวเมียนมาร์ด้านสิทธิมนุษยชนและสันติศึกษาในปีงบประมาณ 2565

ทั้งนี้ ที่ประชุม ได้กล่าวชื่นชมและสนับสนุนแนวทางการดำเนินงานของ สถาบันสิทธิมนุษยชนและสันติศึกษา ซึ่งเป็นหน่วยงานขนาดเล็กที่มีศักยภาพสูง มีความมุ่งมั่นในการทำงานด้านสิทธิมนุษยชนและสันติศึกษาอย่างเต็มที่ สามารถทำงานขนาดใหญ่ได้ดี มีเครือข่ายความร่วมมือกับหน่วยงานในระดับนานาชาติ รวมทั้งมีการดำเนินงานที่สอดคล้องกับ SDGs และเสนอเพิ่มการดำเนินงานให้ครอบคลุมมิติของ SDGs ยิ่งขึ้น และบูรณาการองค์ความรู้ด้านสิทธิมนุษยชนและสันติศึกษาเข้ากับศาสตร์สาขาต่างๆ เช่น Health Science/Science and Technology เนื่องจากเป็นเรื่องพื้นฐานที่ทุกวิชาชีพควรมี รวมทั้งควรหาคู่ความร่วมมือกับส่วนงานภายในมหาวิทยาลัยเพื่อสร้างผลงาน/นโยบายที่ก่อให้เกิดประโยชน์ ต่อสังคมและประเทศชาติ และเผยแพร่งานวิชาการและนำผลงานวิจัยหรือองค์ความรู้ด้านสิทธิมนุษยชนและสันติศึกษา จัดทำเป็น VDO clip เผยแพร่สู่สาธารณะ

นายกสภามหาวิทยาลัยมหิดล รับฟังผลการดำเนินงานของส่วนงาน (University Council Visit : 2) ครั้งที่ 30/2564 ของสถาบันวิจัยประชากรและสังคม

วันที่ 30 กรกฎาคม พ.ศ. 2564 ศาสตราจารย์คลินิกเกียรติคุณ นายแพทย์ปิยะสกล สกลสัตยาทร นายกสภามหาวิทยาลัยมหิดล พร้อมด้วย กรรมการสภามหาวิทยาลัยมหิดล รับฟังผลการดำเนินงานของส่วนงาน (University Council Visit : 2) ครั้งที่ 30/2564 ของสถาบันวิจัยประชากรและสังคม เพื่อกำหนดเป้าหมาย แผนดำเนินการปีงบประมาณ 2564 – 2565 และรับฟังผลสำเร็จของการดำเนินงานที่ผ่านมา รวมทั้ง การพัฒนาและความท้าทายในอนาคต โดยมี รองศาสตราจารย์ ดร.อารี จำปากลาย ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยประชากรและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล พร้อมด้วยผู้บริหารสถาบันเข้าร่วมรับฟังความคิดเห็น ผ่านการประชุมออนไลน์ โดยมีประเด็น ดังต่อไปนี้

การดำเนินการตามเป้าหมายที่ผ่านมาและคาดว่าจะเกิดขึ้นในอนาคต
1. การวิจัยเชิง Comparative Studies ในพื้นที่ภูมิภาคเอเชียและอื่นๆ ร่วมกับมหาวิทยาลัยชั้นนำของโลก
2. การวิจัยที่เป็น Social Innovation (สหสาขาวิชาและใช้ประโยชน์เพื่อสังคม)
3. ส่งเสริมให้ HAPPINOMETER เป็นที่รู้จักในระดับนานาชาติให้มากขึ้น
4. อย่างน้อย 1 หลักสูตรได้รับการประเมิน AUN-QA ในระดับมหาวิทยาลัย (3.0) และระดับ ASEAN (4.0)
5. งานวิชาการสำหรับวาระครบรอบ 50 ปีการสถาปนาสถาบันฯ (14 พ.ย. 2564)
6. การจัดตั้งศูนย์วิชาการ ASEAN Population and Physical Activity

เป้าหมายที่จะดำเนินการเพิ่มเติมในอีก 2 ปีข้างหน้า
1. ส่งเสริมการต่อยอดการทำงานของ HAPPINOMETER และโครงการที่เกี่ยวข้องกับ HAPPINOMETER โดยเน้นกิจกรรมแบบออนไลน์/hybrid และสร้างศักยภาพนักสร้างสุข
2. ส่งเสริม TPAK ให้เป็น ASEAN Population and Physical Activity Center และ WHOCC
3. หลักสูตรบัณฑิตศึกษาผ่านการประเมิน AUN-QA 3.0 และ ASEAN 4.0
4. พัฒนา Mahidol Migration Center (MMC) เป็นศูนย์วิจัยร่วม (joint research unit) ในระดับนานาชาติ
5. ผลักดันให้ Asian Population Association (APA) เป็นภาคีดำเนินงาน (Implementing partner) ของ UNFPA
6. พัฒนาความร่วมมือในการจัดทำโครงร่างวิจัยขอแหล่งทุนต่างประเทศ โดยมีเป้าหมายให้กาญจนบุรีเป็นพื้นที่ศึกษาและเป็น Social lab
7. ผลักดันให้สถาบันฯ เป็นองค์กรแห่งความสุข (Happy workplace) โดยใช้งานวิจัยของสถาบันฯ เป็นกรอบในการขับเคลื่อน

ทั้งนี้ ที่ประชุม ได้กล่าวชื่นชมและสนับสนุนแนวทางการดำเนินงานสถาบันวิจัยประชากรและสังคม ที่มีเครือข่ายความร่วมมือทางด้านวิชาการและวิจัยระดับนานาชาติ และสถาบันฯ ได้ดำเนินการตามเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) ทั้งเสนอการสร้างความร่วมมือกับส่วนงานต่าง ๆ ภายในมหาวิทยาลัย เพื่อให้เกิดผลงานที่มี Impact สูง รวมถึงเสนอการมีบทบาทชี้นำเชิงยุทธศาสตร์ของประเทศ ด้าน Ageing Society เพื่อรองรับการก้าวเข้าสู่สังคมสูงวัย และสนับสนุน HAPPINOMETER ที่ได้รับการยอมรับจากหลายองค์กร และเสนอให้นำไปใช้เพื่อสร้างเสริมความสุขให้บุคลากรในสถานพยาบาล อีกทั้งการเสนอการนำ AI และการประยุกต์เทคโนโลยีดิจิทัลมาช่วยสนับสนุนในการเก็บข้อมูลการวิจัย ซึ่งปัจจุบันสถาบันวิจัยประชากรและสังคมได้ร่วมกับคณะวิศวกรรมศาสตร์ดำเนินการแล้ว

นายกสภามหาวิทยาลัยมหิดล รับฟังผลการดำเนินงานของส่วนงาน (University Council Visit : 2) ครั้งที่ 29/2564 ของคณะเภสัชศาสตร์

วันที่ 29 กรกฎาคม พ.ศ. 2564 ศาสตราจารย์คลินิกเกียรติคุณ นายแพทย์ปิยะสกล สกลสัตยาทร นายกสภามหาวิทยาลัยมหิดล พร้อมด้วยกรรมการสภามหาวิทยาลัยมหิดล รับฟังผลการดำเนินงานของส่วนงาน (University Council Visit : 2) ครั้งที่ 29/2564 ของคณะเภสัชศาสตร์ เพื่อกำหนดเป้าหมายแผนดำเนินการ ปีงบประมาณ 2564 – 2565 และรับฟังถึงผลสำเร็จของการดำเนินงานที่ผ่านมา รวมทั้งการพัฒนาและความท้าทายในอนาคต โดยมี รองศาสตราจารย์ ภก.สุรกิจ นาฑีสุวรรณ คณบดีคณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล พร้อมด้วยผู้บริหารคณะ เข้าร่วมรับฟังความคิดเห็น ผ่านระบบออนไลน์ โดยมีประเด็นดังต่อไปนี้

การดำเนินงานตามเป้าหมายที่ผ่านมาและคาดว่าจะเกิดขึ้นในอนาคต
1. เปิด Joint Unit ร่วมกับ Institute of Aging and Chronic Disease, U. of Liverpool เพื่อสร้างความเป็นผู้นำการวิจัยด้านเภสัชศาสตร์การชะลอวัยในระดับภูมิภาค
2. ขยายผลความร่วมมือด้านการวิจัยกับภาคเอกชนสู่การนำความรู้ไปใช้ในเชิงพาณิชย์
3. ผลักดันให้วารสารของคณะฯ เข้าสู่ฐานข้อมูล Web of Sciences
4. นำหลักสูตรปริญญาตรีเข้าสู่การรับรองทั้งในระดับภูมิภาค (AUN-QA) และระดับโลก (Accreditation Council of Pharmacy Education – ACPE) เป็นหลักสูตรแรกของไทย
5. เปิดหลักสูตร PharmD (International) เพื่อรองรับการขยายตัวของการศึกษานานาชาติในประเทศและภูมิภาค ซึ่งจะนำไปสู่ international visibility และความมั่นคงทางการเงินในระยะยาว
6. เป็นผู้นำทางวิชาการด้านการพัฒนามาตรฐานคุณภาพยาโดยการทำงานร่วมกับองค์กรระดับโลก (United States Pharmacopoeia – USP) ในโครงการ Promoting Quality Medicine Plus
7. จัดตั้ง ASEAN PharmNet Secretariat Office เพื่อความเป็นผู้นำทางเภสัชศาสตร์ในระดับภูมิภาค และสร้างงานวิจัยที่มี impact ระดับโลกและรวมไปถึงการดึงแหล่งทุนระดับโลกเข้าสู่เครือข่ายและคณะฯ

เป้าหมายที่จะดำเนินการเพิ่มเติมในอีก 2 ปีข้างหน้า ได้แก่
1. ผลงานวิจัยตีพิมพ์เพิ่มขึ้นเป็น 1.5 เรื่อง/คน/ปี และมีจำนวนการอ้างอิงเฉลี่ย 10 ครั้ง/เรื่อง
2. ผลักดันและพัฒนาผลิตภัณฑ์จากสมุนไพรไทยสู่ท้องตลาดทั้งโดยตรงและผ่านความร่วมมือกับพันธมิตร เพื่อสร้างเศรษฐกิจใหม่บนความหลากหลายทางชีวภาพของประเทศ และให้ประชาชนได้ใช้ผลิตภัณฑ์สุขภาพที่มีคุณภาพและปลอดภัย
3. หลักสูตรปริญญาตรีได้รับการรับรองจาก AUN-QA และ ACPE เป็นหลักสูตรแรกของไทย
4. หลักสูตร PharmD (International) เริ่มดำเนินการรับนักศึกษารุ่นแรกในปี พ.ศ. 2566
5. โรงงานยาของคณะเริ่มเปิดดำเนินการปี พ.ศ. 2566
6. ร่วมกับส่วนงานต่างๆ ในมหาวิทยาลัยพัฒนาแพลตฟอร์มกระบวนการคิดค้นและพัฒนายา และผลิตภัณฑ์สุขภาพ (Drug Discovery and Development Platform) ที่ครบวงจร เพื่อยกระดับความสามารถด้านการพัฒนายาและผลิตภัณฑ์สุขภาพของประเทศ

ทั้งนี้ ที่ประชุมฯ ได้กล่าวชื่นชมศักยภาพของคณะเภสัชศาสตร์ที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยการเชื่อมโยงการวิจัยพื้นฐานสร้างความร่วมมือระดับนานาชาติ และได้รับความไว้วางใจจากภาคเอกชนและอุตสาหกรรม เพื่อการผลักดันเชิงพาณิชย์และนำไปใช้ประโยชน์ต่อสังคมและประชาชน ด้วยยา ซึ่งเป็นความมั่นคงและความหวังของประเทศ โดยมหาวิทยาลัยสนับสนุนการยกระดับและเพิ่มมูลค่าของพืชสมุนไพรที่สำคัญ เพื่อการต่อยอดในเชิงพาณิชย์ และตอบโจทย์เศรษฐกิจ BCG และอุตสาหกรรม S-Curve ของประเทศ เสนอให้มีการระดมทุนเพื่อสนับสนุนการเปิดโรงงานยาให้แล้วเสร็จ เพื่อดำเนินการให้เกิดรายได้ ซึ่งคณะฯ มีแผนเจรจาร่วมทุนกับภาคเอกชน และขอให้คณะฯ จัดทำองค์ความรู้และผลิต Clip Video เพื่อสื่อสารให้ประชาชนเข้าใจในเรื่องการใช้สมุนไพร เช่น ฟ้าทะลายโจร และกระชายขาว การพัฒนาแพลตฟอร์มกระบวนการคิดค้นและพัฒนายาและผลิตภัณฑ์สุขภาพ (Drug Discovery and Development Platform) ที่ครบวงจร ร่วมกับส่วนงานในมหาวิทยาลัยและทุกภาคส่วน วางแผนบริหารการจัดการต้นทุนและใช้ทรัพยากรที่มีจำกัดให้เกิดประโยชน์สูงสุด เพื่อยกระดับความสามารถด้านการพัฒนายาและผลิตภัณฑ์สุขภาพของประเทศ

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    เปิดใช้งานตลอด

    ประเภทของคุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้

  • สภามกาวิทยาลัยมหิดล

    เว็บไซต์ของมหาวิทยาลัยมหิดลใช้คุกกี้เพื่อจำแนกผู้ใช้งานแต่ละคน โดยทำหน้าที่หลักคือประมวลทางสถิติ ตลอดจนลักษณะเฉพาะของกลุ่มผู้ใช้บริการนั้นๆ ซึ่งข้อมูลดังกล่าวจะนำมาใช้ในการวิเคราะห์รูปแบบพฤติกรรม ของผู้ใช้บริการ และมหาวิทยาลัยจะนำผลลัพธ์ดังกล่าวไปใช้ในการปรับปรุงเว็บไซต์ให้ตอบสนองความต้องการ และการใช้งานของผู้ใช้บริการให้ดียิ่งขึ้น อย่างไรก็ตามข้อมูลที่ได้แนละใช้ประมวลผลนั้นจะไม่มีการระบุชื่อ หรือบ่ง บอกความเป็นตัวตนของผู้ใช้บริการแต่อย่างใด อีกทั้งไม่มีการเก็บข้อมูลส่วนบุคคล เช่น ชื่อ, นามสกุล, อีเมล เป็น ต้น และใช้เป็นเพียงข้อมูลทางสถิติเท่านั้น ซึ่งจะช่วยให้มหาวิทยาลัยสามารถมอบประสบการณ์ที่ดีในการใช้งาน เว็บไซต์สำหรับคุณ และช่วยให้สามารถปรับปรุงเว็บไซต์ให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นได้ในเวลาเดียวกัน ทั้งนี้คุณสามารถ เลือกตัวเลือกในการใช้งานคุกกี้ได้

บันทึกการตั้งค่า