สภามหาวิทยาลัยมหิดล ร่วมแสดงความยินดี ในโอกาสที่ผู้บริหารมหาวิทยาลัยมหิดล ได้รับพระบรมราชโองการ โปรดเกล้าฯ แต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง “ศาสตราจารย์”

วันที่ 17 กันยายน 2568 ศาสตราจารย์คลินิกเกียรติคุณ นายแพทย์ปิยะสกล สกลสัตยาทร นายกสภามหาวิทยาลัยมหิดล พร้อมด้วยคณะกรรมการสภา มหาวิทยาลัยมหิดล และศาสตราจารย์ นายแพทย์ปิยะมิตร ศรีธรา อธิการบดีมหาวิทยาลัยมหิดล ร่วมแสดงความยินดีในการประชุมสภามหาวิทยาลัยมหิดล ครั้งที่ 620/2568 เนื่องในโอกาสที่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม แต่งตั้ง ศาสตราจารย์ ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองอธิการบดีฝ่ายวิจัย มหาวิทยาลัยมหิดล ให้ดำรงตำแหน่ง ศาสตราจารย์ (สาขาวิชาวิศวกรรมชีวการแพทย์) ตามประกาศในราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ 22 สิงหาคม 2568 และศาสตราจารย์ ดร. เภสัชกรสมภพ ประธานธุรารักษ์ รองอธิการบดีฝ่ายแผนกลยุทธ์ พัฒนาคุณภาพและพันธกิจเพื่อสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล ให้ดำรงตำแหน่ง ศาสตราจารย์ (สาขาวิชาเภสัชศาสตร์) ตามประกาศในราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ 11 กันยายน 2568 ณ ห้องประชุมศาสตราจารย์เกียรติคุณ นายแพทย์นที รักษ์พลเมือง ชั้น 5 สำนักงานอธิการบดีมหาวิทยาลัยมหิดล ศาลายา

มหาวิทยาลัยมหิดล จัดกิจกรรมตรวจเยี่ยมสำรวจและประเมินการบริหารจัดการสารสนเทศของส่วนงาน (IT Visit) ประจำปี 2568 ส่วนงานภายในมหาวิทยาลัยมหิดล จำนวน 4 ส่วนงาน

วันที่ 4 กันยายน 2568 รองศาสตราจารย์ นายแพทย์เชิดชัย นพมณีจำรัสเลิศ รองอธิการบดีฝ่ายสารสนเทศและดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชัน มหาวิทยาลัยมหิดล พร้อมด้วย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.นริศ หนูหอม ผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายสารสนเทศและดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชัน และคณะทำงานจากกองเทคโนโลยีสารสนเทศ เข้าตรวจเยี่ยม สำรวจ และประเมินการบริหารจัดการสารสนเทศของส่วนงาน (IT Visit) ประจำปี 2568 ได้แก่ โครงการจัดตั้งวิทยาเขตอำนาจเจริญ วิทยาเขตกาญจนบุรี โครงการจัดตั้งวิทยาเขตนครสวรรค์ และสำนักงานสภามหาวิทยาลัย โดยมี คุณศิริลักษณ์ เกี่ยวข้อง รองอธิการบดีฝ่ายโครงการจัดตั้งวิทยาเขตอำนาจเจริญ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ธัชวีร์ ลีละวัฒน์ รองอธิการบดีฝ่ายวิทยาเขตกาญจนบุรี อาจารย์ แพทย์หญิงมนทกานติ์ โอประเสริฐสวัสดิ์ รองอธิการบดีฝ่ายโครงการจัดตั้งวิทยาเขตนครสวรรค์ และคุณสุนิดา เกียรติวัฒนวิศาล หัวหน้าสำนักบริหารกิจการสภามหาวิทยาลัย โดยจัดขึ้น ณ ห้องประชุม OSM1 ชั้น 2 สำนักงานอธิการบดี มหาวิทยาลัยมหิดล ศาลายา และในรูปแบบออนไลน์ผ่าน Webex Meetings

กิจกรรมตรวจเยี่ยมสำรวจและประเมินการบริหารจัดการสารสนเทศของส่วนงาน (IT Visit) ประจำปี 2568 จัดขึ้นเพื่อรับทราบสถานะปัจจุบันของระบบและโครงสร้างพื้นฐานด้านสารสนเทศของแต่ละส่วนงาน รวมถึงการเตรียมความพร้อมต่อการนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาประยุกต์ใช้ในด้านการศึกษา การวิจัย และการบริการวิชาการ อีกทั้งยังมุ่งเน้นการประเมินมาตรการความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ และการปฏิบัติตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล เพื่อยกระดับมาตรฐานการบริหารจัดการสารสนเทศของมหาวิทยาลัยอย่างต่อเนื่อง

มหาวิทยาลัยมหิดล จัดประชุมขับเคลื่อนยุทธศาสตร์การสร้างความร่วมมือทางการแพทย์ (Synergy) ระหว่าง คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี และคณะเวชศาสตร์เขตร้อน

วันที่ 28 สิงหาคม 2568 ศาสตราจารย์คลินิกเกียรติคุณ นายแพทย์ปิยะสกล สกลสัตยาทร นายกสภามหาวิทยาลัยมหิดล เป็นประธานกล่าวเปิดการประชุมขับเคลื่อนยุทธศาสตร์การสร้างความร่วมมือทางการแพทย์ (Synergy) ระหว่าง คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี และคณะเวชศาสตร์เขตร้อน โดยมี ศาสตราจารย์ นายแพทย์ปิยะมิตร ศรีธรา อธิการบดีมหาวิทยาลัยมหิดล กรรมการสภามหาวิทยาลัยมหิดล ผู้บริหารมหาวิทยาลัยมหิดล และผู้บริหารส่วนงาน เข้าร่วมการประชุม ณ ห้องประชุมเฉลิมพระเกียรติ ชั้น 5 อาคารเฉลิมพระเกียรติ คณะเวชศาสตร์เขตร้อน มหาวิทยาลัยมหิดล

โอกาสนี้ ศาสตราจารย์ นายแพทย์ปิยะมิตร ศรีธรา อธิการบดีมหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวรายละเอียดโครงการนำร่องความร่วมมือระหว่างสถาบัน พร้อมนำเสนอความร่วมมือ 3 ด้าน ได้แก่ โครงการร่วมด้านการวิจัยและการเชื่อมโยงข้อมูลเพื่อการวิจัย โครงการร่วมด้านสวัสดิการ และโครงการร่วมด้านบริการสุขภาพและ Wellness ดำเนินการโดย รองศาสตราจารย์ ดร. เภสัชกรสมภพ ประธานธุรารักษ์ รองอธิการบดีฝ่ายแผนกลยุทธุ์ พัฒนาคุณภาพและพันธกิจเพื่อสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล

การประชุมครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อบูรณาการความร่วมมือระหว่าง 3 คณะแพทย์ ได้แก่ คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี และคณะเวชศาสตร์เขตร้อน ในการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์สร้างความร่วมมือทางการแพทย์ การผนึกพลังด้านสติปัญญา ทรัพยากร และความเชี่ยวชาญทางการแพทย์ให้เกิดความรู้และฐานข้อมูลทางการแพทย์ สู่การวิจัยเชิงลึกที่สามารถตอบโจทย์ปัญหาสุขภาพของประชาชน อีกทั้ง เป็นการต่อยอดการพัฒนานวัตกรรม เทคโนโลยี และแนวทางการรักษาที่ทันสมัย เพื่อสร้างคุณประโยชน์สูงสุดต่อสังคมและประเทศชาติ

มหาวิทยาลัยมหิดล ศึกษาดูงานและแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ด้าน Social enterprise ด้านการบริหารความเสี่ยง และด้านการตรวจสอบภายใน ณ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

วันที่ 22 สิงหาคม 2568 มหาวิทยาลัยมหิดล นำโดย ศาสตราจารย์คลินิกเกียรติคุณ นายแพทย์อุดม คชินทร ประธานคณะกรรมการตรวจสอบการบริหารงานประจำมหาวิทยาลัย พร้อมด้วย รองศาสตราจารย์ นายแพทย์สรนิต ศิลธรรม ประธานคณะกรรมการบริหารความเสี่ยง รองศาสตราจารย์ ดร.สิทธิวัฒน์ เลิศศิริ รองอธิการบดี รองศาสตราจารย์ ดร.นภเรณู สัจจรักษ์ ธีระฐิติ รองอธิการบดีฝ่ายวิเทศสัมพันธ์และสภามหาวิทยาลัย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ธัชวีร์ ลีละวัฒน์ รองอธิการบดีฝ่ายวิทยาเขตกาญจนบุรี และบุคลากรจากสำนักงานคณะกรรมการตรวจสอบการบริหารงานประจำมหาวิทยาลัย และศูนย์บริหารจัดการความเสี่ยง ศึกษาดูงานและแลกเปลี่ยนเรียนรู้ด้าน Social Enterprise การบริหารความเสี่ยง และการตรวจสอบภายใน ณ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ โดยมี ศาสตราจารย์ ดร. นายแพทย์พงษ์รักษ์ ศรีบัณฑิตมงคล อธิการบดีมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ พร้อมด้วยคณะผู้บริหารให้การต้อนรับ กิจกรรมครั้งนี้ครอบคลุมประเด็นสำคัญ ได้แก่ โครงสร้างและการกำกับดูแลการบริหารความเสี่ยง กระบวนการบริหารความเสี่ยง การนำเทคโนโลยีและข้อมูลมาใช้ในการบริหารความเสี่ยง วัฒนธรรมองค์กรและการสร้างความตระหนัก ความท้าทายและบทเรียนที่ได้รับ รวมถึงการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ด้าน Social Enterprise ซึ่งการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ระหว่างทั้งสองมหาวิทยาลัยช่วยสร้างโอกาสในการต่อยอดการบริหารงานและพัฒนาองค์กรให้มีประสิทธิภาพ พร้อมส่งเสริมแนวคิด Social Enterprise เพื่อสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสังคม

โครงการ “มหิดลเพื่อการเปลี่ยนแปลง (Mahidol Change Agent)”

สำนักงานสภามหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยมหิดล ขอแสดงความยินดีกับ นายปฏิพัทธ์ เกตุอุบล ในชื่อผลงาน “K (เกษตรกร) ยิ้ม” ผ่าน “Project for Change: Pitching” ภายใต้โครงการมหิดลเพื่อการเปลี่ยนแปลง รุ่นที่ 1 (Mahidol Change Agent#1)

โครงการ “มหิดลเพื่อการเปลี่ยนแปลง (Mahidol Change Agent)” จัดขึ้นเพื่อสนับสนุนการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ Policy Advocacy, Leaders in Professional / Academic Services and Excellence in Capacity Building for Sustainable Development Goals โดยมุ่งสร้างผู้นำการเปลี่ยนแปลงอย่างโดดเด่นให้กับมหาวิทยาลัย

สภามหาวิทยาลัยมหิดล จัดบรรยายพิเศษ เรื่อง “การขับเคลื่อนนโยบาย อุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ของประเทศไทย”

วันที่ 20 สิงหาคม 2568 ศาสตราจารย์คลินิกเกียรติคุณ นายแพทย์ปิยะสกล สกลสัตยาทร นายกสภามหาวิทยาลัยมหิดล พร้อมด้วย กรรมการสภามหาวิทยาลัยมหิดล ผู้บริหารมหาวิทยาลัยมหิดล และผู้บริหารส่วนงาน ให้การต้อนรับ ศาสตราจารย์ ดร.ศุภชัย ปทุมนากุล ปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม(อว.) ในโอกาสบรรยายพิเศษ เรื่อง “การขับเคลื่อนนโยบาย อุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ของประเทศไทย” ในการประชุมสภามหาวิทยาลัยมหิดล ครั้งที่ 619 ณ ห้องประชุมศาสตราจารย์ เกียรติคุณนายแพทย์นที รักษ์พลเมือง ชั้น 5 สำนักงานอธิการบดี มหาวิทยาลัยมหิดล

คณะกรรมการสภามหาวิทยาลัยมหิดล รับฟังผลการดำเนินงานของส่วนงาน (University Cuncil Visit : 4) ครั้งที่ 41/2568 ของมหาวิทยาลัยมหิดล

วันที่ 18 สิงหาคม 2568 ศาสตราจารย์คลินิกเกียรติคุณ นายแพทย์ปิยะสกล สกลสัตยาทร นายกสภามหาวิทยาลัยมหิดล พร้อมด้วย กรรมการสภามหาวิทยาลัยมหิดล และทีมผู้บริหาร รับฟังผลการดำเนินงานของส่วนงาน (University Council Visit : 4) ครั้งที่ 41/2568 ของมหาวิทยาลัยมหิดล และรับฟังผลการดำเนินงานที่ผ่านมา รวมทั้งการพัฒนาและความท้าทายในอนาคต โดยมี ศาสตราจารย์ นายแพทย์ปิยะมิตร ศรีธรา อธิการบดีมหาวิทยาลัยมหิดล พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร ผู้อำนวยการหน่วยงานในสำนักงานอธิการบดี และบุคลากร เข้าร่วมรับฟังความคิดเห็น ณ ห้องประชุมศาสตราจารย์เกียรติคุณ นายแพทย์นที รักษ์พลเมือง ชั้น 5 สำนักงานอธิการบดี มหาวิทยาลัยมหิดล และผ่านระบบออนไลน์

1. ผลสำเร็จที่ภาคภูมิใจของส่วนงานในระยะเวลา 4 ปีที่ผ่านมา ตามแผนยุทธศาสตร์ของมหาวิทยาลัยมหิดล
ยุทธศาสตร์ที่ 1 World Class Research & Innovation
1. จัดทำระบบบริหารจัดการข้อมูลวิจัย MUREX Portal พัฒนาจากระบบ PURE ของ Elsevier ทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางข้อมูลด้านพันธกิจวิจัยแบบครบวงจร (โครงการต่อเนื่อง)
2. การปรับปรุงและใช้กลไกการสนับสนุนต่าง ๆ ในรูปแบบของทุนวิจัย เช่น ทุนยุทธศาสตร์มหาวิทยาลัย ทุนสนับสนุนการสร้างกลุ่ม คลัสเตอร์วิจัย ทุนส่งเสริมความร่วมมือภายใต้เครือข่ายพันธมิตรการวิจัย การสนับสนุนทุนนักวิจัยหลังปริญญาเอก การสนับสนุนค่าใช้จ่ายการตีพิมพ์ผลงานในวารสารระดับ Q1 เป็นต้น (โครงการต่อเนื่อง)
3. โครงการอบรม Professional Researcher Empowerment Program (PREP) เพื่อส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพบุคลากรวิจัยรุ่นใหม่ ให้สามารถสร้างงานวิจัยคุณภาพสูงที่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ในการแก้ปัญหาและพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชน (Real World Impact) (โครงการต่อเนื่อง)
4. โครงการพลิกโฉมมหาวิทยาลัย (Reinventing University) มหาวิทยาลัยได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากสำนักงานปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สป.อว.) ควบคู่กับการสนับสนุนด้วยงบประมาณเงินรายได้ เพื่อสร้างกลุ่มสาขาวิชา เทคนิคระดับสูงให้เกิดการยกระดับและขับเคลื่อนงานวิจัยของมหาวิทยาลัย สามารถรองรับศาสตร์ในอนาคต จำนวน 5 สาขา ได้แก่ AI based Diagnosis Medical Robotics Drug Discovery Biologics & Vaccine และ Medical Devices (โครงการต่อเนื่อง)
5. การให้ทุนสนับสนุนร่วมทำงานวิจัยกับสถาบัน หรือองค์กรต่างประเทศ เช่น Joint Units, Seed grant co-funding projects และ Postdoctoral fellowship (โครงการต่อเนื่อง)
6. เปิดพื้นที่แสดงงานวิจัย นวัตกรรมและเทคโนโลยีของมหาวิทยาลัย iDEA SPACE ณ ชั้น 1 อาคารสำนักงานอธิการบดี ที่รวบรวมผลงานวิจัยที่ทรงคุณค่าและโดดเด่น รวมทั้งผลงานที่มีศักยภาพในการต่อยอดเชิงพาณิชย์ ตลอดจนการนำไปใช้ประโยชน์ในระดับสังคมและอุตสาหกรรม (โครงการต่อเนื่อง)

ยุทธศาสตร์ที่ 2 Innovative Education and Authentic Learning
1. การพัฒนาอาจารย์
      1.1 การพัฒนาอาจารย์ตามเกณฑ์มาตรฐานคุณภาพอาจารย์ (Mahidol University Professional Standards Framework, MUPSF) หรือเทียบเท่า ปัจจุบัน มีผู้ผ่านการรับรอง MUPSF ระดับ 2 จาก 4 ระดับ จำนวน 717 คน (นับสะสม) และมีผู้ผ่านการรับรอง PSF ประเภท Senior Fellow หรือเทียบเท่า MUPSF ตั้งแต่ระดับ 3 ขึ้นไป จำนวน 116 คน (นับสะสม) (ข้อมูล ณ 25 มิ.ย. 68) (โครงการต่อเนื่อง)
      1.2 โครงการ Nextgen Teaching: AI Mastery Series การอบรมเชิงปฏิบัติการด้าน Generative ให้กับอาจารย์
      1.3 โครงการพัฒนาศักยภาพอาจารย์มหาวิทยาลัยมหิดล ด้านการศึกษา (Mahidol University Academic Development Program: MU – ADP) (โครงการต่อเนื่อง)
2. การพัฒนาหลักสูตร และการจัดการเรียนการสอน
      2.1 มหาวิทยาลัยดำเนินการประกันคุณภาพการศึกษาระดับหลักสูตร เพื่อให้ได้มาตรฐานทั้งในระดับชาติและระดับสากลอย่างต่อเนื่อง ปัจจุบันมีหลักสูตรที่ได้รับรองมาตรฐานคุณภาพการศึกษาหลักสูตรตามเกณฑ์ AUN-QA ระดับอาเซียนและหลักสูตรที่ได้รับรองคุณภาพมาตรฐานระดับสากลอื่น ๆ (Other Standards) รวมจำนวน 83 หลักสูตร (ปี 2561-ปัจจุบัน) จากหลักสูตรมหาวิทยาลัยมหิดล 389 หลักสูตร (ข้อมูล ณ 16 พ.ค. 68) (โครงการต่อเนื่อง)
      2.2 AI Prompt Support
      2.3 การจัดหลักสูตรสหกิจศึกษาและการศึกษาเชิงบูรณาการกับการทำงาน (Cooperative and Work Integrated Education : CWIE)
      2.4 รายวิชาศึกษาทั่วไปแบบยืดหยุ่น (GE Plus) รายวิชาในหมวดวิชาศึกษาทั่วไปสำหรับนักศึกษาหลักสูตรปริญญาตรี ปัจจุบัน มีราย ทั้งหมด 9 รายวิชา นับตั้งแต่เริ่มเปิดสอนในปีการศึกษา 2566 เป็นต้นมา มีนักศึกษาลงทะเบียนเรียน รวมทั้งสิ้น 7,557 คน (ข้อมูล ณ 16 พ.ค. 68) (โครงการต่อเนื่อง)
      2.5 General Education ข้ามสถาบัน (MU GenEd-X) การเปิดโอกาสให้นักศึกษามหาวิทยาลัยมหิดล ระดับปริญญาตรี หลักสูตรไทย สามารถลงทะเบียนเรียนรายวิชาศึกษาทั่วไปข้ามสถาบันอุดมศึกษาและเทียบโอนผลการเรียนและหน่วยกิตจากรายวิชาปีการศึกษา 2568 จำนวน 8 รายวิชา โดยเป็นรายวิชาศึกษาทั่วไปของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (Chula MOOC Flexi)
      2.6 การพัฒนาบทเรียน/ รายวิชาออนไลน์ (MUx for Flexible Education) (https://mux.mahidol.ac.th/) (โครงการต่อเนื่อง)
      2.7 มหาวิทยาลัยมหิดล ร่วมกับ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จัดทำหลักสูตรนำร่อง หลักสูตรศิลปศาสตรบัณฑิต – วิทยาศาสตรบัณฑิต ภายใต้แนวคิด “การศึกษาเพื่อโลกใบใหม่” ผ่านระบบ Open and Integrated Education Ecosystem เปิดโอกาสให้นักศึกษาได้เลือกเรียนตามความถนัดและสนใจ พร้อมฝึกงานกับภาคเอกชน เสริมประสบการณ์สร้างทักษะที่สามารถนำไปใช้ได้จริง
3. ระบบสนับสนุนด้านการศึกษา
      3.1 MU-Authentic Lifelong Learning: MU-ALL (https://lifelong.mahidol.ac.th/) (โครงการต่อเนื่อง)
      3.2 คลังหน่วยกิตมหาวิทยาลัยมหิดล (Mahidol University Credit Unit Bank System: MU-CBS) (โครงการต่อเนื่อง)
      3.3 AI Chatbot (Edubuddy Mahidol) การพัฒนา AI Chatbot สนับสนุนการประชาสัมพันธ์และให้ข้อมูลต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการศึกษาและบุคลากรมหาวิทยาลัยมหิดล (https://edubuddy.mahidol.ac.th/chatpage)
      3.4 Findme Mahidol Application (https://findme.mahidol.ac.th/)
4. การพัฒนานักศึกษา
      4.1 Student’s Journey การส่งเสริมและสนับสนุนการพัฒนานักศึกษาให้มี Global Citizen & Global Talent และให้มีแนวคิดการพัฒนาที่ยั่งยืน ตั้งแต่แรกเข้าจนกระทั่งจบการศึกษาและกลับมาพัฒนามหาวิทยาลัยในฐานะศิษย์เก่า เช่น กิจกรรม Open House, การเตรียมความพร้อมนักศึกษาใหม่ สู่มหาวิทยาลัยมหิดล, Mahidol HIDEF, การพัฒนานักศึกษาให้ตระหนักถึงการพัฒนาที่ยั่งยืนตามเป้าหมาย SDGs, Career Support Services และการส่งเสริมความผูกพันกับเครือข่ายศิษย์เก่า ภายใต้แนวคิด MU Alumni Connect เป็นต้น (โครงการต่อเนื่อง)
      4.2 Mahidol University-Collaborative Online International Learning (MU-COIL) (โครงการต่อเนื่อง)
      4.3 สิ่งสนับสนุนด้านการพัฒนานักศึกษาและสวัสดิการนักศึกษา
      – การปรับปรุงสนามกีฬา ลานกีฬาเพื่อสุขภาพ และอาคารอเนกประสงค์ MU Digital Gymnasium (โครงการต่อเนื่อง)
      – ห้อง Mahidol BLS Traning Center (อาคารหอพักนักศึกษา บ้านลีลาวดี (หอ 10)) (โครงการต่อเนื่อง)
      – การสร้างเสริมสุขภาวะทางใจและปัญญา (Heal Jai Festival)
      – แอปพลิเคชัน The Living OS ช่วยให้การจัดการหอพักเป็นระบบและเพิ่มประสิทธิภาพในการดูแลนักศึกษา

ยุทธศาสตร์ที่ 3 Policy Advocacy, Leaders in Professional / Academic Services and Excellence in Capacity Building for Sustainable Development Goals
1. โครงการขับเคลื่อนนโยบายชี้นำสังคม (Policy Advocacy Fund) ผ่านการให้ทุนสนับสนุนต่อเนื่องเป็นเวลา 5 ปี เริ่มตั้งแต่ปี 2563 มีผลงานจากทุนรวม 18 โครงการ และในปี พ.ศ. 2568 ปรับรูปแบบการจัดสรรทุนเพื่อให้เกิดประโยชน์และผลลัพธ์สูงสุดเชิงนโยบายผ่าน
      1.1 ทุนสนับสนุนห้องทดลองเชิงนโยบาย (Policy Lab Funding) จำนวน 2 ทุน
      1.2 ทุนสนับสนุนโครงการพันธกิจเพื่อสังคม (Social Engagement Funding) จำนวน 6 ทุน
      1.3 ทุนสนับสนุนโครงการเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืนด้วยรูปแบบ “Living Lab” (SDGs Living Lab Funding) จำนวน 18 ทุน
2. โครงการนวัตกรรมทางสังคม (Social Innovation) เพื่อขับเคลื่อนนโยบายความครอบคลุมทางสังคม (Social Inclusiveness) การให้ทุนสนับสนุนการออกแบบนวัตกรรม ที่มุ่งแก้ปัญหา หรือยกระดับคุณภาพชีวิตของกลุ่มคนเปราะบาง สู่การเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้น
3. MUSEF Virtual Platform การเผยแพร่องค์ความรู้ทางวิชาการและผลงานวิจัยให้ประชาชนและสังคมเข้าถึงในรูปแบบที่เข้าใจง่าย เช่น การจัดเสวนารูปแบบออนไลน์, การเผยแพร่ข้อมูลในรูปแบบคลิปวีดิโอ, ดำเนินการในรูปแบบ podcast, Facebook, Instagram และInfographic (โครงการต่อเนื่อง)
4. โครงการพัฒนาทักษะด้านวิชาการเพื่อเตรียมผลงานวิชาการรับใช้ท้องถิ่นและสังคมสำหรับการเข้าสู่ตำแหน่งวิชาการ Preparation for Socially-engaged Scholarship : PSES) (โครงการต่อเนื่อง)
5. การขับเคลื่อนนโยบายมหาวิทยาลัยสุขภาพดีด้วยนโยบายลดการบริโภคโซเดียม (Healthy University: Low Sodium Policy) เพื่อให้บุคลากรและนักศึกษาสามารถปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการบริโภคโซเดียม ผ่านกิจกรรมให้ความรู้ สร้างการมีส่วนร่วม และขยายผลสู่ภาคประชาชน
6. หารือความร่วมมือร่วมกับกองทุนสนับสนุนการเสริมสุขภาพ (สสส.) เรื่อง การแก้ไขปัญหาอุบัติเหตุทางถนนของประเทศไทย
7. โครงการมหิดลเพื่อการเปลี่ยนแปลง รุ่นที่ 1 (Mahidol Change Agent #1)
8. MU Ecosystem for SDGs การเสริมสร้างขีดความสามารถ เพื่อให้บุคลากรและนักศึกษา มี SDGs Mindset นำไปสู่การเปลี่ยนแปลง ให้เกิด Real World Impact อย่างยั่งยืน เช่น Capacity Building Projects, SDGs Mindsets, โครงการ Mahidol SDGs Impact Challenge 2024-2025, งานมหกรรมมหิดลเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน 2024 (Mahidol University’s SDGs Showcase 2024) และนิทรรศการแลกเปลี่ยนเรียนรู้แนวทางการพัฒนาอย่างยั่งยืน มหาวิทยาลัยมหิดล (Mahidol Sustainability Week) (โครงการต่อเนื่อง)

ยุทธศาสตร์ที่ 4 Management Innovation for Sustainability
1. ด้านบริหารจัดการสู่ความยั่งยืน
      1.1 การพัฒนาบุคลากรด้านคลังและพัสดุให้มีทักษะและความรู้ที่ทันสมัย เช่น การอบรมเครือข่ายนักวิชาการพัสดุ การจัดอบรมเครือข่ายนักวิชาการเงินและบัญชี จัดอบรมให้บุคลากร ทำความรู้จักและความเข้าใจ RPA (Robotic Process Automation)รวมถึงจัดอบรมให้ความรู้ด้านการเงิน การคลัง
      1.2 เตรียมการทบทวนแผนยุทธศาสตร์มหาวิทยาลัยมหิดล พ.ศ.2567-2570 เพื่อทบทวน กลยุทธ์ ตัวชี้วัด ค่าเป้าหมาย ให้เหมาะสมกับสถานการณ์และบริบทที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วในปัจจุบัน
      1.3 การจัดทำแผนการจัดสรรเงินลงทุนระยะยาว 3 ปี (Strategic Asset Allocation: SAA)
      1.4 การสร้างความร่วมมือด้านวิชาการ วิจัย การศึกษา กับสถาบันการศึกษา และองค์กรภายนอก เช่น
      – มหาวิทยาลัยมหิดล ร่วมกับ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ จัดเสวนาด้านบริหาร วิชาการ วิจัยและนวัตกรรม
      – มหาวิทยาลัยมหิดล ร่วมกับ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือทางวิชาการ (MoU) ส่งเสริมงานวิจัย นวัตกรรมและกิจกรรมเพื่อสังคมและความยั่งยืน
      – มหาวิทยาลัยมหิดล ร่วมกับ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือทางวิชาการ (MoU) ส่งเสริมการวิจัย นวัตกรรม กิจกรรมเพื่อสังคมและความยั่งยืน
      – มหาวิทยาลัยมหิดล ร่วมกับ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ลงนามความร่วมมือ โครงการนวัตกรรมต้นแบบ Smart Agriculture Industry (SAI) เพื่อการเรียนรู้และบ่มเพาะแนวทางเกษตรอัจฉริยะ โดยใช้พื้นที่บริเวณอุทยานธรรมชาติวิทยาสิรีรุกขชาติ เป็น Sandbox
      – มหาวิทยาลัยมหิดล ร่วมกับ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือทางวิชาการ (MoU) ส่งเสริมงานวิจัย นวัตกรรมและด้านการศึกษา
      – มหาวิทยาลัยมหิดล ร่วมกับ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือทางวิชาการ (MoU) ส่งเสริมการวิชาการ วิจัย และนวัตกรรม
      1.5 จัดทำระบบติดตามผลการดำเนินงานแบบเรียลไทม์ (Prototype) Team Performance Data Dashboard เพื่อช่วยในการตัดสินใจในการจัดทำแผนการดำเนินงาน (Data-Driven Decision Making)
2. ด้านกายภาพและสิ่งแวดล้อม
      2.1 การดำเนินนโยบายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero Emission) เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการลดผลกระทบที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศ ภายใต้แผน “9 to Zero” หรือ “ก้าวสู่ศูนย์” ที่จะลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกภายในมหาวิทยาลัยสุทธิเป็นศูนย์ภายใน 9 ปี หรือ ภายในปี พ.ศ.2573 (โครงการต่อเนื่อง)
      2.2 ความปลอดภัยในห้องปฏิบัติการวิทยาศาสตร์ (Laboratory Safety)
      – การยกระดับมาตรฐานด้านความปลอดภัยในห้องปฏิบัติการที่เกี่ยวข้องกับสารเคมี (ESPReL) อย่างต่อเนื่อง ปัจจุบัน มีห้องปฏิบัติการได้รับการยกระดับมาตรฐานด้านความปลอดภัยที่เกี่ยวข้องกับสารเคมี จำนวน 491 ห้องปฏิบัติการ จากห้องปฏิบัติการทั้งหมด 605 ห้อง (ร้อยละ 81.15) (โครงการต่อเนื่อง)
      – การตรวจประเมินและรับรองห้องปฏิบัติการในรูปแบบ peer evaluation ปัจจุบัน มีห้องปฏิบัติการได้รับการ รับรองห้องปฏิบัติการในรูปแบบ Peer Evaluation รวมทั้งสิ้น 92 ห้องปฏิบัติการ จากห้องปฏิบัติการที่เกี่ยวข้องกับสารเคมีทั้งหมด 605 ห้องปฏิบัติการ (ร้อยละ 15.20) (โครงการต่อเนื่อง)
      2.3 การพัฒนาเกณฑ์และแนวทางการตรวจประเมินด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน (MU Safety Standard) (โครงการต่อเนื่อง)
      2.4 การดำเนินการด้านความปลอดภัยที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพจากการทำงาน การให้คำปรึกษาเกี่ยวกับแนวทาง วิธีการตรวจสุขภาพที่เหมาะสม จัดกิจกรรมการตรวจสุขภาพตามปัจจัยเสี่ยง และการจัดอบรมการบริหารจัดการความเสี่ยงด้านสุขภาพ (โครงการต่อเนื่อง)
      2.5 การปรับปรุงอาคารชุดพักอาศัย Condo A ให้มีความปลอดภัย มีความสะดวกสบาย และความเหมาะสมต่อการอยู่อาศัย
3. ด้านทรัพยากรบุคคล
      3.1 การบริหาร Global Talent (โครงการต่อเนื่อง)
      – การสรรหาอาจารย์หรือนักวิจัยที่มีศักยภาพสูงระดับนานาชาติ (Global Talent) จากภายนอก 12 ราย โดยพิจารณา จากผู้ที่มีผลงานวิจัยตีพิมพ์ (Publication) ที่ได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติ
      – การค้นหา Global Talent สายวิชาการ เพื่อ Engage และ Retain ผ่านการให้รางวัล จำนวน 7 ราย จาก 6 ส่วนงาน โดยพิจารณาจากเกณฑ์ด้านผลงานวิจัย การศึกษา และบริการวิชาการ การค้นหา และพัฒนา Global Talent สายสนับสนุน 4 ตำแหน่ง (นักวิเทศสัมพันธ์ นักบริหารงานวิจัย นักเอกสารสนเทศ นักวิชาการศึกษา) ตามแผนพัฒนารายบุคคล (Individual Development Plan) โดยการให้ทุนการพัฒนา จำนวน 98 ราย จาก 20 ส่วนงาน
      3.2 การพัฒนาทักษะดิจิทัลของบุคลากรและทักษะที่จำเป็นในอนาคต (Upskill-Reskill) ผ่านหลักสูตร Digital Awareness (โครงการต่อเนื่อง)
      3.3 การพัฒนาระบบบริหารสวัสดิการเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตและเสริมสร้างความผูกพันของบุคลากร
      – จัดให้มีศูนย์ดูแลสุขภาวะทางใจของบุคลากรและนักศึกษา (MU Mind) เพื่อให้คำปรึกษาเกี่ยวกับสุขภาพจิตโดยนักจิตวิทยาผ่านช่องทางออนไลน์ (OOCA)
      3.4 การมอบอำนาจให้ส่วนงานเป็นผู้พิจารณาการขอตำแหน่งผู้ช่วยศาสตราจารย์ ผู้ช่วยศาสตราจารย์พิเศษ (MU Sandbox) โดยใช้ระยะเวลาดำเนินการเฉลี่ย 6 เดือน จากเป้าหมาย 8 เดือน (โครงการต่อเนื่อง)
      3.5 การเพิ่มประสิทธิภาพกระบวนการเสนอการขอตำแหน่งทางวิชาการของบุคลากรสายวิชาการ และบุคลากรสายสนับสนุนให้ได้รับการพิจารณาที่รวดเร็วยิ่งขึ้น
4. การปรับโครงสร้างหน่วยงานภายในของมหาวิทยาลัย
      4.1 การปรับโครงสร้างหน่วยงานภายในของมหาวิทยาลัย ให้เหมาะสมกับสถานการณ์ปัจจุบัน เช่น
      – ปี พ.ศ. 2568 ระดับหน่วยงานภายในสำนักงานอธิการบดี
      – ยุบเลิก ศูนย์ตรวจสอบภายใน และจัดตั้ง เป็น สำนักงานคณะกรรมการตรวจสอบการบริหารงานประจำมหาวิทยาลัย สังกัดสำนักงานสภามหาวิทยาลัย
      – ยุบเลิก โครงการจัดตั้งศูนย์พัฒนาอุตสาหกรรมชีวภาพ มหาวิทยาลัยมหิดล
5. ด้านระบบพัฒนาคุณภาพ
      5.1 มหาวิทยาลัยดำเนินการตรวจประเมินคุณภาพส่วนงานตามเกณฑ์ EdPEx พร้อมกลไกสนับสนุน (โครงการต่อเนื่อง) เช่น MU EdPEx Assessor Training, MU EdPEx Assessor Calibration เป็นต้น ส่งผลให้ส่วนงานมีระดับคะแนนที่เพิ่มขึ้น ดังนี้
      5.2 มหาวิทยาลัยมหิดล และส่วนงานได้นำ ‘เกณฑ์รางวัลคุณภาพแห่งชาติ’ เข้ามาเป็นกลไกสำคัญที่ช่วยปรับปรุงกระบวนการบริหารจัดการ และขับเคลื่อนองค์กรไปสู่ความสำเร็จจนได้รับรางวัล TQA/TQC+/TQC ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2559 จนถึงปัจจุบัน (โครงการต่อเนื่อง)
6. ด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ
      6.1 การพัฒนาระบบปัญญาประดิษฐ์อัจฉริยะ MARVIS (Mahidol’s Adaptive Research & Visionary Intelligence System)
      6.2 จัดทำ MU Digital Identity รองรับการลงลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ โดยเชื่อมกับระบบการรับรองลายมือชื่อของกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) (โครงการต่อเนื่อง)
      6.3 จัดทำระบบ e-Receipt การแลกเปลี่ยนข้อมูลที่เป็นไปตามมาตรฐานประเทศ และเชื่อมโยง Verification จาก Enterprise ภายนอกกับให้เข้ากับระบบ Single-sign-on ของมหาวิทยาลัย (โครงการต่อเนื่อง)
      6.4 นำระบบสารบรรณอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งอยู่ภายใต้ระบบบริหารจัดการสำนักงาน e-office งานบริการคลาวด์กลางภาครัฐ (GDCC) ของกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม มาใช้งานภายในมหาวิทยาลัยมหิดล
      6.5 จัดทำกระบวนการจัดเก็บรวบรวมชุดข้อมูลตามที่สำนักงานปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สป.อว.) กำหนด พร้อมกำหนดมาตรฐานโครงสร้างชุดข้อมูลการอุดมศึกษาที่ต้องนำส่งเพื่อกำหนดกรอบการรวบรวมกับส่วนงาน/หน่วยงาน ที่ดูและรับผิดชอบ (โครงการต่อเนื่อง)
      6.6 จัดทำ Meta Data และ Data Catalog เพื่อช่วยบริหารจัดการชุดข้อมูลต่าง ๆ อย่างเป็นระบบ (โครงการต่อเนื่อง)
      6.7 จัดทำโครงการ PDPA Awareness บนระบบ Mahidol University Extension (MUx) เพื่อส่งเสริมให้นักศึกษาและบุคลากรมหาวิทยาลัยมหิดลเกิดความตระหนักรู้ในการปกป้องข้อมูลส่วนบุคคล จำนวน 2 หลักสูตร (โครงการต่อเนื่อง)
      1. หลักสูตรหลักการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลสำหรับนักศึกษาและบุคลากรมหาวิทยาลัยมหิดล
      2. หลักสูตรสิทธิและข้อควรปฏิบัติในการปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ปัจจุบันมีบุคลากรและนักศึกษาผ่านการเรียนรู้โครงการ PDPA Awareness รวมเป็นจำนวน 26,555 คน
7. ด้านกฎหมายและธรรมาภิบาล
      7.1 การทบทวนข้อบังคับ ประกาศ แนวปฏิบัติ เพื่อสนับสนุนการปฏิบัติงานด้านต่าง ๆ ของมหาวิทยาลัยให้เกิดความคล่องตัว เช่น ประกาศสำนักงานอธิการบดี เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการเบิกจ่ายในการเดินทางไปปฏิบัติงานของสำนักงานอธิการบดี พ.ศ. 2568 , แนวทางการเบิกจ่ายเงินทดรองจ่าย, แจ้งหลักเกณฑ์ปฏิบัติตามข้อบังคับของมหาวิทยาลัย, เปลี่ยนแปลงรูปแบบฎีกาเบิกจ่ายในระบบ MUERP และจัดทำเงินกองทุนหมุนเวียนเพื่องานวิจัย
      7.2 การประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐ (Integrity and Transparency Assessment: ITA) จากการดำเนินการที่ผ่านมา มหาวิทยาลัยมีผลคะแนนการประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐส่วนใหญ่อยู่ในระดับ “ผ่าน” (มากกว่า 85 คะแนน) (โครงการต่อเนื่อง)
8. ด้านการบริหารจัดการความเสี่ยง
      8.1 การพัฒนาและวางระบบการบริหารความเสี่ยงและระบบการบริหารความต่อเนื่องของมหาวิทยาลัย (โครงการต่อเนื่อง)
9. ด้านการตลาดและสื่อสารองค์กร
      9.1 มหาวิทยาลัยจัดทำ Communication and Branding Strategy เพื่อยกระดับคุณค่าของแบรนด์ (Brand Value) มหาวิทยาลัยมหิดล โดยแบ่งเป็น 3 ส่วน คือ
      • Communication Synergy การสื่อสารแบบองค์รวม
      – Mahidol Town Hall และ OP Town Hall
      – Own- channel Improvement เช่น โครงการ Mahidol GenS กิจกรรม CU x MU Together for Sustainable Tomorrow
      – Content Management based on Faculty Project เช่น Create Leadership Visibility และ The Standard Economic Forum
      • Sustainable Brand การสร้างแบรนด์ที่ยั่งยืน
      – Promote Impact Leadership เช่น กิจกรรม Meet the Press
      • World-class Reputation การส่งเสริมภาพลักษณ์ในระดับโลก
      – การสร้างร่วมมือเพื่อขับเคลื่อน นวัตกรรม Al ทางการแพทย์ร่วมกับ SIAMAI CLOUD (NVIDIA)
      9.2 จัดตั้ง กองทุนมูลนิธิมหิดลเพื่อความยั่งยืน มูลนิธิมหาวิทยาลัยมหิดล ในพระราชูปถัมภ์ฯ มุ่งสนับสนุนและต่อยอดงานวิจัยและพัฒนานวัตกรรมทางการแพทย์และสาธารณสุข เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของคนไทยและสังคมโลก ภายใต้จุดแข็งของมหาวิทยาลัยมหิดล
      9.3 การสร้างความร่วมมือกับแบรนด์ที่ยั่งยืนเพื่อสร้างผลกระทบเชิงบวกกับสังคม เช่น Element72, Stanley และ Thann

2. เป้าหมายที่ท่านคาดหวังว่าจะดำเนินการเพิ่มเติมในอีก 2 ปีข้างหน้า (ปีงบประมาณ 2569-2570)
ยุทธศาสตร์ที่ 1 World Class Research & Innovation
1. Nobel Prize Research Initiatives ซึ่งประกอบด้วย 3 Action Plan ได้แก่
      1.1 Synergistic Research Platform การสร้างกลุ่มวิจัยขนาดใหญ่เพื่อเสริมศักยภาพในการสามารถสร้าง Real-World Impact รวมถึงการ Share Facilities ด้านการวิจัย
      1.2 Enhancing Research and Innovation to Real-World Impact เพื่อเพิ่ม TRL
      1.3 Research Funding Process Improvement
2. โครงการ AI Playground ความร่วมระหว่างมหาวิทยาลัยมหิดล และคณะเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร
3. การผลักดันงานวิจัยของมหาวิทยาลัยมหิดลสู่การพลิกโฉมวงการสาธารณสุขไทย โดยร่วมกับ บริษัท สยามไบโอไซเอนซ์ ปรับปรุง MU-Bio Plant โรงงานผลิตยาที่มีชีวิต (Living Drug Factory) แห่งแรกของประเทศ ให้สามารถผลิตยากลุ่ม ATMP ให้คนไทยเข้าถึงผลิตภัณฑ์การแพทย์ขั้นสูงในราคาที่ถูกลง
4. การสนับสนุนและสร้างความร่วมมือทางด้านวิชาการ งานวิจัย และการพัฒนาเทคโนโลยีและผลิตภัณฑ์ร่วมกันระหว่างมหาวิทยาลัยมหิดลและมูลนิธิกสิกรไทย โครงการ “น่านแซนด์บ๊อกซ์

ยุทธศาสตร์ที่ 2 Innovative Education and Authentic Learning
1. Future – Ready Education: Empowering Learners
2. เพิ่มจำนวนหลักสูตรที่ได้รับการรับรองคุณภาพตามมาตรฐานระดับสากล
3. การพัฒนานักศึกษาให้มี Global Citizen & Global Talent และให้มีแนวคิดการพัฒนาที่ยั่งยืน เช่น โครงการเสริมสร้างความสัมพันธ์นักศึกษามหาวิทยาลัยมหิดลระหว่างวิทยาเขต โครงการ CU x MU Sustainability Fest 2026 และโครงการ SDGs to Real World Impact
4. การส่งเสริมและสนับสนุนด้านบริการและสวัสดิการนักศึกษา เช่น ศูนย์ MU Well Being Center การปรับปรุงด้านหอพักนักศึกษา
5. ดำเนินการสนับสนุนด้านอาชีพให้แก่นักศึกษา และเสริมสร้างเครือข่ายศิษย์เก่าผ่านการพัฒนากระบวนการรวบรวมทักษะ Soft Skills ที่ขาดแคลน
6. การดำเนินงานด้านหลักสูตรสหกิจศึกษาและการศึกษาเชิงบูรณาการกับการทำงาน (Cooperative and Work Integrated Education : CWIE)

ยุทธศาสตร์ที่ 3 Policy Advocacy, Leaders in Professional / Academic Services and Excellence in Capacity Building for Sustainable Development Goals
1. นโยบายมหาวิทยาลัยสุขภาวะ – Holistic Well-being University Policy
2. มหิดลเพื่อการเปลี่ยนแปลง (Mahidol Change Agent)
3. Co-branding หลักสูตรอบรมร่วมกับ CIFAL Victoria, University of Victoria คณะศิลปศาสตร์ และคณะเวชศาสตร์เขตร้อน
4. SDG Living Lab ต้นแบบจากภายในด้านการจัดการขยะ / อาหารอย่างยั่งยืน
5. สร้างความร่วมมือในงานวิชาการสู่การสร้างผลกระทบเชิงบวกในสังคม เพื่อแก้ไขปัญหาอุบัติเหตุทางถนนของประเทศไทย ด้วยการพัฒนาพื้นที่ต้นแบบ (Sandbox) ด้านความปลอดภัยทางถนน ณ ชุมชนโดยรอบและภายในพื้นที่ตั้งของมหาวิทยาลัยมหิดล ศาลายา และวิทยาเขตอำนาจเจริญ รวมทั้งพัฒนาบทบาทและสมรรถนะภาคีในการยกระดับความปลอดภัยทางถนนด้วย การบูรณาการมาตรการ 3E’S (Engineering, Enforcement, Education)
6. ความร่วมมือทางด้านการให้ความช่วยเหลือด้านการแพทย์และสาธารณสุขกับรัฐเอกราชซามัว ด้วยยุทธศาสตร์การทูตเชิงเวชการ (medical diplomacy) ภายใต้การสนับสนุนจาก กรมความร่วมมือระหว่างประเทศ (TICA) สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงเวลลิงตัน และมูลนิธิมหาวิทยาลัยมหิดล มูลนิธิมหาวิทยาลัยมหิดล ในพระราชูปถัมภ์ฯ

ยุทธศาสตร์ที่ 4 Management Innovation for Sustainability
1. ด้านบริหารจัดการสู่ความยั่งยืน
      1.1 การพัฒนาระบบการจัดซื้อจัดจ้างอิเล็กทรอนิกส์ (Mahidol e-Procurement Platform)
      1.2 การบูรณาการระบบ e-Procurement กับระบบ ERP (Enterprise Resource Planning) ของมหาวิทยาลัย
      1.3 การพัฒนาระบบการประเมินผลและติดตามการใช้จ่ายงบประมาณแบบ Real-time
      1.4 พัฒนาระบบเวชระเบียนกลางด้วยเทคโนโลยีบล็อกเชนและระบบบริหารจัดการเอกสารดิจิทัลสำหรับนักศึกษา (Blockchain-Based Personal Health Record and Digital Credential System for MU Wallet)
      1.5 การพัฒนาแพลตฟอร์มกลางสำหรับบริหารจัดการเงินอุดหนุนวิจัยและบริการวิชาการ (Administration of Research Grants and Academic Service Funds)
      1.6 การจัดทำแผนยุทธศาสตร์มหาวิทยาลัยมหิดล พ.ศ. 2571-2574
      1.7 เสริมสร้างองค์ความรู้ทางด้านการเงินที่เหมาะสมในการเพิ่มประสิทธิภาพของหน่วยงานภายในของมหาวิทยาลัย
      1.8 การลงทุนและเตรียมรูปแบบการลงทุนในการเสนอขายโทเคนดิจิทัลที่มีลักษณะเป็นหลักทรัพย์ (Securities) (Security Token Offering: STO)
      1.9 การจัดทำระบบฐานข้อมูลการใช้ประโยชน์จากอสังหาริมทรัพย์ (Digitization Data Base Platform)
2. ด้านกายภาพและสิ่งแวดล้อม
      2.1 การยกระดับมาตรฐานด้านความปลอดภัย มหาวิทยาลัยมหิดล (MU Safety Standard) ให้สอดคล้องตามกฎหมายและครอบคลุมทุกบริบทความปลอดภัยภายในมหาวิทยาลัย
      2.2 การปรับปรุงอาคารชุดพักอาศัย Condo B
3. ด้านทรัพยากรบุคคล
      3.1 การบริหารจัดการ Global Talent
      – เพิ่มสัดส่วนของ Global Talent (Attraction Rate) ให้ได้ “ร้อยละ 3”
      – รักษาอัตราการคงอยู่ของ Global Talent (Retention Rate) ให้ไม่น้อยกว่า “ร้อยละ 95”
      3.2 การส่งเสริมค่านิยมองค์กร (Core Values) โดยมีความสำเร็จของการจัดกิจกรรมส่งเสริมค่านิยมมหิดล อยู่ในระดับ “มาก”
      3.3 การพัฒนาระบบบริหารสวัสดิการเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตและเสริมสร้างความผูกพันของบุคลากร
      3.4 การพัฒนาระบบสารสนเทศสำหรับการขอตำแหน่งทางวิชาการ
4. การปรับโครงสร้างหน่วยงานภายในของมหาวิทยาลัย
      4.1 ทบทวน นิยาม เกณฑ์การจัดตั้ง ยุบเลิก หน่วยงานภายในของมหาวิทยาลัย
5. ด้านระบบพัฒนาคุณภาพ
      5.1 การตรวจประเมินคุณภาพส่วนงานตามเกณฑ์ EdPEx พร้อมกลไกสนับสนุนเพื่อให้ส่วนงานได้ระดับคะแนนที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง
6. ด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ
      6.1 AI และเทคโนโลยีเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน ให้คลอบคลุมการดำเนินงานในด้านต่าง ๆ เช่น
      • การวิเคราะห์ข้อมูลด้านการเงิน งบประมาณและการจัดซื้อจัดจ้าง
      • พัฒนาระบบ ระบบสารบรรณอิเล็กทรอนิกส์ ให้สามารถบริหารจัดการเอกสารและการวิเคราะห์ข้อมูลสารสนเทศด้วย AI Agent
      6.2 กำหนดนโยบายและแนวทางปฏิบัติด้านธรรมาภิบาลข้อมูล มหาวิทยาลัยมหิดล
      6.3 จัดทำ Dashboard สนับสนุนพันธกิจหลักของมหาวิทยาลัยเพื่อสนับสนุนการใช้ข้อมูลเพื่อตัดสินใจ
7. ด้านกฎหมายและธรรมาภิบาล
      7.1 มีผลประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐ (ITA) ของมหาวิทยาลัยมหิดลสูงขึ้น ในระดับ 95 คะแนนขึ้นไป
8. ด้านการบริหารจัดการความเสี่ยง
      8.1 พัฒนาระบบสารสนเทศด้านการบริหารจัดการความเสี่ยงมหาวิทยาลัยมหิดล (MUERM)
9. ด้านการตลาดและสื่อสารองค์กร
      9.1 โครงการระดมทุนสู่กองทุนมูลนิธิมหิดลเพื่อความยั่งยืน มูลนิธิมหาวิทยาลัยมหิดล ในพระราชูปถัมภ์ฯ

คณะกรรมการสภามหาวิทยาลัยมหิดล รับฟังผลการดำเนินงานของส่วนงาน (University Council Visit : 4) ครั้งที่ 40/2568 ของสถาบันวิจัยภาษาและวัฒนธรรมเอเชีย มหาวิทยาลัยมหิดล

วันที่ 15 สิงหาคม 2568 ศาสตราจารย์คลินิกเกียรติคุณ นายแพทย์ปิยะสกล สกลสัตยาทร นายกสภามหาวิทยาลัยมหิดล พร้อมด้วย กรรมการสภามหาวิทยาลัยมหิดล และทีมผู้บริหารมหาวิทยาลัยมหิดล รับฟังผลการดำเนินงานของส่วนงาน (University Council Visit : 4) ครั้งที่ 40/2568 ของสถาบันวิจัยภาษาและวัฒนธรรมเอเชีย มหาวิทยาลัยมหิดล และรับฟังผลการดำเนินงานที่ผ่านมา รวมทั้งการพัฒนาและความท้าทายในอนาคต โดยมี รองศาสตราจารย์ ดร.นันทิยา ดวงภุมเมศ ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยภาษาและวัฒนธรรมเอเชีย มหาวิทยาลัยมหิดล พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร คณาจารย์ และบุคลากร เข้าร่วมรับฟังความคิดเห็น ณ ห้องประชุม 515 ชั้น 5 สถาบันวิจัยภาษาและวัฒนธรรมเอเชีย มหาวิทยาลัยมหิดล และผ่านระบบออนไลน์

1. ผลสำเร็จที่ภาคภูมิใจของส่วนงานในระยะเวลา 4 ปีที่ผ่านมา ตามแผนยุทธศาสตร์ของมหาวิทยาลัยมหิดล
ยุทธศาสตร์ที่ 1 World Class Research & Innovation
1. การขับเคลื่อนด้านการส่งเสริมการวิจัยและตีพิมพ์ที่มีคุณภาพสูง โดยให้เงินรางวัลสนับสนุนการตีพิมพ์ผลงานที่มีคุณภาพสูง ภายใต้ โครงการ RILCA R&D Sandbox อาทิ (1) ผลงานตีพิมพ์ระดับนานาชาติ Q1, Top10, Top1 เพิ่มขึ้นเกินเป้าทุกปี (2) ค่า Field Weight Citation Impact เพิ่มสูงขึ้นกว่าค่ามาตรฐาน (1.67/1.00) และ (3) 5 ปี citation per publication ปัจจุบัน 6.5
2. Research Network: (1) SOAS–Language, Culture, and Sustainable Community Development: Taking the Conversation Further (2) Inauguration of “MU Cultural Quarter” on International Mother Language Day (3) International Conference on Indian Diaspora in Asia by RILCA and the Indian Studies Networkและ (4) Yunus Emre Institute
3. RILCA ARE-Hub: พัฒนาพื้นที่แลกเปลี่ยนเรียนรู้กับบุคลากรต่างชาติและความร่วมมือกับเครือข่ายนานาชาติ

ยุทธศาสตร์ที่ 2 Innovative Education and Authentic Learning
1. การพัฒนาหลักสูตร- เปิดหลักสูตรปริญญาโท สาขาวิชาพิพิธภัณฑ์ศึกษาและปริญญาเอก สาขาวิชาภาษาและการสื่อสารระหว่างวัฒนธรรม (โครงการต่อเนื่อง)
2. การสนับสนุนการรับรองสมรรถนะวิชาชีพตามกรอบมาตรฐาน PSF มีบุคลากรได้รับการรับรอง PSF จำนวน 10 คน จำแนกเป็น (1) ระดับ Senior Fellow จำนวน 7 คน (2) ระดับ Fellow จำนวน 2 คน และ (3) MUPSF ระดับ 3 จำนวน 1 คน
3. การสร้างความร่วมมือกับสถาบันการศึกษา (1) โครงการความร่วมมือและการแลกเปลี่ยนเพื่อสร้างเครือข่ายพันธมิตรเชิงยุทธศาสตร์ ระดับนานาชาติด้านการศึกษา (University of Malaya, Tokyo University of Foreign Studies, Kunming University, Yunnan Minzu University) และ (2) โครงการ RILCA Road Show 2023 (โครงการต่อเนื่อง)

ยุทธศาสตร์ที่ 3 Policy Advocacy, Leaders in Professional / Academic Services and Excellence in Capacity Building for Sustainable Development Goals
1. งานวิจัยขับเคลื่อน Policy Advocacy and Inclusive Society: (1) โครงการวิจัยการจัดการศึกษาแบบทวิ-พหุภาษา และการเรียนรู้ ระหว่างวัฒนธรรม (2) การต่อยอดขยายผลในมิติสุขภาพการแพทย์ในปี 2567 – 2568 และ (3) ศูนย์วิชาการด้านการรู้เท่าทันสื่อของ ผู้สูงอายุ (ICEML)https://www.iceml.org/ (โครงการต่อเนื่อง)
2. Capacity Building: (1) Norwegian Ministry of Foreign Affairs – RILCA Empowerment: Creating Refugees, Migrants as Agents of Positive Change และ (2) Rockefeller Foundation – Capacity Building Workshop on Multiculturalism, Medical Pluralism, and Communication for Healthcare Professionals
3. การยกระดับการบริการวิชาการต่อยอดจากงานวิจัยและการศึกษา: โครงการพัฒนาข้อสอบวัดระดับความสามารถทางภาษาไทย สำหรับชาวต่างชาติ (MU-Thai Test) (โครงการต่อเนื่อง)

ยุทธศาสตร์ที่ 4 Management Innovation for Sustainability
1. การพัฒนาคุณภาพและการบริหารจัดการภายในหลักธรรมาภิบาล (1) ผลการประเมินคุณภาพตามเกณฑ์ EdPEx ด้านกระบวนการ มีแนวโน้มที่ดีขึ้น และ (2) ผลการประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงานมีแนวโน้มที่ดีขึ้น ผ่าน ได้คะแนนร้อยละ 90.36
2. การขับเคลื่อนด้านทรัพยากรบุคคล การทำงานในรูปแบบบูรณาการ Single Project, Multiple Objectives and Outcomes ภายใต้ โครงการ RILCA R&D Sandbox
3. ความสำเร็จในด้านการจัดการพลังงาน เข้าร่วมโครงการการใช้พลังงานแสงอาทิตย์ (Solar cells) ภายในมหาวิทยาลัยมหิดล

2. เป้าหมายที่ท่านคาดหวังว่าจะดำเนินการเพิ่มเติมในอีก 2 ปีข้างหน้า (ปีงบประมาณ 2569-2570)
ยุทธศาสตร์ที่ 1 World Class Research & Innovation
งานวิจัยและนวัตกรรมด้านภาษาและวัฒนธรรมที่มุ่งเน้นการผสานความเชี่ยวชาญข้ามศาสตร์ และสร้างความร่วมมือในการ ทำงานวิจัยร่วมกับเครือข่ายทางยุทธศาสตร์ เพื่อสร้างผลกระทบต่อสุขภาวะชุมชนและสังคม และการผลิต ผลงานวิจัยตีพิมพ์ระดับนานาชาติที่อยู่บนฐานข้อมูลสากล Scopus ใน Q1 และ Q1 Top 10 2 of 2

ยุทธศาสตร์ที่ 2 Innovative Education and Authentic Learning
พัฒนาหลักสูตรรูปแบบ Non-degree ที่ผสานองค์ความรู้ข้ามศาสตร์ และนวัตกรรมด้านภาษาและวัฒนธรรม จากฐานความรู้และความเชี่ยวชาญของหลักสูตร เพื่อสร้างความเปลี่ยนแปลงในสังคมและส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิต

ยุทธศาสตร์ที่ 3 Policy Advocacy, Leaders in Professional / Academic Services and Excellence in Capacity Building for Sustainable Development Goals
ต่อยอดงานวิจัยหรือนวัตกรรมที่สามารถเป็นต้นแบบและผู้นำการเปลี่ยนแปลงที่สร้างผลกระทบทางสังคมเพื่อชี้นำนโยบาย สังคมในระดับชาติและนานาชาติและใช้ในเชิงพาณิชย์

ยุทธศาสตร์ที่ 4 Management Innovation for Sustainability
บริหารจัดการภายใต้หลักธรรมาภิบาล มุ่งเสริมสร้างความมั่นคงทางการเงิน พัฒนานิเวศการทำงานที่ปลอดภัย เป็นมิตรต่อ สิ่งแวดล้อม ยกระดับระบบงานให้มีประสิทธิภาพ ส่งเสริมศักยภาพบุคลากรให้ปฏิบัติงานได้อย่างมีประสิทธิผล พร้อมสร้างความสุขและ ความผูกพันในองค์กรอย่างยั่งยืน

คณะกรรมการสภามหาวิทยาลัยมหิดล รับฟังผลการดำเนินงานของส่วนงาน (University Council Visit: 4) ครั้งที่ 39/2568 หอสมุดและคลังความรู้มหาวิทยาลัยมหิดล

วันที่ 15 สิงหาคม 2568 ศาสตราจารย์คลินิกเกียรติคุณ นายแพทย์ปิยะสกล สกลสัตยาทร นายกสภามหาวิทยาลัยมหิดล พร้อมด้วยกรรมการสภามหาวิทยาลัยมหิดล และทีมบริหารมหาวิทยาลัยมหิดล รับฟังผลการดำเนินงานของส่วนงาน (University Council Visit: 4) ครั้งที่ 39/2568 หอสมุดและคลังความรู้มหาวิทยาลัยมหิดล และรับฟังผลการดำเนินงานที่ผ่านมา รวมทั้งการพัฒนาและความท้าทายในอนาคต โดยมี ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.สราวุธ เวชกิจ ผู้อำนวยการหอสมุดและคลังความรู้มหาวิทยาลัยมหิดล พร้อมด้วยทีมบริหาร และบุคลากรของหอสมุดและคลังความรู้ฯ ร่วมรับฟังความคิดเห็น ณ ห้องประชุม 2 ชั้น 3 หอสมุดและคลังความรู้มหาวิทยาลัยมหิดล

1. ผลสำเร็จที่ภาคภูมิใจของส่วนงานในระยะเวลา 4 ปีที่ผ่านมา ตามแผนยุทธศาสตร์ของมหาวิทยาลัยมหิดล
ยุทธศาสตร์ที่ 1 World Class Research & Innovation
1) จัดหา/คัดเลือกและวิเคราะห์วารสารที่เหมาะสมในการตีพิมพ์บทความและเข้าใจกฎและกระบวนการตีพิมพ์ Read & Publish แก่อาจารย์ และนักวิจัยของมหาวิทยาลัย

ยุทธศาสตร์ที่ 2 Innovative Education and Authentic Learning
1) โครงการ VR Education MU Library (โครงการต่อเนื่อง)
2) การให้บริการ MU e-Lecture

ยุทธศาสตร์ที่ 3 Policy Advocacy, Leaders in Professional / Academic Services and Excellence in Capacity Building for Sustainable Development Goals
1) โครงการส่งเสริมกิจกรรมความร่วมมือพันธมิตรในระดับนานาชาติ (โครงการต่อเนื่อง)
2) โครงการพันธกิจสัมพันธ์เพื่อสังคม: พัฒนาห้องสมุดดิจิทัลให้แก่โรงเรียนในสังกัดสำนักงานการศึกษาขั้นพื้นฐาน และผลักดันโรงเรียนในจังหวัดนครปฐมให้ก้าวสู่ระบบห้องสมุดดิจิทัล (โครงการต่อเนื่อง)

ยุทธศาสตร์ที่ 4 Management Innovation for Sustainability
1) ผ่านการรับรองมาตรฐานการบริหารคุณภาพ ISO 9001:2015 และมาตรฐานการจัดการด้านสิ่งแวดล้อม 14001:2015
2) พัฒนาการจัดหาการใช้ฐานข้อมูล Co-pay

เป้าหมายที่ หอสมุดและคลังความรู้มหาวิทยาลัยมหิดล คาดหวังว่าจะดำเนินการเพิ่มเติมในอีก 2 ปีข้างหน้า (ปีงบประมาณ 2569 – 2570)
ยุทธศาสตร์ที่ 1 World Class Research & Innovation

1) พัฒนาการเป็น Research Support มุ่งเน้นเรื่องการทำ Systematic Review รวมถึงเรื่องของการแนะนำการคัดเลือกวารสารฐานข้อมูล

ยุทธศาสตร์ที่ 2 Innovative Education and Authentic Learning
1) พัฒนาการใช้นวัตกรรม และเทคโนโลยี AI เพื่อชี้นำทรัพยากรสารสนเทศที่ตอบสนองความต้องการของผู้เข้าใช้บริการ

ยุทธศาสตร์ที่ 3 Policy Advocacy, Leaders in Professional / Academic Services and Excellence in Capacity Building for Sustainable Development Goals
1) มีโครงการนำร่องการให้บริการกลุ่มเป้าหมายอื่นในด้านต่าง ๆ นอกเหนือจากนักศึกษาในมหาวิทยาลัย

ยุทธศาสตร์ที่ 4 Management Innovation for Sustainability
1) จัดทำโครงการหารายได้

มหาวิทยาลัยมหิดล จัดรอบการกุศลละครเวที “The Phantom of the Opera” สนับสนุนการสร้าง “MU Bio-Plant โรงงานยาที่มีชีวิต” แห่งแรกในประเทศไทย

วันที่ 9 สิงหาคม 2568 ศาสตราจารย์ นายแพทย์ปิยะมิตร ศรีธรา อธิการบดีมหาวิทยาลัยมหิดล และประธานมูลนิธิมหาวิทยาลัยมหิดล ในพระราชูปถัมภ์ฯ พร้อมด้วย คณะผู้บริหารมหาวิทยาลัยมหิดล ร่วมกับภาคีเครือข่าย อาทิ คุณจำรูญ ชินธรรมมิตร์ และหม่อมหลวงจารุวัฒนา ชินธรรมมิตร์ กลุ่มบริษัท น้ำตาลขอนแก่น จำกัด (มหาชน) กลุ่มบริษัท ราชาชูรส จำกัด กลุ่มบริษัท ราชาเซรามิค จำกัด พลตำรวจเอก นายแพทย์จงเจตน์ อาวเจนพงษ์ อดีตนายกสมาคมศิษย์เก่ามหาวิทยาลัยมหิดลฯ ดร.สมศักดิ์ ลีสวัสดิ์ตระกูล นายกสมาคมศิษย์เก่ามหาวิทยาลัยมหิดลฯ บริษัท ไทยสมุทรประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) บริษัท ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) บริษัท ซีโน-แปซิฟิค เทรดดิ้ง (ไทยแลนด์) จำกัด และบริษัท ฟัน สโตน จำกัด จัดรอบการแสดงละครเวทีระดับโลก “The Phantom of the Opera” รอบการกุศล ณ เมืองไทยรัชดาลัย เธียเตอร์ กรุงเทพมหานคร

รายได้จากการจำหน่ายบัตรรอบการกุศลครั้งนี้ จะนำเข้าสู่ “กองทุนมูลนิธิมหิดลเพื่อความยั่งยืน” เพื่อสนับสนุนการสร้าง “MU Bio-Plant โรงงานยาที่มีชีวิต” แห่งแรกในประเทศไทย ซึ่งจะเป็นศูนย์กลางการผลิตยานวัตกรรมจากงานวิจัยในประเทศ เพื่อการรักษาโรคร้ายแรงโดยเฉพาะโรคมะเร็ง ช่วยให้ประชาชนเข้าถึงการรักษาในราคาที่เหมาะสม และยกระดับคุณภาพชีวิตของคนไทย รวมทั้งสร้างประโยชน์แก่สังคมโลก

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    เปิดใช้งานตลอด

    ประเภทของคุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้

  • สภามกาวิทยาลัยมหิดล

    เว็บไซต์ของมหาวิทยาลัยมหิดลใช้คุกกี้เพื่อจำแนกผู้ใช้งานแต่ละคน โดยทำหน้าที่หลักคือประมวลทางสถิติ ตลอดจนลักษณะเฉพาะของกลุ่มผู้ใช้บริการนั้นๆ ซึ่งข้อมูลดังกล่าวจะนำมาใช้ในการวิเคราะห์รูปแบบพฤติกรรม ของผู้ใช้บริการ และมหาวิทยาลัยจะนำผลลัพธ์ดังกล่าวไปใช้ในการปรับปรุงเว็บไซต์ให้ตอบสนองความต้องการ และการใช้งานของผู้ใช้บริการให้ดียิ่งขึ้น อย่างไรก็ตามข้อมูลที่ได้แนละใช้ประมวลผลนั้นจะไม่มีการระบุชื่อ หรือบ่ง บอกความเป็นตัวตนของผู้ใช้บริการแต่อย่างใด อีกทั้งไม่มีการเก็บข้อมูลส่วนบุคคล เช่น ชื่อ, นามสกุล, อีเมล เป็น ต้น และใช้เป็นเพียงข้อมูลทางสถิติเท่านั้น ซึ่งจะช่วยให้มหาวิทยาลัยสามารถมอบประสบการณ์ที่ดีในการใช้งาน เว็บไซต์สำหรับคุณ และช่วยให้สามารถปรับปรุงเว็บไซต์ให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นได้ในเวลาเดียวกัน ทั้งนี้คุณสามารถ เลือกตัวเลือกในการใช้งานคุกกี้ได้

บันทึกการตั้งค่า