คณะกรรมการสภามหาวิทยาลัยมหิดล รับฟังผลการดำเนินงานของส่วนงาน (University Council Visit :4) ครั้งที่ 20/2568 ของ มหาวิทยาลัยมหิดล วิทยาเขตกาญจนบุรี

วันที่ 4 กรกฎาคม 2568 ศาสตราจารย์คลินิกเกียรติคุณ นายแพทย์ปิยะสกล สกลสัตยาทร นายกสภามหาวิทยาลัยมหิดล พร้อมด้วย กรรมการสภามหาวิทยาลัยมหิดล และทีมผู้บริหาร รับฟังผลการดำเนินงานของส่วนงาน (University Council Visit : 4) ครั้งที่ 20/2568 ของมหาวิทยาลัยมหิดล วิทยาเขตกาญจนบุรีและรับฟังผลการดำเนินงานที่ผ่านมา รวมทั้งการพัฒนาและความท้าทายในอนาคต โดยมี ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ธัชวีร์ ลีละวัฒน์ รองอธิการบดีฝ่ายวิทยาเขตกาญจนบุรี มหาวิทยาลัยมหิดล พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร คณาจารย์ และบุคลากร เข้าร่วมรับฟังความคิดเห็น ณ ห้องประชุมนิลกาญจน์ ชั้น 3 อาคารเรียนรวม วิทยาเขตกาญจนบุรี มหาวิทยาลัยมหิดล โดยมีประเด็นดังต่อไปนี้

1. ผลสำเร็จที่ภาคภูมิใจของส่วนงานในระยะเวลา 4 ปีที่ผ่านมา ตามแผนยุทธศาสตร์ของมหาวิทยาลัยมหิดล
ยุทธศาสตร์ที่ 1 World Class Research & Innovation

1. การสร้างงานวิจัยแบบมุ่งเป้า เช่น การวิจัยจาก Synergy Climate Research Cluster วิจัยนำร่องลดการเผาในที่โล่งเพื่อสุขภาวะที่ดี ในพื้นที่ภาคเกษตรและพื้นที่ป่าอนุรักษ์จังหวัดกาญจนบุรี เป็นตัวกลางระหว่างภาครัฐและประชาชน เพื่อรองรับการดำเนินงานภายใต้ พรบ. บริหารจัดการเพื่ออากาศสะอาด ที่คาดว่าประกาศใช้ในปี 2568 และการวิจัยผลกระทบจาก Climate Change เพื่อป้องกันการเสียหายจากการที่ได้รับผลกระทบลมร้อนเข้าทำลายดอกลำไยบ้านแพ้ว มีการขยายผลไปสู่การนำเทคโนโลยีการโชยน้ำไปแก้ปัญหามะพร้าวลูกทุยลูกลีบ และลูกแตก

นอกจากนี้ มีความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยเกียวโต เพื่อจัดทำ Double Degree Program และมีการวิจัยต่อเนื่องในการใช้ข้อมูลดาวเทียมสำหรับรูปแบบของระบบเตือนภัยเพื่อการแก้ปัญหาอย่างยั่งยืนในอนาคต (โครงการต่อเนื่อง)

ยุทธศาสตร์ที่ 2 Innovative Education and Authentic Learning
1. หลักสูตรผ่านการรับรองจาก ASEAN University Network Quality Assurance: AUN-QA จำนวน 3 หลักสูตร (โครงการต่อเนื่อง)
2. ทุกหลักสูตรมีการปรับปรุงให้สอดคล้องกับนโยบาย Outcome Based Education และ Demand-driven Education โดยมีการจัดประสบการณ์การเรียนรู้ใน Real Working Environment ผ่านความร่วมมือกับสถานประกอบการ ครบทั้ง 7 หลักสูตร และในรูปแบบ Cooperative and Work Integrated Education (CWIE) จำนวน 3 หลักสูตร

นอกจากนี้ มีการส่งนักศึกษาหลักสูตรวิศวกรรมสิ่งแวดล้อมและการจัดการภัยพิบัติ เพื่อไปปฏิบัติสหกิจศึกษาที่บริษัท T-MEC ณ ประเทศญี่ปุ่น ในปีการศึกษา 2568 (โครงการต่อเนื่อง)

3. ได้รับรางวัล UKPSF จำนวน 1 ท่าน และ SFHEA จำนวน 1 ท่าน รวมทั้ง MUPSF จำนวน 10 ท่าน (โครงการต่อเนื่อง)
4. จัดกิจกรรม Startup ร่วมกับมหาวิทยาลัยต่างประเทศ เพื่อช่วยสนับสนุนให้เกิดความเข้มแข็งทางด้าน Entrepreneur (โครงการต่อเนื่อง)
5. ทุกหลักสูตรมีเครือข่ายความร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐและเอกชน และ 7 ใน 8 หลักสูตรมีความร่วมมือกับสถาบันการศึกษาต่างประเทศ (โครงการต่อเนื่อง)

ยุทธศาสตร์ที่ 3 Policy Advocacy, Leaders in Professional / Academic Services and Excellence in Capacity Building for Sustainable Development Goals
1. เข้าร่วมโครงการ Korea National University of Education (KNUE) UNESCO – UNITWIN Network โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนา Teacher Quality Education for pre-service and in-service teachers ให้กับคุณครูในพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรี ส่งผลต่อการขับเคลื่อนคุณภาพการศึกษา การวิจัย และการสร้างนวัตกรรมทางการศึกษาของจังหวัดกาญจนบุรี (โครงการต่อเนื่อง)
2. การดำเนินการถ่ายทอดองค์ความรู้เพื่อเสริมสร้างขีดความร่วมมือกับองค์กรภายนอก (Capacity Building) และผลักดันการดำเนินงานที่สอดคล้องกับ BCG เช่น โครงการ Biomass Energy Generation for Sustainable Community. ได้รับทุนสนับสนุนจากมูลนิธิ Rockefeller Foundation ร่วมกับกองวิเทศสัมพันธ์ มหาวิทยาลัยมหิดล ในการถ่ายทอดองค์ความรู้เรื่องการจัดการของเสียภาคชุมชน ภาคการเกษตร และภาคปศุสัตว์ และขยายผลไปสู่การเรียนรู้ของชุมชนบ้านสามัคคีธรรม จนสามารถผลิตปุ๋ยอัดเม็ดได้ที่โรงงานต้นแบบของวิทยาเขตกาญจนบุรี

นอกจากนี้ ได้ดำเนินโครงการการเพิ่มมูลค่าในระบบอุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลทราย “ไร่อ้อยไร้ควัน” โดยได้รับทุนสนับสนุนจาก สสส. ร่วมกับศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลทรายภาคที่ 1 (ศอภ.1) เพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้การเพิ่มมูลค่าวัสดุทางการเกษตร ในการใช้เป็นเศษวัสดุการเพาะเห็ด การทำปุ๋ยหมัก การทำถ่าน Biochar และการเพิ่มมูลค่าน้ำอ้อย

ยุทธศาสตร์ที่ 4 Management Innovation for Sustainability
1. ผลักดันการเป็น ECO and Smart Campus โดยการใช้ Clean Energy การรับรอง ISO 14001 การรับรอง Green Residence การรับรอง Green Area และการรับรอง Peer Evaluation ระดับประเทศ (โครงการต่อเนื่อง)
2. ด้าน Smart Campus มีการทำ Digital Transformation ในกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างแบบครบวงจร ร่วมกับรองอธิการฯ ฝ่ายการคลัง และกองคลัง ส่งผลให้สามารถลดระยะเวลาการดำเนินการได้เกินกว่า50% และมีการใช้ Generative AI ในการทำ Knowledge Management ทางด้าน HR

เป้าหมายที่ท่านคาดหวังว่าจะดำเนินการเพิ่มเติมในอีก 2 ปีข้างหน้า (ปีงบประมาณ 2569-2570)
ยุทธศาสตร์ที่ 1 World Class Research & Innovation
1. การสร้างงานวิจัยแบบมุ่งเป้าผ่านกลุ่มวิจัย 4 กลุ่ม ในการผสานองค์ความรู้กับคู่ความร่วมมือให้สามารถนำผลงานวิจัยมาใช้ประโยชน์และตอบสนองประเด็นระดับโลก เช่น การผลิตผลงานวิจัยแบบมุ่งเป้าทางด้านคาร์บอนเครดิต และการใช้ประโยชน์จากการจัดเก็บคาร์บอน ทั้งภาคป่าไม้และภาคการเกษตร และการผลิตผลงานวิจัยแบบมุ่งเป้าเพื่อยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันการด้านการเกษตร และอุตสาหกรรมเกษตร ในพื้นที่ภูมิภาคต่าง ๆ ของประเทศ เพื่อต่อสู้กับการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศของโลก

ยุทธศาสตร์ที่ 2 Innovative Education and Authentic Learning
1. ผลักดันหลักสูตรให้ได้รับการรับรองจาก ASEAN University Network Quality Assurance: AUN-QA เพิ่มเติม (โครงการต่อเนื่อง)
2. เพิ่มจำนวนหลักสูตร CWIE และสร้างระบบ Ecosystem เพื่อให้นักศึกษามีโอกาสปฏิบัติงาน CWIE ทั้งในและต่างประเทศ (โครงการต่อเนื่อง)
3. สร้าง Non degree courses แบบบูรณาการข้ามศาสตร์เพิ่มเติม
4. ส่งเสริมกิจกรรมกับคู่ความร่วมมือทั้งในและต่างประเทศให้มีความต่อเนื่องและยั่งยืน (โครงการต่อเนื่อง)

ยุทธศาสตร์ที่ 3 Policy Advocacy, Leaders in Professional / Academic Services and Excellence in Capacity Building for Sustainable Development Goals
1. ส่งเสริมการเรียนรู้อย่างต่อเนื่องภายในพื้นที่ โดยใช้ประโยชน์จากการผสานพลังร่วมกับคู่ความร่วมมือ เช่น โครงการ Korea National University of Education (KNUE) UNESCO – UNITWIN Network โครงการร่วมกับมูลนิธิ สอวน. (โครงการต่อเนื่อง)
2. ยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันการด้านการเกษตรและผลิตภัณฑ์ทางการเกษตร เช่น โครงการ Biomass Energy Generation for Sustainable Community โครงการลดการเผาในที่โล่งเพื่อสุขภาวะที่ดี โครงการบูรณาการร่วมกันในการยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันการด้านการเกษตรเพื่อส่งออกร่วมกับภาครัฐและเอกชน

ยุทธศาสตร์ที่ 4 Management Innovation for Sustainability
ผลักดันการเป็น ECO and Smart Campus อย่างต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพ โดยผลักดันการจัดการ Waste Management อย่างครบวงจร ผลักดันให้เกิดการรับรองมาตรฐาน ISO45001 และ ISO9001 (ที่สอดคล้องกับการจัดการ Climate Change) ผลักดันตามแผน “MUKA IT Master Plan leading to Digital Campus” เพื่อให้เป็น Smart Campus (โครงการต่อเนื่อง)

คณะกรรมการสภามหาวิทยาลัยมหิดล รับฟังผลการดำเนินงานของส่วนงาน (University Council Visit : 4) ครั้งที่ 19/2568 ของสถาบันโภชนาการ มหาวิทยาลัยมหิดล

วันที่ 3 กรกฎาคม 2568 ศาสตราจารย์คลินิกเกียรติคุณ นายแพทย์ปิยะสกล สกลสัตยาทร นายกสภามหาวิทยาลัยมหิดล พร้อมด้วยกรรมการสภามหาวิทยาลัยมหิดล และทีมผู้บริหารมหาวิทยาลัยมหิดล รับฟังผลการดำเนินงานของส่วนงาน (University Council Visit : 4) ครั้งที่ 19/2568 ของสถาบันโภชนาการ มหาวิทยาลัยมหิดล และรับฟังผลการดำเนินงานที่ผ่านมา รวมทั้งการพัฒนาและความท้าทายในอนาคต โดยมี รองศาสตราจารย์ ดร.ชลัท ศานติวรางกูร ผู้อำนวยการสถาบันโภชนาการ มหาวิทยาลัยมหิดล พร้อมด้วย คณะผู้บริหาร คณาจารย์ และบุคลากร เข้าร่วมรับฟังความคิดเห็น ณ ห้องประชุมอารี วัลยะเสวี มหาวิทยาลัยมหิดล ศาลายา โดยมีประเด็นดังต่อไปนี้

1.ผลสำเร็จที่ภาคภูมิใจของส่วนงานในระยะเวลา 4 ปีที่ผ่านมา ตามแผนยุทธศาสตร์ของมหาวิทยาลัยมหิดล
ยุทธศาสตร์ที่ 1 World Class Research & Innovation: สถาบันผลักดันการขับเคลื่อนงานวิจัยสู่การเป็น World Class University ด้วยการยกระดับจำนวนบุคลากร Global Talent เพื่อเพิ่มคุณภาพผลงานวิจัยตีพิมพ์ในระดับนานาชาติ โดยในปี 2565-2567 มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จำนวน 72, 81 และ 81 เรื่อง ตามลำดับ ซึ่งสัดส่วนของผลงานตีพิมพ์ Top 1 มีการเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจาก 1 เรื่อง (ปี 2566) เป็น 5 เรื่อง (ปี 2567) ส่งผลให้ค่า Field-Weighted Citation Impact อยู่ที่ 1.46 ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยมาตรฐานร้อยละ 46 ตลอดจนมีความร่วมมือด้านการวิจัยกับเครือข่ายนานาชาติ อาทิ The Rockefeller Foundation, Consultative Group on International Agricultural Research (CGIAR), Center for Dietary Assessment (Intake), World Wood Program (WFP) และเป็นศูนย์ความเป็นเลิศระดับภูมิภาคเอเชีย (Asia Center of Excellence) ภายใต้โครงการ Periodic Table of Food Initiative (PTFI) โดยได้รับทุนสนับสนุนจาก American Heart Association ตลอดจนจัดตั้ง Joint Unit ร่วมกับมหาวิทยาลัยชั้นนำระดับโลก อาทิ ETH Zurich และ Harvard University (โครงการต่อเนื่อง)

ยุทธศาสตร์ที่ 2 Innovative Education and Authentic Learning: การพัฒนาหลักสูตรปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาอาหารและโภชนาการเพื่อสุขภาพและสุขภาวะ (หลักสูตรนานาชาติ) ซึ่งเป็นหลักสูตรวิทยาการ (Interdisciplinary) ที่ให้ความสำคัญกับการส่งเสริมสุขภาพและสุขภาวะตามหลักโภชนาการ ทั้งในระดับบุคคล สังคม โดยเฉพาะในบริบทของการเติบโตอย่างยั่งยืนในทุกช่วงวัย และการเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุอย่างสมบูรณ์ ซึ่งมีผู้สนใจสมัครเรียนสูงกว่าค่าเป้าหมายที่กำหนดไว้จากหลากหลายประเทศ อาทิ อิตาลี เวียดนาม เมียนมา เป็นต้นรวมทั้งการจัดหลักสูตรด้านอาหาร โภชนาการ เพื่อสนับสนุนการเรียนรู้แบบยืดหยุ่น และการเรียนรู้ตลอดชีพ โดยเฉพาะในรูปแบบออนไลน์ อาทิ หลักสูตรสารก่อมะเร็งในอาหาร Health Risk of Excess Nutrients and Regulatory Enforcement เป็นต้น (โครงการต่อเนื่อง)

ยุทธศาสตร์ที่ 3 Policy Advocacy, Leaders in Professional / Academic Services and Excellence in Capacity Building for Sustainable Development Goals: สถาบันเป็นหน่วยงานหลักในการพัฒนาศักยภาพด้านอาหารและโภชนาการแก่องค์กรและหน่วยงานต่างๆ ทั้งในระดับชาติและนานาชาติ ส่งผลให้ได้รับความไว้วางใจในการมอบหมายภารกิจสำคัญจากองค์กรระดับโลก อาทิ องค์การอนามัยโลก (WHO), องค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ (FAO) องค์การรัฐมนตรีศึกษาแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (SEAMEO) และโครงการความร่วมมือด้านการเกษตรแห่งเอเชีย (AFACI) เช่น การเป็น Co-Chair ของ One Country One Priority Product (OCOP) Regional Organizing Group (ROG) for Asia and the Pacific (FAO) เพื่อช่วยประเทศในภูมิภาคเพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์การเกษตรให้สามารถแข่งขันในตลาดสากลและสนับสนุนการมีโภชนาการที่ดีขึ้นของประชากรภายใต้โครงการ กัมพูชา เนปาล ภูฏาน และปาปัวนิวกินี ตลอดจนการพัฒนาระบบ Thai School Lunch ร่วมกับ NECTEC เพื่อเป็นโปรแกรมช่วยจัดอาหารกลางวันให้ได้ตามมาตรฐานโภชนาการที่ถูกต้องในโรงเรียนสังกัด สำนักงานการศึกษาขึ้นพื้นฐาน (สพฐ.) กระทรวงศึกษาธิการ รวมทั้งดำเนินการวิจัยและพัฒนาการประเมินความปลอดภัยของวัสดุสัมผัสอาหารในการประเมินความปลอดภัยของ rPET ที่จะนำกลับมาขึ้นรูปผลิตเป็นภาชนะบรรจุอาหารจนนำมาสู่การปลดล็อคกฎหมายฉบับเดิมและถูกผลักดันเป็นนโยบายตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข (ฉบับที่ 435) เรื่อง กำหนดคุณภาพหรือมาตรฐานของภาชนะบรรจุที่ทำจากพลาสติก นอกจากนี้ยังได้รับอนุมัติจากกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข ให้เป็นหน่วยงานจัดอบรมหลักสูตร ‘สุขาภิบาลอาหารสำหรับผู้ประกอบกิจการและผู้สัมผัสอาหาร’ เพื่อเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจด้านสุขาภิบาลอาหารอย่างถูกต้อง (โครงการต่อเนื่อง)

ยุทธศาสตร์ที่ 4 Management Innovation for Sustainability: ให้ความสำคัญกับการพัฒนาบุคลากรจึงได้ดำเนินการส่งเสริมการพัฒนาทักษะและสมรรถนะ อาทิ การจัดสรรงบประมาณเป็นทุนในการสนับสนุนการวิจัย การศึกษาต่อ การอบรมเพิ่มทักษะ การจัดอบรม ChatGPT & Gemini AI เพื่อนำ AI มาช่วยในการทำงาน และการอบรม CPR & AED เพื่อเสริมทักษะการปฐมพยาบาลและสร้างวัฒนธรรมความปลอดภัย รวมถึงปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานรองรับการเปลี่ยนแปลงในอนาคต อาทิ การสร้างโรงงานต้นแบบเพื่อการแปรรูปอาหาร ครัวสาธิตการปรุงอาหารพร้อมระบบถ่ายทอดสัญญาณออนไลน์ การจัดหาเครื่องมือวิเคราะห์ขั้นสูง การจัดตั้ง Clinical research center การจัดสิ่งอำนวยความสะดวกเพื่อสร้างสุขภาวะที่ดีแก่บุคลากรและนักศึกษา เช่น การปรับปรุง/สร้างพื้นที่ทำงานและพักผ่อน การเพิ่มพื้นที่กิจกรรมทางกายและจัดมุมกาแฟไว้ให้บริการ (โครงการต่อเนื่อง)

2. เป้าหมายที่คาดหวังว่าจะดำเนินการเพิ่มเติมในอีก 2 ปีข้างหน้า (ปีงบประมาณ 2569-2570)
ยุทธศาสตร์ที่ 1 World Class Research & Innovation: การผลักดันการนำผลการวิจัยและนวัตกรรมด้านอาหารสุขภาพและอาหารทางการแพทย์ไปสู่ตลาด/สังคม เพื่อสนับสนุนระบบสาธารณสุขและการดูแลสุขภาพประชากรแต่ละช่วงวัย ประชากรกลุ่มเปราะบางที่มีความต้องการเฉพาะทางด้านโภชนาการ รวมทั้งส่งเสริมการเติบโตทางเศรษฐกิจ เช่น การผลิตสารเสริมโภชนาการน้ำนมแม่ชนิดเหลวปลอดเชื้อสำหรับทารกคลอดก่อนกำหนดน้ำหนักตัวน้อย และอาหารผู้มีปัญหาด้านการเคี้ยวกลืน รวมทั้งผลิตภัณฑ์นวัตกรรมอื่นๆ เช่น ผลิตภัณฑ์โพรไบโอติค อาหารฟังก์ชัน น้ำลายเทียม เจลเพื่อช่วยการกลืนยา ตลอดจนการขยายเครือข่ายการวิจัยกับหน่วยงานที่สำคัญกับการดำเนินการเชิงยุทธศาสตร์เพิ่มขึ้น เช่น National Agriculture and Food Research Organization, Japan (NARO), School Meal Coalition (โครงการต่อเนื่อง)

ยุทธศาสตร์ที่ 2 Innovative Education and Authentic Learning: ส่งเสริมการพัฒนาหลักสูตรให้ได้รับการรับรองมาตรฐานในระดับสากลเพื่อยกระดับคุณภาพการจัดการศึกษา และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของบัณฑิตในเวทีโลก และดำเนินการยกระดับคุณภาพของอาจารย์ผู้สอนให้เป็นไปตามเกณฑ์มาตรฐานคุณภาพอาจารย์ของมหาวิทยาลัยมหิดล (MUPSF) เพื่อส่งเสริมความเป็นมืออาชีพด้านการจัดการเรียนการสอน และพัฒนาศักยภาพอาจารย์ให้สอดคล้องกับเป้าหมายของมหาวิทยาลัยในระดับสากล (โครงการต่อเนื่อง)

ยุทธศาสตร์ที่ 3 Policy Advocacy, Leaders in Professional / Academic Services and Excellence in Capacity Building for Sustainable Development Goals: การให้บริการโรงงานต้นแบบมาตรฐาน GMP สำหรับการแปรรูปอาหารเพื่อส่งเสริมสนับสนุนการวิจัย และการพัฒนานวัตกรรมด้านอาหารและโภชนาการ และการจัดทำมาตรฐานความข้นหนืดของอาหาร (Texture Descriptor) เพื่อใช้เป็นแนวทางในการจัดเตรียมอาหารสำหรับผู้ที่มีปัญหาด้านการเคี้ยวและการกลืน (Dysphagia) โดยมีเป้าหมายเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตและความปลอดภัยทางอาหารในผู้บริโภคเฉพาะกลุ่ม รวมทั้งการเป็นศูนย์ข้อมูลด้านอาหารและโภชนาการ เช่น การจัดทำฐานข้อมูลผลิตภัณฑ์อาหาร Branded Food Products Database และฐานข้อมูลปฏิสัมพันธ์ระหว่างอาหาร/โภชนาการกับยา (Food/Nutrition & Drug Interaction Database) เพื่อใช้ประโยชน์ในการศึกษา วิเคราะห์ และพัฒนางานวิจัยด้านโภชนาการและสาธารณสุข ตลอดจนการให้คำแนะนำทางโภชนาการในระดับบุคคลและระบบสุขภาพ รวมทั้งการให้บริการเบ็ดเสร็จด้านโพรไบโอติก เพื่อสนับสนุนให้เกิดจุลินทรีย์โพรไบโอติกใหม่ของประเทศที่ได้รับการรับรองจาก อย. รวมทั้งการจัดทำแนวทางการประเมินความปลอดภัยของวัสดุสัมผัสอาหาร พลาสติก rHDPE และการกำหนดมาตรฐานโปรตีนจากพืช เพื่อประโยชน์ในเชิงนโยบายและกฎหมาย (โครงการต่อเนื่อง)

ยุทธศาสตร์ที่ 4 Management Innovation for Sustainability: การใช้ครัวสาธิตในการให้บริการอบรมด้านอาหารและโภชนาการเพื่อยกระดับศักยภาพบุคลากรด้านอาหารและโภชนาการของประเทศ การให้บริการอาหารว่างที่ดีกับสุขภาพและผลิตผลิตภัณฑ์จากผลงานวิจัยของสถาบันเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพของการใช้ทรัพยากรและเป็นแหล่งรายได้ใหม่ ตลอดจนโครงการสนับสนุนสุขภาวะ เช่น Sandbox เพื่อส่งเสริมการบริโภคผัก การส่งเสริมการออกกำลังกาย การสร้างพื้นที่กิจกรรมและสันทนาการให้ตอบสนองต่อความต้องการของบุคลากรและนักศึกษา (โครงการต่อเนื่อง)

คณะกรรมการสภามหาวิทยาลัยมหิดล รับฟังผลการดำเนินงานของส่วนงาน (University Council Visit : 4) ครั้งที่ 18/2568 ของคณะสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล

วันที่ 3 กรกฎาคม 2568 ศาสตราจารย์คลินิกเกียรติคุณ นายแพทย์ปิยะสกล สกลสัตยาทร นายกสภามหาวิทยาลัยมหิดล พร้อมด้วย กรรมการสภามหาวิทยาลัยมหิดล และทีมผู้บริหารมหาวิทยาลัยมหิดล รับฟังผลการดำเนินงานของส่วนงาน (University Council Visit : 4) ครั้งที่ 18/2568 ของคณะสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล และรับฟังผลการดำเนินงานที่ผ่านมา รวมทั้งการพัฒนาและความท้าทายในอนาคต โดยมี รองศาสตราจารย์ ดร.กิติกร จามรดุสิต คณบดีคณะสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร คณาจารย์ และบุคลากร เข้าร่วมรับฟังความคิดเห็น ณ ห้องประชุมรองศาสตราจารย์ (พิเศษ) เล็ก มอญเจริญ (4218) อาคารสิ่งแวดล้อมพัฒนดล มหาวิทยาลัยมหิดล ศาลายา มหาวิทยาลัยมหิดล  และผ่านระบบออนไลน์

1. ผลสำเร็จที่ภาคภูมิใจของส่วนงานในระยะเวลา 4 ปีที่ผ่านมา ตามแผนยุทธศาสตร์ของมหาวิทยาลัยมหิดล
ยุทธศาสตร์ที่ 1 World Class Research & Innovation
(1) การพัฒนาเครือข่ายวิจัยระดับนานาชาติ โครงการ “Carbon Neutrality Campus” โดยความร่วมมือระหว่างคณะสิ่งแวดล้อมฯ ม.มหิดล, ม. Shanghai Jiao Tong และ UNESCAP โดยทุนสนับสนุนจาก ม.มหิดล เพื่อแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และพัฒนา Joint Unit ด้านความเป็นกลางทางคาร์บอน การปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์
(2) การพัฒนาระบบนิเวศงานวิจัย ในปี 2567-2568 โดยสนับสนุนทุนวิจัยภายใน และสร้างแพลตฟอร์มอำนวยความสะดวกแก่คณาจารย์ พร้อมดำเนินการวัดผลกระทบการวิจัยตามเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDG Research Impact Measurement) (โครงการต่อเนื่อง)

ยุทธศาสตร์ที่ 2 Innovative Education and Authentic Learning  
(1) ในปีงบประมาณ 2568 หลักสูตรปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรศาสตร์ (หลักสูตรนานาชาติ) ได้รับคัดเลือกเข้ารับการตรวจประเมินการรับรองมาตรฐาน AUN-QA ในระดับอาเซียน
(2) หลักสูตรวิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีสิ่งแวดล้อม ได้รับคัดเลือกเข้าร่วมโครงการเร่งรัดและขยายผลการจัดหลักสูตรพัฒนาบุคลากร CWIE+EEC Model Type A Master Class ประจำปีงบประมาณ 2567
(3) โครงการพัฒนาหลักสูตรด้านความยั่งยืน (Sustainability Program) หลักสูตรปริญญาโท สาขาการจัดการองค์กรอย่างยั่งยืน (Sustainable Enterprise Management) ภาคพิเศษ เพื่อรองรับตลาดแรงงานความต้องการใหม่ในด้านนักวิเคราะห์ความยั่งยืน
(4) โครงการความร่วมมือทางวิชาการกับโรงเรียนใน จ.นครปฐม และฝั่งธนบุรี จำนวน 11 แห่ง เพื่อปูพื้นฐานการเรียนรู้ด้านสิ่งแวดล้อมในระดับมัธยมศึกษา ส่งเสริมการเรียนรู้เชิงประสบการณ์ เตรียมพร้อมสำหรับการศึกษาต่อในคณะสิ่งแวดล้อมฯ

ยุทธศาสตร์ที่ 3 Policy Advocacy, Leaders in Professional / Academic Services and Excellence in Capacity Building for Sustainable Development Goals
(1) ปีงบประมาณ 2568 คณะได้รับทุนสนับสนุนโครงการห้องทดลองเชิงนโยบาย (Policy Lab) มหาวิทยาลัยมหิดล เรื่อง การพัฒนาหน่วยงานที่ปรึกษาเชิงนโยบายด้านการเปลี่ยนถ่ายสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอนและการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ของมหาวิทยาลัยมหิดล, และ ทุนสนับสนุนโครงการเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืนด้วยรูปแบบ “Living Lab” มหาวิทยาลัยมหิดล เรื่อง ขับเคลื่อนการจัดการขยะผ้าอนามัย: สู่สุขภาพที่ยั่งยืนและสิ่งแวดล้อมที่สมดุล
(2) ศูนย์บริการด้านสิ่งแวดล้อมครบวงจร (One Stop Service Environmental Clinic Center) บริการให้คำปรึกษา ตรวจวิเคราะห์ และให้บริการด้านสิ่งแวดล้อมแก่หน่วยงานภาครัฐและเอกชน
(3) การออกแบบหลักสูตรฝึกอบรมแบบเฉพาะ (Tailor-Made Training Programs) ที่สอดคล้องกับทิศทางและกระแสด้านสิ่งแวดล้อมทั้งระดับโลก ภูมิภาค และประเทศ (โครงการต่อเนื่อง)

ยุทธศาสตร์ที่ 4 Management Innovation for Sustainability 
(1) คณะได้ใช้เกณฑ์ EdPEx เพื่อยกระดับคุณภาพการบริหารจัดการ มุ่งเสริมสร้างศักยภาพและความยั่งยืนในทุกมิติเพื่อพัฒนาขีดความสามารถสู่รางวัลคุณภาพแห่งชาติ (TQC) ภายในปี 2569-2570
(2) ในปี 2567 เป็นต้นมา คณะได้มีการบริหารจัดการทางการเงินเชิงกลยุทธ์ โดยมีการวิเคราะห์ต้นทุน พัฒนาระบบติดตามการใช้จ่ายงบประมาณ (S-Curve) จัดทำ Business Model สำหรับหลักสูตรและโครงการบริการวิชาการ
(3) การจัดโครงการ Happy Workplace มุ่งเน้นการสร้างความมั่นคงทางการเงินและลดภาระหนี้สิน (HAPPY WEALTH) ปลูกฝังน้ำใจและความเอื้ออาทร (HAPPY HEART) ส่งเสริมสุขภาพกายและใจที่แข็งแรง (HAPPY HEALTH) เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่มีความสุขเสริมสร้างความผูกพัน และสนับสนุนการทำงานที่มีประสิทธิภาพและพัฒนาทรัพยากรบุคคลเพื่อความยั่งยืน
(4) การจัดทำแผนพัฒนาบุคลากร Training Roadmap พ.ศ. 2568-2572 (5) ผลการประเมิน ITA ของคณะเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยในปีงบประมาณ 2565 ได้คะแนน 80.43%, ปีงบประมาณ 2566 ได้คะแนน 85.62%, และปีงบประมาณ 2567 ได้คะแนน 93.21% แสดงถึงความโปร่งใสและธรรมาภิบาลที่ดีขององค์กร

2. เป้าหมายที่ท่านคาดหวังว่าจะดำเนินการเพิ่มเติมในอีก 2 ปีข้างหน้า (ปีงบประมาณ 2569-2570)
ยุทธศาสตร์ที่ 1 World Class Research & Innovation
(1) Research Performance มุ่งเน้นพัฒนางานวิจัยที่สร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสังคม บรรลุผลกระทบระดับ C (Contribute to solutions) ตามเกณฑ์ SDG Impact Measurement and Management ของ UNDP พร้อมทั้งผลักดันให้มีการนำงานวิจัยไปใช้ประโยชน์จริงในระดับนโยบายและชุมชน
(2) Field-weighted Citation Impact (FWCI): มุ่งยกระดับค่าดัชนีการอ้างอิงของผลงานวิจัยให้สูงกว่าค่าเฉลี่ยสากลในแต่ละสาขาวิชา เพื่อสะท้อนถึงคุณภาพ ความน่าเชื่อถือ และผลกระทบของงานวิจัยในระดับนานาชาติ

ยุทธศาสตร์ที่ 2 Innovative Education and Authentic Learning 
(1) การรับรองหลักสูตรตามมาตรฐาน AUNQA เพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษาและการวิจัย
(2) ปรับปรุงและพัฒนาหลักสูตรที่ตอบโจทย์ความต้องการของตลาดแรงงานและสังคม ส่งเสริมการเรียนรู้เชิงประสบการณ์จริง สร้างความร่วมมือกับสถานประกอบการและมหาวิทยาลัยต่างประเทศ เพื่อเพิ่มโอกาสในการฝึกงานและการพัฒนาทักษะของนักศึกษาระดับป.ตรี ให้พร้อมทำงานทันทีหลังจบการศึกษา
(3) เพิ่มจำนวนนักศึกษาในระดับป.โทด้วยหลักสูตรด้านการจัดการองค์กรอย่างยั่งยืนที่ได้รับการปรับปรุงเพื่อตอบโจทย์ความต้องการของตลาดแรงงาน และมีความร่วมมือกับสถานประกอบการในการร่วมจัดการเรียนการสอน
(4) พัฒนาหลักสูตรอนุปริญญาด้านการจัดการสิ่งแวดล้อม เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิต มุ่งเป้าที่ประชาชนทั่วไปที่จบการศึกษาระดับ ปวส. หรือ กศน.

ยุทธศาสตร์ที่ 3 Policy Advocacy, Leaders in Professional / Academic Services and Excellence in Capacity Building for Sustainable Development Goals
(1) มุ่งสู่การเป็นศูนย์ทวนสอบ เรื่อง การประเมินการปล่อยและดูดกลับก๊าซเรือนกระจก เพื่อสนับสนุนการขับเคลื่อนนโยบาย Net Zero emission ของประเทศไทย พร้อมทั้งพัฒนาหลักสูตร องค์ความรู้ และแนวทางปฏิบัติ โดยมุ่งเป้าไปที่กลุ่มภาคธุรกิจ ภาคอุตสาหกรรม ภาคท่องเที่ยว และ ภาคการเกษตร เพื่อให้สามารถลดก๊าซเรือนกระจกได้อย่างมีประสิทธิภาพ
(2) ส่งเสริมการดูแลสุขภาพชุมชนผ่านการแพทย์แผนไทยและสมุนไพร เพื่อสุขภาวะที่ดีของชุมชน จังหวัดลำปาง
(3) สร้างหลักสูตรฝึกอบรมแบบเฉพาะ (Tailor-Made Training Programs) ที่สอดคล้องกับทิศทางและกระแสด้านสิ่งแวดล้อมและตอบโจทย์ลูกค้า ทั้งระดับโลก ภูมิภาค และประเทศ (โครงการต่อเนื่อง)

ยุทธศาสตร์ที่ 4 Management Innovation for Sustainability  
(1) รางวัล TQC (Thailand Quality Class) เพื่อยกระดับมาตรฐานการบริหารจัดการสู่ความเป็นเลิศ
(2) Sustainable Organization การบริหารจัดการทรัพยากรและกระบวนการภายในองค์กรอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อพัฒนาองค์กรให้เติบโตอย่างยั่งยืน รองรับการดำเนินงานด้านวิจัยและนวัตกรรมในระยะยาว
(3) สร้างเสถียรภาพทางการเงินและการบริหารทรัพยากรด้วยการขยายแหล่งรายได้ พร้อมเสริมสร้างระบบการเงินที่มั่นคงเพื่อรองรับการเติบโตของคณะในอนาคต

คณะกรรมการสภามหาวิทยาลัยมหิดล รับฟังผลการดำเนินงานของส่วนงาน (University Council Visit : 4) ครั้งที่ 17/2568 ของคณะเทคนิคการแพทย์ มหาวิทยาลัยมหิดล

วันที่ 3 กรกฎาคม 2568 ศาสตราจารย์คลินิกเกียรติคุณ นายแพทย์ปิยะสกล สกลสัตยาทร นายกสภามหาวิทยาลัยมหิดล พร้อมด้วย กรรมการสภามหาวิทยาลัยมหิดล และทีมผู้บริหารมหาวิทยาลัยมหิดล รับฟังผลการดำเนินงานของส่วนงาน (University Council Visit : 4) ครั้งที่ 17/2568 ของ คณะเทคนิคการแพทย์ มหาวิทยาลัยมหิดล และรับฟังผลการดำเนินงานที่ผ่านมา รวมทั้งการพัฒนาและความท้าทายในอนาคต โดยมี ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.โชติรส พลับพลึง คณบดีคณะเทคนิคการแพทย์ มหาวิทยาลัยมหิดล พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร คณาจารย์ และบุคลากร เข้าร่วมรับฟังความคิดเห็น ณ ห้องประชุม 901 ชั้น 9 คณะเทคนิคการแพทย์ มหาวิทยาลัยมหิดล ศาลายา และผ่านระบบออนไลน์

1. ผลสำเร็จที่ภาคภูมิใจของส่วนงานในระยะเวลา 4 ปีที่ผ่านมา ตามแผนยุทธศาสตร์ของมหาวิทยาลัยมหิดล
ยุทธศาสตร์ที่ 1 World Class Research & Innovation
1) ผลักดันให้เกิด Technology Accelerator อย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งประกอบด้วยโรงงานต้นแบบเพื่อการพัฒนาชุดทดสอบ น้ำยา และอุปกรณ์การแพทย์ ที่ได้มาตรฐานการผลิตเครื่องมือแพทย์ ISO13485 และก่อตั้ง spinoff company ในการทำหน้าที่ ผลักดันงานวิจัยและนวัตกรรมของนักวิจัยตั้งแต่ต้นทางไปถึงปลายทาง (โครงการต่อเนื่อง)
2) ผลักดันงานวิจัยและนวัตกรรม เพื่อการพัฒนาวิชาชีพเทคนิคการแพทย์และรังสีเทคนิค ใช้ประโยชน์พาณิชย์เกิดผลกระทบเชิงบวก และประโยชน์ต่อสังคมอย่างยั่งยืน อาทิ
      – การวิจัยพัฒนาวัสดุควบคุมคุณภาพ วัสดุทดสอบความชำนาญทางห้องปฏิบัติการ วัสดุอ้างอิง สำหรับการประกันคุณภาพห้องปฏิบัติการทางการแพทย์ เพื่อรองรับความต้องการในการควบคุมและประกันคุณภาพของห้องปฏิบัติการทางการแพทย์ ทั่วประเทศไทยและขยายสู่ประเทศอื่นในระดับภูมิภาค
      – การวิจัยเพื่อพัฒนาวิธีการตรวจหมู่เลือดพิเศษ Rh+ (Asian-type DEL) ในผู้บริจาคโลหิตหมู่เลือด Rh- ด้วยเทคนิคเชิงลึกระดับโมเลกุล นำมาซึ่งการเปิดให้บริการตรวจทางห้องปฏิบัติการระดับโมเลกุล โดยศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย
      – การวิจัยเพื่อพัฒนาปัญญาประดิษฐ์สำหรับการคัดกรองภาวะซีดจากการขาดธาตุเหล็กและธาลัสซีเมีย
      – “Deep inspire” เพื่อช่วยนักรังสีเทคนิคสามารถตรวจสอบคุณภาพเอกซเรย์ปอดอัตโนมัติได้อย่างแม่นยำ
      – การศึกษาปริมาตรของสมองในคนไทยปกติแบ่งตามช่วงอายุ เพื่อนำไปใช้อ้างอิงปริมาตรสมองส่วนต่าง ๆ ในคนไทยปกติ

ยุทธศาสตร์ที่ 2 Innovative Education and Authentic Learning
1) หลักสูตรได้รับการรับรองมาตรฐานคุณภาพการศึกษาตามเกณฑ์ AUN-QA (โครงการต่อเนื่อง)
2) พัฒนารูปแบบการเรียนแบบยืดหยุ่น (Flexible Education) เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ และเพิ่มโอกาสการเข้าถึงการเรียนรู้ให้กับกลุ่มเป้าหมายต่าง ๆ

ยุทธศาสตร์ที่ 3 Policy Advocacy, Leaders in Professional / Academic Services and Excellence in Capacity Building for Sustainable Development Goals
1) การเป็นองค์กรหลักของประเทศในการให้บริการโครงการประเมินคุณภาพห้องปฏิบัติการโดยองค์กรภายนอก (The External Quality Assessment Schemes in Clinical Laboratory) ที่มีมาตรฐานระดับสากล โดยได้รับการรับรองมาตรฐาน ISO/IEC 17043 (โครงการต่อเนื่อง)
2) การได้รับการรับรองมาตรฐาน ISO/IEC 17025 ของหน่วยทดสอบและประเมินผลิตภัณฑ์ทางด้านอาหารปลอดภัย ผลิตภัณฑ์ฆ่าเชื้อ การทดสอบทางพิษวิทยา และจุลชีววิทยา
3) การเป็นองค์กรผู้เชี่ยวชาญการประเมินเอกสารวิชาการสำหรับเครื่องมือแพทย์ตามประกาศของสำนักงานคณะกรรมการอาหาร และยา(โครงการต่อเนื่อง)
4) การเป็นหน่วยงานฝึกอบรมเพื่อพัฒนาบุคลากรทางวิชาชีพ MT และ RT ที่ได้รับการยอมรับทั้งในระดับประเทศและนานาชาติ (โครงการต่อเนื่อง)
5) การร่วมกับ อย. ในการยื่นขอเป็น regional center of regulatory excellence for medical devices ของ SEARN (South East Asia Regulatory Network) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของ WHO
6) การขยายการให้บริการในรูปแบบ “One Lab” คลินิกเทคนิคการแพทย์ เพื่อเพิ่มช่องทางการเข้าถึงการรับบริการ ลดความแออัดในโรงพยาบาล เสริมสร้างสุขภาวะที่ดีให้กับประชาชนโดยรอบวิทยาเขต

ยุทธศาสตร์ที่ 4 Management Innovation for Sustainability
1) การเป็นต้นแบบสถานศึกษาปลอดภัย ห้องปฏิบัติการทางการแพทย์และห้องปฏิบัติการวิจัย ที่มีมาตรฐานในระดับชาติและนานาชาติ (โครงการต่อเนื่อง)
2) การบูรณาการองค์ความรู้ เพื่อสร้างความตระหนักรู้ ความเข้าใจเรื่องสุขภาพ และสร้างเสริมสุขภาวะที่ดีให้กับชุมชน (โครงการต่อเนื่อง)
3) การนำเทคโนโลยีมาใช้เพื่อสนับสนุนการให้บริการ ลดขั้นตอนการ ปฏิบัติและอำนวยความสะดวกรวดเร็วให้ผู้รับบริการได้รับบริการที่มีคุณภาพ มีความปลอดภัย และทันสมัยอย่างเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม (โครงการต่อเนื่อง)

2. เป้าหมายที่ท่านคาดหวังว่าจะดำเนินการเพิ่มเติมในอีก 2 ปีข้างหน้า (ปีงบประมาณ 2569-2570)
ยุทธศาสตร์ที่ 1: World Class Research & Innovation
1) การเป็นองค์กรต้นแบบในการวิจัยและนวัตกรรม ที่สามารถนำมาใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อสังคมอย่างยั่งยืน

ยุทธศาสตร์ที่ 2: Innovative Education and Authentic Learning
1) การขยาย module การเรียนรู้ และหลักสูตรในรูปแบบต่างๆ ที่ส่งเสริมการศึกษาแบบยืดหยุ่น
2) ขยายผลและเสริมประสิทธิภาพการจัดการศึกษาแบบ Work-integrated learning และส่งเสริมการใช้ Technology และนวัตกรรม เพื่อส่งเสริมประสิทธิภาพการเรียนรู

ยุทธศาสตร์ที่ 3: Policy Advocacy & Capacity Building for SDGs
1) การจัดตั้ง International Center for Clinical Laboratory Quality Assurance
2) การจัดตั้ง International Collaborating Center เพื่อส่งเสริมความร่วมมือในการอบรม พัฒนาความเข้มแข็งทางด้านเทคนิคการแพทย์และ รังสีเทคนิค
3) การจัดตั้ง National Clinical Laboratory Validation Center

ยุทธศาสตร์ที่ 4: Management Innovation for Sustainability
1) การวางแผนอัตรากำลังและพัฒนาศักยภาพบุคลากรให้สอดรับกับการขยายงานในทุกพันธกิจ
2) มุ่งสู่การเป็นต้นแบบผู้นำสร้างเสริมสุขภาพด้วยกระบวนและนวัตกรรมในระดับปัจเจกบุคคล องค์กร และชุมชน
3) ขยายการนำเทคโนโลยี และ AI มาใช้ในการปรับปรุงกระบวนการเพื่อเพิ่มคุณค่าให้กับผู้รับบริการ

มหาวิทยาลัยมหิดล จัดพิธีปิดโครงการพัฒนานักบริหารระดับต้น มหาวิทยาลัยมหิดล รุ่นที่ 34

วันที่ 3 กรกฎาคม 2568 ศาสตราจารย์ นายแพทย์ปิยะมิตร ศรีธรา อธิการบดีมหาวิทยาลัยมหิดล เป็นประธานกล่าวปิดโครงการพัฒนานักบริหารระดับต้น มหาวิทยาลัยมหิดล รุ่นที่ 34 (Mahidol University Supervisory Development Program#34) พร้อมมอบวุฒิบัตรให้แก่ผู้เข้าร่วมโครงการ โดยมี คุณนรา เปาอินทร์ รองอธิการบดีฝ่ายบริหารบุคลากรและพัฒนาองค์กร มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวรายงานวัตถุประสงค์การจัดงาน ณ ห้องกันภัย ศูนย์ประชุมมหิดลสิทธาคาร มหาวิทยาลัยมหิดล ศาลายา

โครงการพัฒนานักบริหารระดับต้น มหาวิทยาลัยมหิดล รุ่นที่ 34 (Mahidol University Supervisory Development Program#34) จัดโดย กองทรัพยากรบุคคล มหาวิทยาลัยมหิดล ระหว่างวันที่ 16 พฤษภาคม 2568 – 3 กรกฎาคม 2568 จำนวน 39 คน เพื่อเสริมสร้างขีดความสามารถของผู้บริหารระดับต้นให้มีบทบาทเป็นผู้นำยุคใหม่ เน้นกระบวนการเรียนรู้ แลกเปลี่ยนประสบการณ์ และการสร้างเครือข่ายความสัมพันธ์ระหว่างผู้เข้ารับการอบรม ในบริบทของการบริหารจัดการ ตามเป้าหมายเชิงยุทธศาสตร์การบริหารงานในด้านต่าง ๆ ของมหาวิทยาลัย/ค่านิยมของมหาวิทยาลัยมหิดล/รวมถึงได้เรียนรู้ทักษะการพัฒนาตนเอง พัฒนาทีมงาน เพื่อให้เกิดความร่วมมือในการปฏิบัติภารกิจต่าง ๆ ได้อย่างสมบูรณ์อันจะนำไปสู่การสร้างเครือข่ายความรู้ ความสัมพันธ์ระหว่างบุคคล หน่วยงาน ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อการ ร่วมมือและประสานการทำงานในอนาคตได้เป็นอย่างดี

คณะกรรมการสภามหาวิทยาลัยมหิดล รับฟังผลการดำเนินงานของส่วนงาน (University Council Visit : 4) ครั้งที่ 16/2568 ของวิทยาลัยการจัดการ มหาวิทยาลัยมหิดล

วันที่ 2 กรกฎาคม 2568 ศาสตราจารย์คลินิกเกียรติคุณ นายแพทย์ปิยะสกล สกลสัตยาทร นายกสภามหาวิทยาลัยมหิดล พร้อมด้วย กรรมการสภามหาวิทยาลัยมหิดล และทีมผู้บริหาร รับฟังผลการดำเนินงานของส่วนงาน (University Council Visit : 4) ครั้งที่ 16/2568 ของวิทยาลัยการจัดการ มหาวิทยาลัยมหิดล และรับฟังผลการดำเนินงานที่ผ่านมา รวมทั้งการพัฒนาและความท้าทายในอนาคต โดยมี รองศาสตราจารย์ ดร.ปรารถนา ปุณณกิติเกษม คณบดีวิทยาลัยการจัดการ มหาวิทยาลัยมหิดล พร้อมด้วย คณะผู้บริหาร คณาจารย์ และบุคลากร เข้าร่วมรับฟังความคิดเห็น ณ วิทยาลัยการจัดการ มหาวิทยาลัยมหิดล และผ่านระบบออนไลน์

1. ผลสำเร็จที่ภาคภูมิใจของส่วนงานในระยะเวลา 4 ปีที่ผ่านมา ตามแผนยุทธศาสตร์ของมหาวิทยาลัยมหิดล
ยุทธศาสตร์ที่ 1 World Class Research & Innovation
1. วิทยาลัยดำเนินงานวิจัยอย่างต่อเนื่อง โดยมุ่งเน้นให้ผลงานวิจัยสามารถนำไปใช้ในการกำหนดนโยบายระดับประเทศ ผ่านความ ร่วมมือกับหน่วยงานผู้กำหนดนโยบาย เช่น กรมขนส่งทางบก, สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) และสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) เป็นต้น (โครงการต่อเนื่อง)
2. ในช่วงปี 2562–2565 ผลงานตีพิมพ์ของวิทยาลัยส่วนใหญ่ (โดยเฉลี่ยร้อยละ 95) อยู่ในวารสารที่มีชื่ออยู่ในฐานข้อมูล Scopus และเพิ่มเป็นร้อยละ 100 ในปี 2566–2567 (โครงการต่อเนื่อง)
3. วิทยาลัยมีผลงานตีพิมพ์เฉลี่ยปีละ 44 เรื่อง ซึ่งเป็นผลงานที่สร้างคุณค่าทางสังคมและเกิดผลกระทบต่อสังคมอย่างเป็นรูปธรรม
4. คณาจารย์หลายท่านของวิทยาลัยได้รับการจัดอันดับให้อยู่ใน 100 อันดับแรกของโลก ด้านความยั่งยืน และด้านการศึกษา โดย Scopus และ AD Scientific Index Strategy

ยุทธศาสตร์ที่ 2 Innovative Education and Authentic Learning
1. การได้รับการรับรองคุณภาพระดับนานาชาติจาก AMBA และ BGA แสดงถึงความมุ่งมั่นของวิทยาลัยในการพัฒนาคุณภาพ การศึกษาสู่มาตรฐานระดับโลก สร้างความน่าเชื่อถือและความไว้วางใจจากผู้เรียนและภาคธุรกิจ
2. ขยายตลาดหลักสูตร 4+1 โดยเปิดโอกาสให้นักศึกษาระดับปริญญาตรีที่มีศักยภาพสูงสามารถเรียนต่อในระดับปริญญาโทได้ ภายใน 5 ปี โดยได้รับความร่วมมือจากคณะต่าง ๆ ในมหาวิทยาลัยมหิดล เช่น คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล คณะทันตแพทยศาสตร์ คณะพยาบาลศาสตร์ คณะวิทยาศาสตร์ คณะเทคนิคการแพทย์ คณะสาธารณสุขศาสตร์ คณะศิลปศาสตร์ คณะสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์ วิทยาลัยดุริยางคศิลป์ และวิทยาลัยศาสนศึกษา เป็นต้น
3. ขยายหลักสูตรสองปริญญา แพทยศาสตรบัณฑิต – การจัดการมหาบัณฑิต (MDMM) ซึ่งหลักสูตร 6+1 นี้เป็นความร่วมมือกับ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี เพื่อพัฒนานิสิตแพทย์ให้มีศักยภาพความเป็นผู้นำที่ผสมผสานความรู้ทางการแพทย์เข้า กับทักษะด้านการจัดการระดับสากล
4. โครงการ “PI Shape” ร่วมกับคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล เป็นการส่งเสริมการเรียนแบบคู่ขนาน โดยเปิดโอกาสให้ นักศึกษาแพทย์สามารถสะสมหน่วยกิตและนำไปใช้ต่อในหลักสูตรการจัดการมหาบัณฑิต (สาขาการจัดการธุรกิจสุขภาพ) ผ่านระบบคลังหน่วยกิตของวิทยาลัย เพื่อสร้างบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญทั้งด้านวิชาชีพและการบริหารองค์กร
5. เปิดตัวหลักสูตรออนไลน์ระดับปริญญาโท เพื่อรองรับผู้เรียนที่ต้องการความยืดหยุ่นในการจัดสรรเวลาเรียนและการทำงาน พร้อมทั้งยกระดับคุณภาพการศึกษา และขยายโอกาสการเข้าถึงการเรียนรู้ผ่านการเรียนรู้ในรูปแบบออนไลน์(โครงการต่อเนื่อง)
6. การเติบโตของจำนวนนักศึกษาหลังสถานการณ์โควิด-19 โดยวิทยาลัยได้ออกแบบหลักสูตรที่มีความยืดหยุ่น และตอบโจทย์ ความต้องการของตลาดแรงงานในอนาคต เพื่อดึงดูดนักศึกษา

ยุทธศาสตร์ที่ 3 Policy Advocacy, Leaders in Professional / Academic Services and Excellence in Capacity Building for Sustainable Development Goals
1. ความร่วมมือกับภาคอุตสาหกรรมและพันธมิตร โดยมุ่งให้บริการด้านการฝึกอบรมและที่ปรึกษาแก่หน่วยงานภาครัฐและเอกชน ในหลากหลายระดับ โดยในช่วง 4 ปีที่ผ่านมา ได้ดำเนินโครงการสำคัญหลายโครงการที่สร้างผลลัพธ์เชิงบวกและคุณค่าทางสังคม อย่างชัดเจน อาทิ: (โครงการต่อเนื่อง)
      1.1 โครงการ CIMB x CMMU: Sustainability 101 เป็นหลักสูตรอบรมที่ประกอบด้วย 6 หัวข้อหลัก ซึ่งเชื่อมโยงกับ เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนทั้ง 17 ประการ (SDGs) เพื่อเสริมสร้างความเข้าใจด้านความยั่งยืนภายในองค์กร
      1.2 โครงการ Thai Health Academy เป็นหลักสูตรอบรมระยะเวลา 2 วัน มุ่งพัฒนาทักษะภาวะผู้นำสำหรับการบริหาร องค์กรอย่างยั่งยืน
      1.3 โครงการความร่วมมือกับสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) เป็นการออกแบบ กระบวนการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงระบบ เพื่อนำไปสู่การจัดทำแผนที่นำทาง (Roadmap) สำหรับการวิจัยเทคโนโลยีด้านโลก และอวกาศขั้นสูง
      1.4 เวทีเสวนาหัวข้อ SDG 12 และสิทธิมนุษยชนในภาคธุรกิจ เป็นกิจกรรมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ว่าด้วยการผลิตและบริโภค อย่างยั่งยืน (SDG 12) และประเด็นสิทธิมนุษยชนในภาคธุรกิจ โดยได้รับความร่วมมือจากพันธมิตรในอาเซียน และการสนับสนุนจากศูนย์อาเซียนเพื่อการศึกษาพัฒนาและการเสวนาด้านความยั่งยืน (ACSDSD)
2. ความร่วมมือระดับนานาชาติโดยวิทยาลัยได้เปิดหลักสูตรสำหรับผู้บริหารระดับสูง ได้แก่ Strategy and Innovation for Businesses in Asia (SIBA) ซึ่งออกแบบมาเพื่อเสริมสร้างศักยภาพของผู้นำธุรกิจให้สามารถแข่งขันในตลาดเอเชียที่มี ความซับซ้อนและเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว หลักสูตรนี้เป็นความร่วมมือระหว่างวิทยาลัย และ MIT Sloan School of Management (โครงการต่อเนื่อง)

ยุทธศาสตร์ที่ 4 Management Innovation for Sustainability
1. วิทยาลัยได้ปรับปรุงพื้นที่ชั้น 3,6 และ 7 โดยออกแบบให้เป็นพื้นที่เรียนรู้และทำงานร่วมกัน (Co-working & Learning Spaces) ที่มีความทันสมัย ยืดหยุ่น และสอดรับกับพฤติกรรมการเรียนรู้ของนักศึกษาในยุคปัจจุบัน ทั้งยังช่วยสร้างบรรยากาศที่ เอื้อต่อการเรียนรู้อย่างแท้จริง (โครงการต่อเนื่อง)
2. ส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงานเพื่อเป้าหมายด้านความยั่งยืน ซึ่งวิทยาลัยดำเนินโครงการประหยัดพลังงานผ่านการสร้าง ความตระหนักรู้แก่คณาจารย์และเจ้าหน้าที่ รวมถึงการบริหารจัดการห้องเรียนให้เกิดประโยชน์สูงสุด ส่งผลให้สามารถลดการใช้ ไฟฟ้าได้อย่างเป็นรูปธรรม และสอดคล้องกับนโยบายด้านความยั่งยืนของมหาวิทยาลัย
3. ปรับปรุงห้องเรียนชั้น 3,5 และ 6 ให้รองรับระบบการเรียนแบบ Hybrid เพื่อให้นักศึกษาสามารถเรียนได้ทั้งในรูปแบบออนไลน์ และเรียนในห้องเรียน ทำให้การเรียนการสอนมีความยืดหยุ่นและพร้อมรับทุกสถานการณ์เช่น สถานการณ์การแพร่ระบาดของ โควิด-19 (โครงการต่อเนื่อง)
4. สนับสนุนคณาจารย์ในการยื่นขอตำแหน่งทางวิชาการ ซึ่งสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของวิทยาลัยในการส่งเสริมความเป็นเลิศทาง การศึกษาและพัฒนาศักยภาพของคณาจารย์อย่างต่อเนื่อง
5. วิทยาลัยร่วมมือกับมหาวิทยาลัยมหิดล เพื่อเสริมสร้างศักยภาพด้านความยั่งยืนขององค์กร ตั้งแต่ปี 2563 ถึง 2567 โดยวิทยาลัย มีบทบาทสำคัญในการออกแบบและจัดหลักสูตรอบรมด้านความยั่งยืนให้แก่คณะและหน่วยงานต่าง ๆ ของมหาวิทยาลัย เพื่อเสริมสร้างความรู้ ความเข้าใจ และทักษะด้านความยั่งยืน (โครงการต่อเนื่อง)

2. เป้าหมายที่ท่านคาดหวังว่าจะดำเนินการเพิ่มเติมในอีก 2 ปีข้างหน้า (ปีงบประมาณ 2569-2570)
ยุทธศาสตร์ที่ 1 World Class Research & Innovation
1. สร้างความร่วมมือที่แข็งแกร่งยิ่งขึ้นกับพันธมิตรด้านวิจัยที่มีอยู่ทั้งในระดับประเทศและระดับนานาชาติเพื่อพัฒนางานวิจัยที่มี คุณภาพและก่อให้เกิดผลกระทบสูงต่อสังคม โดยเน้นการร่วมมือกับหน่วยงานที่มีบทบาทในการกำหนดนโยบายระดับชาติ เช่น สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) กรมการขนส่งทางบก รวมถึงสถาบันการศึกษาด้านบริหารธุรกิจ ชั้นนำทั้งในและต่างประเทศ (โครงการต่อเนื่อง)
2. สร้างเครือข่ายวิจัยร่วมกับพันธมิตรใหม่ในประเทศและต่างประเทศ เพื่อขยายโอกาสในการร่วมทำงานวิจัย การพัฒนาองค์ความรู้ และเสริมสร้างความแข็งแกร่งของงานวิจัยในมิติที่หลากหลาย
3. เสริมสร้างทักษะและวัฒนธรรมการวิจัย โดยพัฒนาศักยภาพของคณาจารย์และนักวิจัยในการดำเนินงานวิจัยที่ตอบโจทย์เชิง นโยบาย และสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้จริง ทั้งในระดับชุมชน สังคม และภาคธุรกิจ
4. ส่งเสริมการเผยแพร่งานวิจัยของวิทยาลัยและการใช้ประโยชน์จากทรัพย์สินทางปัญญาร่วมกับพันธมิตร เพื่อเพิ่มการรับรู้และการนำผลงานวิจัยไปใช้จริง ทั้งในระดับวิชาการและระดับเชิงพาณิชย์ ร่วมกับเครือข่ายพันธมิตรของวิทยาลัย (โครงการต่อเนื่อง)

ยุทธศาสตร์ที่ 2 Innovative Education and Authentic Learning
1. เปิดหลักสูตรบริหารธุรกิจดุษฏีบัณฑิต เป็นหลักสูตรที่ออกแบบมาสำหรับผู้บริหารระดับสูงและผู้ประกอบการที่มีประสบการณ์ และต้องการพัฒนาความรู้รวมถึงทักษะในการวิจัยขั้นสูง เพื่อนำไปประยุกต์ใช้ในการแก้ไขปัญหาทางธุรกิจที่ซับซ้อน และสร้างสรรค์องค์ความรู้ใหม่ ๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อภาคธุรกิจ
2. ส่งเสริมการเรียนรู้และตอบโจทย์ความต้องการของสังคมด้วยหลักสูตรที่สร้างสรรค์และทันสมัย โดยวิทยาลัยออกแบบหลักสูตรที่เน้นพัฒนาทักษะผู้เรียนให้สอดคล้องกับความต้องการของสังคมและตลาดแรงงานในอนาคต
3. ยกระดับประสบการณ์การเรียนรู้ของผู้เรียนด้วยเทคโนโลยีการศึกษา (EdTech) และการเรียนรู้ผ่านประสบการณ์จริงส่งเสริมการเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพ ผ่านการผสมผสานระหว่างนวัตกรรมทางการศึกษาและกิจกรรมที่เปิดโอกาสให้เรียนรู้จากสถานการณ์จริง (โครงการต่อเนื่อง)
4. บูรณาการการเรียนรู้แบบใช้ปัญหาเป็นฐาน (PBL) ควบคู่กับการมีส่วนร่วมจากภาคอุตสาหกรรม ผ่านกิจกรรม เช่น การศึกษาดู งาน การบรรยายโดยผู้เชี่ยวชาญ และกรณีศึกษาทางธุรกิจ เพื่อให้นักศึกษาสามารถประยุกต์ความรู้ในห้องเรียนกับสถานการณ์ จริงในโลกธุรกิจ
5. พัฒนา “CMMU Connect Application” เพื่อให้นักศึกษา คณาจารย์ และบุคลากร เข้าถึงข้อมูลตารางเรียน การลงทะเบียน ข่าวสาร และการสื่อสารภายในได้อย่างสะดวก รวดเร็ว และมีประสิทธิภาพ
6. พัฒนาระบบสารสนเทศด้วยการวิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้ AI เพื่อสนับสนุนการตัดสินใจเชิงกลยุทธ์ในการจัดการเรียนการสอน การ ติดตามผลสัมฤทธิ์ของนักศึกษา และการบริหารงานวิชาการอย่างมีประสิทธิภาพ

ยุทธศาสตร์ที่ 3 Policy Advocacy, Leaders in Professional / Academic Services and Excellence in Capacity Building for Sustainable Development Goals
1. สร้างเสริมความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยมหิดล มหาวิทยาลัยชั้นนำ และพันธมิตรจากภาคอุตสาหกรรม เพื่อพัฒนาหลักสูตร สำหรับผู้บริหารและให้บริการที่ปรึกษาทางวิชาการอย่างมีประสิทธิภาพ (โครงการต่อเนื่อง)
2. เพิ่มจำนวนหลักสูตรสำหรับบุคคลทั่วไป เช่น หลักสูตร “พัฒนาทักษะใหม่แห่งอนาคต (Future Skills)” และ “หลักสูตรพัฒนา ผู้บริหารระดับสูงด้านภาวะผู้นำที่ยั่งยืน (Executive Development Program in Sustainable Leadership)” (โครงการต่อเนื่อง)
3. พัฒนาและเปิดตัวหลักสูตรใหม่ที่ตอบโจทย์การเรียนรู้ตลอดชีวิต (Lifelong Learning) เพื่อรองรับความต้องการของผู้เรียนในทุก ช่วงวัย และสนับสนุนการพัฒนาทักษะอย่างต่อเนื่อง
4. สร้างการมีส่วนร่วมกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียและพันธมิตรที่เหมาะสม เพื่อเป็นช่องทางในการส่งเสริมกิจกรรมบริการวิชาการ

ยุทธศาสตร์ที่ 4 Management Innovation for Sustainability
1. ยกระดับคุณภาพและประสิทธิภาพการบริหารจัดการด้วยกลยุทธ์ SMART ส่งเสริมการปรับปรุงกระบวนการทำงานให้กระชับ และการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีขั้นสูง เช่น ปัญญาประดิษฐ์ (AI) แพลตฟอร์มดิจิทัลแบบบูรณาการ และการตัดสินใจโดยใช้ข้อมูล (Data-Driven Decision Making) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ ลดความซ้ำซ้อน และยกระดับประสบการณ์การทำงานของบุคลากร (โครงการต่อเนื่อง)
2. พัฒนาขีดความสามารถของบุคลากร ความผูกพัน และส่งเสริมสุขภาวะบุคลากรที่ดีแบบองค์รวม
3. สร้างความร่วมมือกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในการขับเคลื่อนความยั่งยืน โดยใช้กลยุทธ์การสร้างความสัมพันธ์กับผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ที่มีประสิทธิภาพ
4. พัฒนาสภาพแวดล้อมและพื้นที่ภายในวิทยาลัยให้เป็น “Innovation Playground” พื้นที่สร้างสรรค์เพื่อสนับสนุนสตาร์ทอัพ ของนักศึกษา และส่งเสริมการพัฒนาแนวคิดและนวัตกรรมใหม่ๆ (โครงการต่อเนื่อง)

คณะกรรมการสภามหาวิทยาลัยมหิดล รับฟังผลการดำเนินงานของส่วนงาน (University Council Visit : 4) ครั้งที่ 15/2568 ของคณะเวชศาสตร์เขตร้อน มหาวิทยาลัยมหิดล

วันที่ 2 กรกฎาคม 2568 ศาสตราจารย์คลินิกเกียรติคุณ นายแพทย์ปิยะสกล สกลสัตยาทร นายกสภามหาวิทยาลัยมหิดล พร้อมด้วย กรรมการสภามหาวิทยาลัยมหิดล และทีมผู้บริหาร รับฟังผลการดำเนินงานของส่วนงาน (University Council Visit : 4) ครั้งที่ 15/2568 ของคณะเวชศาสตร์เขตร้อน มหาวิทยาลัยมหิดล และรับฟังผลการดำเนินงานที่ผ่านมา รวมทั้งการพัฒนาและความท้าทายในอนาคต โดยมี รองศาสตราจารย์ นายแพทย์วีระพงษ์ ภูมิรัตนประพิณ คณบดีคณะเวชศาสตร์เขตร้อน มหาวิทยาลัยมหิดล พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร คณาจารย์ และบุคลากร เข้าร่วมรับฟังความคิดเห็น ณ ห้องประชุมมีเกรท ชั้น 8 อาคารเฉลิมพระเกียรติฉลองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี คณะเวชศาสตร์เขตร้อน มหาวิทยาลัยมหิดล และผ่านระบบออนไลน์

1. ผลสำเร็จที่ภาคภูมิใจของส่วนงานในระยะเวลา 4 ปีที่ผ่านมา ตามแผนยุทธศาสตร์ของมหาวิทยาลัยมหิดล
ยุทธศาสตร์ที่ 1 World Class Research & Innovation
1. ผลงานวิจัยตีพิมพ์มีคุณภาพสูงและค่าการอ้างอิง (citation) สูง
2. พัฒนานวัตกรรม Artificial Intelligence : AI ประยุกต์ใช้ในการเรียนการสอนและงานวิจัย
3. เปิดให้บริการห้องปฏิบัติการวิจัยชีวนิรภัยระดับ 3 หรือ BSL3 ที่มีเทคโนโลยีความปลอดภัยระดับสูง ให้บริการทั้งบุคลากรภายใน คณะฯ และภายนอกคณะฯ (โครงการต่อเนื่อง)

ยุทธศาสตร์ที่ 2 Innovative Education and Authentic Learning
1. พัฒนาหลักสูตรให้มีความทันสมัยบน Digital Platform ยืดหยุ่น ได้มาตรฐานระดับสากล เพิ่มโอกาสทางการศึกษา (โครงการต่อเนื่อง)
2. จำนวนนักศึกษา ขยายกลุ่มเป้าหมายสร้างเครือข่ายร่วมกับนานาชาติ อาจารย์และบุคลากรสมรรถนะสูง
3. หลักสูตรได้รับการรับรองตามเกณฑ์ AUN-QA ระดับอาเซียน จำนวน 3 หลักสูตร คิดเป็นร้อยละ 42.85 ของหลักสูตรทั้งหมด (โครงการต่อเนื่อง)

ยุทธศาสตร์ที่ 3 Policy Advocacy, Leaders in Professional / Academic Services and Excellence in Capacity Building for Sustainable Development Goals
1. Smart Hospital: Digitization of Work Processes & Digitalization of Health Services (โครงการต่อเนื่อง)
2. GREEN & CLEAN Hospital Plus (BKKGC+) โรงพยาบาลเวชศาสตร์เขตร้อน ในระดับ Gold
3. จุดให้บริการด้านเวชศาสตร์การเดินทางและท่องเที่ยวของประเทศไทยแบบครบวงจร

ยุทธศาสตร์ที่ 4 Management Innovation for Sustainability
1. ได้รับรางวัล Thailand Quality Class (TQC) 2023
2. การบริหารจัดการคณะฯสอดคล้องกับแนวทางการสร้างความเป็นมหาวิทยาลัยเชิงนิเวศน์และการพัฒนาอย่างยั่งยืน (ECO University and Sustainable Development Goal) พัฒนาองค์กรคุณภาพอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน
3. บุคลากรมีทักษะในการทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ และมีความผูกพันในการทำงาน (Workforce Engagement)

2. เป้าหมายที่ท่านคาดหวังว่าจะดำเนินการเพิ่มเติมในอีก 2 ปีข้างหน้า (ปีงบประมาณ 2569-2570)
ยุทธศาสตร์ที่ 1 World Class Research & Innovation
โครงการพัฒนานวัตกรรม (TropMed-DC) สร้างผลิตภัณฑ์ในการวินิจฉัยโรคเขตร้อน ทั้งในรูปแบบต้นแบบผลิตภัณฑ์ในระดับห้องปฏิบัติการ และในรูปแบบ service (โครงการต่อเนื่อง)
1. Dengue Diagnostic Test Kit
2. Malaria Diagnostic Test Kit

ยุทธศาสตร์ที่ 2 Innovative Education and Authentic Learning
โครงการขอรับรองหลักสูตรตามเกณฑ์ AUN-QA ระดับอาเซียน MCTM (โครงการต่อเนื่อง)

ยุทธศาสตร์ที่ 3 Policy Advocacy, Leaders in Professional / Academic Services and Excellence in Capacity Building for Sustainable Development Goals
1. สนับสนุนความร่วมมือ BIMSTEC Centre of Excellence on Tropical Medicine and Public Health คณะเวชศาสตร์เขตร้อน มหาวิทยาลัยมหิดล เป็นความร่วมมือระหว่างประเทศของ 7 ประเทศในเอเชียใต้และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ประกอบด้วย บังกลาเทศ ภูฏาน อินเดีย พม่า เนปาลศรีลังกาและไทย
2. เพิ่มประสิทธิภาพระบบเครือข่าย และจัดการสารสนเทศของโรงพยาบาล เพื่อการดูแลรักษาผู้ป่วย เพื่อการวิจัยสู่ความเป็นเลิศด้านโรค เขตร้อน และเวชศาสตร์ท่องเที่ยวและการเดินทาง (โครงการต่อเนื่อง)

ยุทธศาสตร์ที่ 4 Management Innovation for Sustainability
โครงการร่วมผลักดัน SDGs และการจัดตั้ง SDGs Unit ของมหาวิทยาลัย

คณะกรรมการสภามหาวิทยาลัยมหิดล รับฟังผลการดำเนินงานของส่วนงาน (University Council Visit : 4) ครั้งที่ 14/2568 ของคณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล

วันที่ 2 กรกฎาคม 2568 ศาสตราจารย์คลินิกเกียรติคุณ นายแพทย์ปิยะสกล สกลสัตยาทร นายกสภามหาวิทยาลัยมหิดล พร้อมด้วย กรรมการสภามหาวิทยาลัยมหิดล และทีมผู้บริหาร รับฟังผลการดำเนินงานของส่วนงาน (University Council Visit : 4) ครั้งที่ 14/2568 ของคณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล และรับฟังผลการดำเนินงานที่ผ่านมา รวมทั้งการพัฒนาและความท้าทายในอนาคต โดยมี รองศาสตราจารย์ ดร.สราวุธ เทพานนท์ คณบดีคณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร คณาจารย์ และบุคลากร เข้าร่วมรับฟังความคิดเห็น ณ คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล และผ่านระบบออนไลน์

1. ผลสำเร็จที่ภาคภูมิใจของส่วนงานในระยะเวลา 4 ปีที่ผ่านมา ตามแผนยุทธศาสตร์ของมหาวิทยาลัยมหิดล
ยุทธศาสตร์ที่ 1 World Class Research & Innovation
1. Environmental & climate change (โครงการต่อเนื่อง)
2. Aging & Elderly (โครงการต่อเนื่อง)
3. Health & wellbeing (โครงการต่อเนื่อง)
4. Healthy Food Innovation (โครงการต่อเนื่อง)
โครงการพัฒนาศูนย์ด้าน Climate Change และสุขภาพ เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงของโรคยุคใหม่ (โครงการต่อเนื่อง)

ยุทธศาสตร์ที่ 2 Innovative Education and Authentic Learning
1. Ready for real-world experience & impact
2. Dynamic Curriculum – Wellness for Industry, planetary health
โครงการพัฒนาศูนย์ Wellness & Aging เพื่อพัฒนาศักยภาพและดูแลสุขภาพของกลุ่ม Pre-Aging, Aging และ Post Aging(โครงการต่อเนื่อง)

ยุทธศาสตร์ที่ 3 Policy Advocacy, Leaders in Professional / Academic Services and Excellence in Capacity Building for Sustainable Development Goals
1. Faculty Expertise (Training of the trainers; Healthcare pioneer, Re-Up Skills)
2. Carbon Footprint of Organization
3. Air Quality Health Index (AQHI)

ยุทธศาสตร์ที่ 4 Management Innovation for Sustainability
1. Lean Management
2. Health & Wellness Promotion
3. Carbon offset

2. เป้าหมายที่ท่านคาดหวังว่าจะดำเนินการเพิ่มเติมในอีก 2 ปีข้างหน้า (ปีงบประมาณ 2569-2570)
ยุทธศาสตร์ที่ 1 World Class Research & Innovation
1. Research cluster
2. Public & private collaboration
3. Publicize and visualize your research
โครงการพัฒนาศักยภาพอาจารย์ให้ก้าวขึ้นมาเป็น PI ของโครงการและสามารถตีพิมพ์บทความวิชาการในระดับที่สูงขึ้น (โครงการต่อเนื่อง)

ยุทธศาสตร์ที่ 2 Innovative Education and Authentic Learning
1. ป.ตรี Inter 4) PSF/ AUNQA
2. Professional module
3. Micro credit/ Map-C
4. PSF/AUNQA
5. Student Engagement
โครงการพัฒนาศักยภาพด้าน Soft Skill ให้กับบุคลากรและนักศึกษาของคณะฯ (โครงการต่อเนื่อง)

ยุทธศาสตร์ที่ 3 Policy Advocacy, Leaders in Professional / Academic Services and Excellence in Capacity Building for Sustainable Development Goals
1. Brand commercialization
2. Focusing on our expertise
3. Blue Ocean Strategy

ยุทธศาสตร์ที่ 4 Management Innovation for Sustainability
1. Staff mobility
2. Lean Management

มหาวิทยาลัยมหิดล จัดโครงการอบรมเชิงปฏิบัติการ “โครงการมหิดลเพื่อการเปลี่ยนแปลง รุ่นที่ 1”

วันที่ 28 – 30 มิถุนายน 2568 ศาสตราจารย์คลินิกเกียรติคุณ นายแพทย์ปิยะสกล สกลสัตยาทร นายกสภามหาวิทยาลัยมหิดล เป็นประธานพิธีเปิดการอบรมเชิงปฏิบัติการ “โครงการมหิดลเพื่อการเปลี่ยนแปลง รุ่นที่ 1” โอกาสนี้ รองศาสตราจารย์ ดร. เภสัชกรสมภพ ประธานธุรารักษ์ รองอธิการบดีฝ่ายแผนกลยุทธ์ พัฒนาคุณภาพ และพันธกิจเพื่อสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวรายงานวัตถุประสงค์ของการจัดโครงการ โดยได้รับเกียรติจาก ศาสตราจารย์คลินิกเกียรติคุณ นายแพทย์อุดม คชินทร กรรมการสภามหาวิทยาลัยมหิดล ผู้ทรงคุณวุฒิ กล่าวให้โอวาท จากนั้น ศาสตราจารย์ นายแพทย์ปิยะมิตร ศรีธรา อธิการบดีมหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวบรรยายพิเศษ หัวข้อ “มหาวิทยาลัยมหิดล ผู้นำการเปลี่ยนแปลงเพื่อสร้างสังคมสุขภาวะ” คุณพิเชษฐ โตนิติวงศ์ ผู้จัดการไปทั่ว บริษัท ธรรมธุรกิจ วิสาหกิจเพื่อสังคม จำกัด กล่าวบรรยายหัวข้อ “ความมั่นคงทางอาหารอย่างยั่งยืนโดยธรรมธุรกิจ วิสาหกิจเพื่อสังคม” และผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ไพรัช พิบูลย์รุ่งโรจน์ ผู้ช่วยอธิการบดี มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ บรรยายหัวข้อ “Impact Measurement and Management” โดยมี คณะผู้บริหารมหาวิทยาลัยมหิดล และผู้บริหารส่วนงานเข้าร่วมโครงการอบรมฯ ณ ดำเนินพวา รีสอร์ท อำเภอบางคนที จังหวัดสมุทรสงคราม

นอกจากนี้ ตลอดการจัดโครงการมีการบรรยายพิเศษ ในหัวข้อต่าง ๆ อาทิ หัวข้อ “Social Science Research for SDGs” โดย รองศาสตราจารย์ ดร.นภเรณู สัจจรักษ์ ธีระฐิติ รองอธิการบดีฝ่ายวิเทศสัมพันธ์และสภามหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยมหิดล หัวข้อ “Implementation Science” โดย รองศาสตราจารย์ ดร.นันทิยา ดวงภุมเมศ ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยภาษาและวัฒนธรรมเอเชีย มหาวิทยาลัยมหิดล และรองศาสตราจารย์ ดร.มธุรส ทิพยมงคลกุล สถาบันวิจัยภาษาและวัฒนธรรมเอเชีย มหาวิทยาลัยมหิดล หัวข้อ “Participatory Action Research” โดย รองศาสตราจารย์ ดร.สมศักดิ์ อมรสิริพงศ์ รองคณบดีฝ่ายการศึกษาและพัฒนาการเรียนรู้ คณะสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล หัวข้อ “นโยบายด้านประชากรและสังคมกับการพัฒนาที่ยั่งยืน” โดย รองศาสตราจารย์ ดร.เฉลิมพล แจ่มจันทร์ ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยประชากรและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล หัวข้อ “มหาวิทยาลัยมหิดลกับการขับเคลื่อนการพัฒนาที่ยั่งยืน” โดย รองศาสตราจารย์ ดร. เภสัชกรสมภพ ประธานธุรารักษ์ รองอธิการบดีฝ่ายแผนกลยุทธ์ พัฒนาคุณภาพ และพันธกิจเพื่อสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล และ หัวข้อ “Public Policy เพื่อสังคมที่ดีกว่า” โดย ดร.สมเกียรติ ตั้งกิจวานิชย์ ประธานสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI)

สำหรับช่วง Dinner Talk : Energy for Change ประกอบด้วยผู้ร่วมเสวนา ได้แก่ รองศาสตราจารย์ นายแพทย์สุรศักดิ์ กันตชูเวสศิริ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี และประธานเครือข่ายลดบริโภคเค็ม รองศาสตราจารย์ นายแพทย์อดิศักดิ์ ผลิตผลการพิมพ์ ผู้อำนวยการสถาบันแห่งชาติเพื่อการพัฒนาเด็กและครอบครัว ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.พัทธ์ธีรา นาคอุไรรัตน์ รักษาการแทนรองผู้อำนวยการฝ่ายบริหาร โครงการจัดตั้งสถาบันสิทธิมนุษยชนและสันติศึกษา ดร.ณพล อนุตตรังกูร หัวหน้าศูนย์วิจัยและบริการวิชาการ โครงการจัดตั้งวิทยาเขตนครสวรรค์ และ รองศาสตราจารย์ ดร.ณัฐวุฒิ พิมพา ผู้ช่วยคณบดีด้านการพัฒนาที่ยั่งยืน วิทยาลัยการจัดการ และในช่วง Project for change : minihackathon บรรยายโดย ดร.ตรียุทธ พรหมศิริ ผู้ช่วยคณบดีงานวิชาการ นวัตกรรมและการเรียนรู้ตลอดชีวิต วิทยาลัยการจัดการ

โครงการ Mahidol Change Agent จัดโดย กองแผนงานและกองวิเทศสัมพันธ์ มหาวิทยาลัยมหิดล เพื่อสนับสนุนการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ที่ 3 Policy Advocacy, Leaders in Professional/ Academic Services and Excellence in Capacity Building for Sustainable Development Goals และ มุ่งสร้างผู้นำการเปลี่ยนแปลง (Changemaker/Change Agent) ให้กับมหาวิทยาลัย เป็นต้นแบบของการเป็นผู้นำที่มีอิทธิพลอย่างโดดเด่น ภายใต้แนวคิดการพัฒนาอย่างยั่งยืน Mahidol Change Agent รุ่นที่ 1 มีผู้เข้าร่วมโครงการทั้งสิ้น 55 คน เป็นบุคลากรสายวิชาการจำนวน 40 คน และสายสนับสนุน จำนวน 15 คน

คณะกรรมการสภามหาวิทยาลัยมหิดล รับฟังผลการดำเนินงานของส่วนงาน (University Council Visit : 4) ครั้งที่ 13/2568 ของสถาบันวิทยาศาสตร์การวิเคราะห์และตรวจสารในการกีฬา มหาวิทยาลัยมหิดล

วันที่ 27 มิถุนายน 2568 ศาสตราจารย์คลินิกเกียรติคุณ นายแพทย์ปิยะสกล สกลสัตยาทร นายกสภามหาวิทยาลัยมหิดล พร้อมด้วย กรรมการสภามหาวิทยาลัยมหิดล และทีมผู้บริหารมหาวิทยาลัยมหิดล รับฟังผลการดำเนินงานของส่วนงาน (University Council Visit : 4) ครั้งที่ 13/2568 ของสถาบันวิทยาศาสตร์การวิเคราะห์และตรวจสารในการกีฬา มหาวิทยาลัยมหิดล และรับฟังผลการดำเนินงานที่ผ่านมา รวมทั้งการพัฒนาและความท้าทายในอนาคต โดยมี รองศาสตราจารย์ ดร.สิริพงษ์ ฐิตะมาดี ผู้อำนวยการสถาบันวิทยาศาสตร์การวิเคราะห์และตรวจสารในการกีฬา มหาวิทยาลัยมหิดล พร้อมด้วย คณะผู้บริหาร และบุคลากร เข้าร่วมรับฟังความคิดเห็น ณ ห้องประชุม K101 อาคารเฉลิมพระเกียรติ คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล พญาไท และผ่านระบบออนไลน์

1. ผลสำเร็จที่ภาคภูมิใจของส่วนงานในระยะเวลา 4 ปีที่ผ่านมา ตามแผนยุทธศาสตร์ของมหาวิทยาลัยมหิดล
ยุทธศาสตร์ที่ 1 World Class Research & Innovation
1) พัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพหน่วยวิจัยและพัฒนา ที่มุ่งเน้นการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีไบโอเซนเซอร์ (Biosensor Technology) เพื่อสนับสนุนการตรวจวัดการใช้สารต้องห้ามในนักกีฬาอย่างแม่นยำและทันสมัย
2) สรรหาและพัฒนาบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญตรงตามความต้องการของงานวิจัยและนวัตกรรมด้านเทคโนโลยีไบโอเซนเซอร์
3) ส่งเสริมระบบนิเวศน์การวิจัย โดยสร้างความร่วมมือกับหน่วยงานชั้นนำ อาทิ คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล สถาบันวิทยสิริเมธี (VISTEC) และสถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน (องค์การมหาชน)

ยุทธศาสตร์ที่ 2 Innovative Education and Authentic Learning
1) อาจารย์ประจำสถาบันฯ ด้าน biosensor technology
2) หลักสูตรวิทยาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิทยาศาสตร์การวิเคราะห์

ยุทธศาสตร์ที่ 3 Policy Advocacy, Leaders in Professional / Academic Services and Excellence in Capacity Building for Sustainable Development Goals
1) พัฒนาระบบงานในห้องปฏิบัติการตรวจสารต้องห้ามในนักกีฬาทั้งในเชิงปริมาณและคุณภาพ
2) การผลักดันเชิงนโยบายเพื่อสนับสนุนการบังคับใช้กฎหมายเกี่ยวกับการใช้สารต้องห้ามในนักกีฬา

ยุทธศาสตร์ที่ 4 Management Innovation for Sustainability
1) จัดระบบบริหารจัดการทางการเงินเพื่อประสิทธิภาพและความโปร่งใส
2) พัฒนาระบบบริหารทรัพยากรบุคคลเชิงกลยุทธ์
3) ฟื้นฟูและวางแผนโครงสร้างพื้นฐานทางกายภาพเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน

2. เป้าหมายที่ท่านคาดหวังว่าจะดำเนินการเพิ่มเติมในอีก 2 ปีข้างหน้า (ปีงบประมาณ 2569-2570) 
ยุทธศาสตร์ที่ 1 World Class Research & Innovation
1) พัฒนา PROTOTYPE การวิเคราะห์สารต้องห้ามในนักกีฬาด้วยเทคโนโลยี pore-based technology

ยุทธศาสตร์ที่ 2 Innovative Education and Authentic Learning
1) การสำเร็จการศึกษาของนักศึกษารุ่นแรก
2) โปรแกรมฝึกอบรมระยะสั้นเพื่อพัฒนาทักษะการใช้เครื่องมือวิเคราะห์ระดับสูง

ยุทธศาสตร์ที่ 3 Policy Advocacy, Leaders in Professional / Academic Services and Excellence in Capacity Building for Sustainable Development Goals
1) เพิ่มศักยภาพด้านจำนวนการตรวจสารต้องห้ามในนักกีฬาต่อวัน (Testing Capacity/Day)
2) ผลักดันนโยบายการตรวจพบสารต้องห้ามไปสู่การบังคับใช้ทางกฎหมาย

ยุทธศาสตร์ที่ 4 Management Innovation for Sustainability
1) สร้างวัฒนธรรมองค์กร
2) การจัดระเบียบการดำเนินงานฝ่ายสนับสนุนพันธกิจ
3) ปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานที่รองรับการตรวจสารต้องห้ามในอนาคต

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    เปิดใช้งานตลอด

    ประเภทของคุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้

  • สภามกาวิทยาลัยมหิดล

    เว็บไซต์ของมหาวิทยาลัยมหิดลใช้คุกกี้เพื่อจำแนกผู้ใช้งานแต่ละคน โดยทำหน้าที่หลักคือประมวลทางสถิติ ตลอดจนลักษณะเฉพาะของกลุ่มผู้ใช้บริการนั้นๆ ซึ่งข้อมูลดังกล่าวจะนำมาใช้ในการวิเคราะห์รูปแบบพฤติกรรม ของผู้ใช้บริการ และมหาวิทยาลัยจะนำผลลัพธ์ดังกล่าวไปใช้ในการปรับปรุงเว็บไซต์ให้ตอบสนองความต้องการ และการใช้งานของผู้ใช้บริการให้ดียิ่งขึ้น อย่างไรก็ตามข้อมูลที่ได้แนละใช้ประมวลผลนั้นจะไม่มีการระบุชื่อ หรือบ่ง บอกความเป็นตัวตนของผู้ใช้บริการแต่อย่างใด อีกทั้งไม่มีการเก็บข้อมูลส่วนบุคคล เช่น ชื่อ, นามสกุล, อีเมล เป็น ต้น และใช้เป็นเพียงข้อมูลทางสถิติเท่านั้น ซึ่งจะช่วยให้มหาวิทยาลัยสามารถมอบประสบการณ์ที่ดีในการใช้งาน เว็บไซต์สำหรับคุณ และช่วยให้สามารถปรับปรุงเว็บไซต์ให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นได้ในเวลาเดียวกัน ทั้งนี้คุณสามารถ เลือกตัวเลือกในการใช้งานคุกกี้ได้

บันทึกการตั้งค่า