คณะกรรมการสภามหาวิทยาลัยมหิดล รับฟังผลการดำเนินงานของส่วนงาน (University Cuncil Visit : 4) ครั้งที่ 12/2568 ของคณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล

วันที่ 27 มิถุนายน 2568 ศาสตราจารย์คลินิกเกียรติคุณ นายแพทย์ปิยะสกล สกลสัตยาทร นายกสภามหาวิทยาลัยมหิดล พร้อมด้วย กรรมการสภามหาวิทยาลัยมหิดล และทีมผู้บริหาร รับฟังผลการดำเนินงานของส่วนงาน (University Council Visit : 4) ครั้งที่ 12/2568 ของคณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล และรับฟังผลการดำเนินงานที่ผ่านมา รวมทั้งการพัฒนาและความท้าทายในอนาคต โดยมี รองศาสตราจารย์ เภสัชกรสุรกิจ นาฑีสุวรรณ คณบดีคณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร คณาจารย์ และบุคลากร เข้าร่วมรับฟังความคิดเห็น ณ ห้องประชุม 606 อาคารราชรัตน์ คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล และผ่านระบบออนไลน์

1. ผลสำเร็จที่ภาคภูมิใจของส่วนงานในระยะเวลา 4 ปีที่ผ่านมา ตามแผนยุทธศาสตร์ของมหาวิทยาลัยมหิดล

ยุทธศาสตร์ที่ 1 World Class Research & Innovation
1. ร่วมผลักดันให้มหาวิทยาลัยมหิดลได้รับการจัดอันดับ Subject Ranking อยู่ในอันดับ Top 100 ของโลก
2. หน่วยวิจัย/ศูนย์วิจัยใหม่เปิดดำเนินการแล้วเสร็จ 5 ศูนย์และมีผลการดำเนินงานที่สูงกว่าเป้าหมาย
3. ผลงานวิจัย/นักวิจัยของคณะฯ ได้รับรางวัลเกี่ยวกับการวิจัยและนวัตกรรมระดับนานาชาติจำนวนมากเช่น รางวัลจากInternational Exhibition of Inventions Geneva, Top 2% Scientists by Stanford University, Nagai Award Foundation เป็นต้น
4. ผลงานวิจัยนำไปสู่การกำหนดนโยบาย/แผนยุทธศาสตร์/prioritization ของประเทศในระบบสุขภาพ และระบบวิจัยในวงกว้าง เช่น การเข้าถึงยาในระบบประกันสุขภาพ มาตรฐานอุตสาหกรรมยา การกำหนดลำดับความสำคัญของการให้ทุนวิจัยด้านเชื้อดื้อยา เป็นต้น (โครงการต่อเนื่อง)
5. ผลิตผลงานวิจัยที่ทำให้เกิด real-world impact ระดับโลกผ่านการเพิ่มการเข้าถึงยาของประชากรในหลายประเทศในเอเชียตะวันออก เฉียงใต้ เอเชียใต้ และแอฟริกา

ยุทธศาสตร์ที่ 2 Innovative Education and Authentic Learning
1. หลักสูตรเภสัชศาสตรบัณฑิต (ระดับปริญญาตรี) ได้รับการรับรองมาตรฐานระดับสากล (AUN-QA และ IAAHEH) เป็นแห่งแรกและ แห่งเดียวในประเทศไทย (โครงการต่อเนื่อง)
2. หลักสูตรเภสัชศาสตรบัณฑิตนานาชาติ (ระดับปริญญาตรี) เริ่มเปิดดำเนินการสำเร็จในปี พ.ศ. 2567
3. อาจารย์เภสัชมหิดลได้รับการรับรอง Professional Framework (PSF) ระดับ Principal / Senior Fellow สูงที่สุดในประเทศไทย
4. วิชา “สมุนไพรในชีวิตประจำวัน” ได้รับความนิยมสูงทั้งในมหาวิทยาลัยและประชาชน (ผ่านระบบ MOOC) (โครงการต่อเนื่อง)
5. หลักสูตรบูรณาการะดับบัณฑิตศึกษา “Pharmaceutical Science for Discovery and Development of Drugs & Health Products” เริ่มเปิดดำเนินการสำเร็จในปี พ.ศ. 2568
6. คณะได้รับการแต่งตั้งให้เป็นหนึ่งใน Founding Member ของ FIP-UNESCO UNITWIN Centre for Excellence in Southeast Asia โดย International Pharmaceutical Federation (FIP) และเป็นแห่งเดียวที่มาจากประเทศไทย

ยุทธศาสตร์ที่ 3 Policy Advocacy, Leaders in Professional / Academic Services and Excellence in Capacity Building for Sustainable Development Goals
1. ศูนย์บริการด้านการตรวจวิเคราะห์ของคณะฯ ได้รับการรับรองมาตรฐานระดับนานาชาติอย่างต่อเนื่องและกลายเป็น National Quality Infrastructure (NQI) ที่สำคัญของชาติในการส่งเสริม national health security และ industrial competitiveness
2. โรงงานยาของคณะ (ศูนย์ฝึกปฏิบัติเพื่อความเป็นเลิศด้านการผลิตยาและสมุนไพร) เริ่มเปิดดำเนินการปี พ.ศ. 2568 (โครงการต่อเนื่อง)

ยุทธศาสตร์ที่ 4 Management Innovation for Sustainability
1. คณะเภสัชศาสตร์ ได้รับรางวัล Thailand Quality Class Award เป็นแห่งแรกและแห่งเดียวในกลุ่มคณะเภสัชศาสตร์ของไทย
2. คณะเภสัชศาสตร์ ได้รับรางวัลชนะเลิศ MU Green Ranking 2 ปีต่อเนื่อง
3. ระบบ information system และ interfaces ของคณะฯ มีความคืบหน้าสู่เป้าหมายการเป็น e-office อย่างต่อเนื่อง

2. เป้าหมายที่ท่านคาดหวังว่าจะดำเนินการเพิ่มเติมในอีก 2 ปีข้างหน้า (ปีงบประมาณ 2569-2570)
ยุทธศาสตร์ที่ 1 World Class Research & Innovation
1. ผลักดันให้ศูนย์วิจัย Global health technology assessment center for low-to-middle income countries เป็นศูนย์วิจัย ที่สร้าง real-world impact ระดับโลก (โครงการต่อเนื่อง)
2. จัดตั้ง The China-Thailand “One-Belt-One-Road” Joint Lab of Traditional and Alternative Medicine ร่วมกับ Shanghai Institute of Organic Chemistry และ Chinese Academy of Science
3. จัดตั้งบริษัท Spin-off แห่งแรกของคณะฯ เพื่อให้เกิดความคล่องตัวในการผลักดันนวัตกรรมของคณะสู่ความสำเร็จเชิงพาณิชย์
4. เพิ่มผลงานการตีพิมพ์ระดับ Top 1% ผ่านการทำ research partnership กับ ivy league universities

ยุทธศาสตร์ที่ 2 Innovative Education and Authentic Learning
1. ผลักดันหลักสูตรเภสัชศาสตรบัณฑิต (ระดับปริญญาตรี) ให้ได้รับการรับรองมาตรฐาน ACPE (Accreditation Council of Pharmacy Education, USA) เป็นแห่งแรกและแห่งเดียวในประเทศไทย (โครงการต่อเนื่อง)
2. อาจารย์ คณะเภสัชศาสตร์ ม.มหิดล ได้รับการรับรอง Professional Framework (PSF) หรือ MU-PSF ร้อยละ 50 ขึ้นไป
3. เริ่มเปิดดำเนินการหลักสูตรบัณฑิตศึกษาในรูปแบบ satellite campus ในกลุ่มประเทศอาเซียน

ยุทธศาสตร์ที่ 3 Policy Advocacy, Leaders in Professional / Academic Services and Excellence in Capacity Building for Sustainable Development Goals
1. โรงงานยาของคณะเภสัชศาสตร์ (ศูนย์ฝึกปฏิบัติเพื่อความเป็นเลิศด้านการผลิตยาและสมุนไพร) ได้รับการรับรอง GMP/PIC-S ครบทั้ง 4 สายการผลิต (ยา สมุนไพร อาหารเสริม เครื่องสำอาง) ดำเนินการผลิตได้ครบทั้ง 4 สายการผลิต และสร้างรายได้ที่เพียงพอ (โครงการต่อเนื่อง)
2. ร้านยาของคณะเภสัชศาสตร์ สาขาศาลายา เปิดดำเนินการดูแลสุขภาพของนักศึกษา บุคลากรและชุมชนรอบศาลายา ผ่านระบบประกันสุขภาพ ของประเทศ (1. บริการสร้างเสริมสุขภาพ 2. 32 อาการเจ็บป่วยเล็กน้อย 3. ระบบใบสั่งยา)

ยุทธศาสตร์ที่ 4 Management Innovation for Sustainability
1. คณะเภสัชศาสตร์ ได้รับรางวัล Thailand Quality Class Plus Award เป็นแห่งแรกและแห่งเดียวในกลุ่มคณะเภสัชศาสตร์ของไทย
2. ความมั่นคงทางการเงินเพิ่มขึ้นและมีเงินรายได้สะสมของคณะเพิ่มขึ้น 2 เท่าจากฐานเดิม

คณะกรรมการสภามหาวิทยาลัยมหิดล รับฟังผลการดำเนินงานของส่วนงาน (University Cuncil Visit : 4) ครั้งที่ 11/2568 ของคณะทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล

วันที่ 27 มิถุนายน 2568 ศาสตราจารย์คลินิกเกียรติคุณ นายแพทย์ปิยะสกล สกลสัตยาทร นายกสภามหาวิทยาลัยมหิดล พร้อมด้วย กรรมการสภามหาวิทยาลัยมหิดล และทีมผู้บริหาร รับฟังผลการดำเนินงานของส่วนงาน (University Council Visit : 4) ครั้งที่ 11/2568 ของคณะทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล และรับฟังผลการดำเนินงานที่ผ่านมา รวมทั้งการพัฒนาและความท้าทายในอนาคต โดยมี รองศาสตราจารย์ ทันตแพทย์บัณฑิต จิรจริยาเวช คณบดีคณะทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร คณาจารย์ และบุคลากร เข้าร่วมรับฟังความคิดเห็น ณ ห้องประชุมเทพรัตนทันตกิจสโมสร ชั้น 4 อาคารเฉลิมพระเกียรติ 50 พรรษา คณะทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล และผ่านระบบออนไลน์

1. ผลสำเร็จที่ภาคภูมิใจของส่วนงานในระยะเวลา 4 ปีที่ผ่านมา ตามแผนยุทธศาสตร์ของมหาวิทยาลัยมหิดล

ยุทธศาสตร์ที่ 1 World Class Research & Innovation
1. ได้รับใบรับรองมาตรฐานห้องปฏิบัติการในระดับนานาชาติ (โครงการต่อเนื่อง)
– ระบบคุณภาพห้องปฏิบัติการวิจัยมาตรฐาน ISO/IEC 17025:2017 “ห้องปฏิบัติการศูนย์วิเคราะห์และวิจัยเนื้อเยื่อเซลล์ และอณูชีววิทยาช่องปาก สำนักงานการวิจัย คณะทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล

2. ได้รับใบรับรองมาตรฐานห้องปฏิบัติการในระดับชาติ (โครงการต่อเนื่อง)
– ห้องปฏิบัติการวิจัยมาตรฐานในรูปแบบ Peer evaluation
1. ห้องปฏิบัติการวิจัยศูนย์วิเคราะห์และวิจัยเนื้อเยื่อเซลล์และอณูชีววิทยาช่องปาก (วนอ.)
2. ห้องปฏิบัติการวิจัยศูนย์วิเคราะห์และวิจัยทันตชีววัสดุ (วทช.)
3. ห้องปฏิบัติการวิจัยศูนย์บริการวิเคราะห์โครงสร้างจุลภาค (วจภ.)
4. ห้องปฏิบัติการภาควิชาจุลชีววิทยาช่องปาก
5. ห้องปฏิบัติการวิจัยภาควิชากายวิภาคศาสตร์

3. ผลการดำเนินงานประจำปีงบประมาณ 2564-2567
1. Total International Publication ปี 2564 จำนวน 124 เรื่อง ปี 2565 จำนวน 141 เรื่อง ปี 2566 จำนวน 145 เรื่อง ปี 2567 จำนวน 159 เรื่อง
2. International Publications in Q1 Journal ปี 2564 จำนวน 37 เรื่อง ปี 2565 จำนวน 51 เรื่อง ปี 2566 จำนวน 92 เรื่อง ปี 2567 จำนวน 102 เรื่อง
3. Publications with International Collaboration ปี 2564 จำนวน 25 เรื่อง ปี 2565 จำนวน 44 เรื่อง ปี 2566 จำนวน 39 เรื่อง ปี 2567 จำนวน 49 เรื่อง
4. พัฒนางานวิจัยเพื่อสร้างนวัตกรรมที่มีคุณภาพและต่อยอดเชิงพาณิชย์อย่างต่อเนื่อง (โครงการต่อเนื่อง)

ยุทธศาสตร์ที่ 2 Innovative Education and Authentic Learning
1. หลักสูตรทันตแพทยศาสตรบัณฑิต และหลักสูตรทันตแพทยศาสตรบัณฑิต (หลักสูตรนานาชาติ) ได้รับการรับรองมาตรฐานคุณภาพ การศึกษาระดับหลักสูตรตามเกณฑ์ AUN-QA (ASEAN Level) ในระดับ 5 และ 6 (example of best practices) ตามลำดับ
2. หลักสูตรวิทยาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาทันตกรรมจัดฟัน (หลักสูตรนานาชาติ) ได้รับการรับรองมาตรฐานคุณภาพการศึกษา ระดับหลักสูตรตามเกณฑ์ AUN-QA (ASEAN Level) ในระดับ 6 (example of best practices)
3. ผลการดำเนินงานประจำปีงบประมาณ 2564-2567

ยุทธศาสตร์ที่ 3 Policy Advocacy, Leaders in Professional / Academic Services and Excellence in Capacity Building for Sustainable Development Goals
1. โรงพยาบาลทันตกรรม คณะทันตแพทยศาสตร์ และโรงพยาบาลทันตกรรมมหาจักรีสิรินธร ได้รับการรับรองคุณภาพสถานพยาบาล ประเภทสถานพยาบาลที่ได้รับการรับรองคุณภาพมาตรฐานโรงพยาบาลและบริการสุขภาพ ขั้นมาตรฐาน (HA)
2. โรงพยาบาลทันตกรรมจัดโครงการบริการผู้ป่วยติดเตียงแบบต่อเนื่องโดยสหสาขาวิชาชีพ และจัดหน่วยเคลื่อนที่ส่งเสริมทันตสุขภาพแบบ องค์รวมในผู้สูงอายุสู่ชุมชน โดยการมอบการบริบาลเบื้องต้นในการดูแลสุขภาพช่องปากแก่ผู้ป่วยที่ไม่สามารถมาโรงพยาบาลด้วยตัวเองได้ และเพิ่มประสิทธิภาพการดูแลผู้ป่วยโดยใช้เทคโนโลยีทางทันตกรรมร่วมวางแผนในการดูแลสุขภาพผู้ป่วยแบบองค์รวมที่บ้าน
3. คณะทันตแพทยศาสตร์ เล็งเห็นถึงผู้ป่วยที่มีความต้องการพิเศษ (Special need patient) มีโครงการผลิตสื่อประกอบภาพนูนและเสียง เพื่อผู้บกพร่องทางการเห็นเพื่อลดความกังวลก่อนการรับบริการทางทันตกรรมเพื่อให้ผู้พิการทางสายตาได้เข้าถึงการได้รับการบริการทันตสุขภาพที่มี คุณภาพ โดยมอบสื่อดังกล่าวให้กับโรงเรียนสอนคนตาบอด
4. เพื่อให้เกิดการดูแลสุขภาพช่องปากของประชาชนอย่างทั่วถึง คณะทันตแพทยศาสตร์ได้ดำเนินโครงการศูนย์ทันตกรรมพระราชทาน สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี อย่างต่อเนื่องโดยการตรวจสุขภาพช่องปาก เคลือบหลุมร่องฟัน เคลือบฟลูออไรด์ อุดฟัน ขูดหินน้ำลาย ถอนฟัน ผ่าฟันคุด รักษาคลองรากฟัน และใส่ฟันเทียมถอดได้ฐานพลาสติก (เป็นครั้งคราว) แก่นักเรียนในโครงการ พระราชดำริฯ และโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดน รวมทั้งประชาชนในถิ่นทุรกันดารและผู้ด้อยโอกาส เพื่อให้เกิดทันตสุขภาวะที่ดี

ยุทธศาสตร์ที่ 4 Management Innovation for Sustainability
1. รางวัลการบริหารสู่ความเป็นเลิศ (Thailand Quality Class: TQC)
2. รางวัลการรับรองมาตรฐานความมั่นคงปลอดภัยด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ (ISO/IEC 27001:2013)
3. รางวัลองค์กรคุณธรรมต้นแบบ โดยกระทรวงวัฒนธรรม

2. เป้าหมายที่ท่านคาดหวังว่าจะดำเนินการเพิ่มเติมในอีก 2 ปีข้างหน้า (ปีงบประมาณ 2569-2570) (โครงการต่อเนื่องและกำลังผลักดัน)
ยุทธศาสตร์ที่ 1 สร้างผลผลิตด้านการศึกษาที่เป็นเลิศ
– ปรับหลักสูตรให้ทันสมัยทันต่อการเปลี่ยนแปลง (Modernized educational program) เช่น digital transformation และ AI adaptation รวมถึงจัดการศึกษาให้มีการยืดหยุ่นต่อผู้เรียน (Flexible education)
– ส่งเสริมการพัฒนาทักษะใหม่และทักษะเพิ่มเติม (Upskill and reskill continuing education) เป็นการส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิต
ยุทธศาสตร์ที่ 2 สร้างการบริการและบริการวิชาการที่เป็นเลิศ
– พัฒนาสู่ศูนย์ความเป็นเลิศ (Center of excellences) เพื่อเป็นศูนย์ต้นแบบในการให้บริการผู้ป่วยในระดับตติยภูมิ
– พัฒนาเครือข่ายและความร่วมมือในระดับนานาชาติ เช่น IDCMR, WHOCC, NCKU เพื่อส่งเสริมการศึกษา บริการและวิจัย
– ส่งเสริมบริการทันตสุขภาพของประชาชนในกลุ่มด้อยโอกาส ผู้ป่วยที่ต้องการการดูแลพิเศษ และประชาชนในพื้นที่ห่างไกล
ยุทธศาสตร์ที่ 3 ผลิตงานวิจัยและนวัตกรรมคุณภาพสูงสู่การต่อยอด
– สนับสนุนการทำวิจัยแบบข้ามศาสตร์ (Interdisciplinary research)
– ส่งเสริมความร่วมมือด้านงานวิจัยในระดับนานาชาติและเพิ่มทุนจากภายนอก (International research collaboration and funding)
– สนับสนุนการนำงานวิจัยไปพัฒนาต่อยอดเพื่อให้เกิดประโยชน์กับประชาชนอย่างแท้จริง
ยุทธศาสตร์ที่ 4 การบริหารองค์กรมุ่งสู่การจัดการยั่งยืน
– มุ่งเน้นการบริหารองค์กรโดยใช้เกณฑ์มาตรฐานคุณภาพแห่งชาติ (TQA)
– พัฒนาองค์กรตามแนวเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs)
– บริหารจัดการองค์กรด้วยข้อมูล (Data-driven management)
– บริหารจัดการความรู้ในองค์กร (Knowledge management)

คณะกรรมการสภามหาวิทยาลัยมหิดล รับฟังผลการดำเนินงานของส่วนงาน (University Council Visit : 4) ครั้งที่ 10/2568 ของสถาบันชีววิทยาศาสตร์โมเลกุล มหาวิทยาลัยมหิดล

วันที่ 26 มิถุนายน 2568 ศาสตราจารย์คลินิกเกียรติคุณ นายแพทย์ปิยะสกล สกลสัตยาทร นายกสภามหาวิทยาลัยมหิดล พร้อมด้วย กรรมการสภามหาวิทยาลัยมหิดล และทีมผู้บริหารมหาวิทยาลัยมหิดล รับฟังผลการดำเนินงานของส่วนงาน (University Council Visit : 4) ครั้งที่ 10/2568 ของสถาบันชีววิทยาศาสตร์โมเลกุล มหาวิทยาลัยมหิดล และรับฟังผลการดำเนินงานที่ผ่านมา รวมทั้งการพัฒนาและความท้าทายในอนาคต โดยมี รองศาสตราจารย์ ดร. หม่อมหลวงเสาวรส สวัสดิวัฒน์ ผู้อำนวยการสถาบันชีววิทยาศาสตร์โมเลกุล มหาวิทยาลัยมหิดล พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร คณาจารย์ และบุคลากร เข้าร่วมรับฟังความคิดเห็น ณ ห้องประชุม A108 สถาบันชีววิทยาศาสตร์โมเลกุล  มหาวิทยาลัยมหิดล ศาลายา และผ่านระบบออนไลน์

1. ผลสำเร็จที่ภาคภูมิใจของส่วนงานในระยะเวลา 4 ปีที่ผ่านมา ตามแผนยุทธศาสตร์ของมหาวิทยาลัยมหิดล

1) สถาบันชีววิทยาศาสตร์โมเลกุล มีผลงานวิจัยที่สร้างประโยชน์เชิงพาณิชย์ ได้แก่ วัคซีนไข้เลือดออก กุ้งก้ามกรามแปลงเพศ MU1 โมโนโคลนอลแอนติบอดีสำหรับกระตุ้นการวางไข่ในกุ้ง มีการสนับสนุนวิสาหกิจชุมชนในการแปรรูปผลิตภัณฑ์มันสำปะหลัง และมีส่วนร่วมในการปรับปรุงพันธุ์มันสำปะหลังสายพันธุ์ “พิรุณ” นอกจากนี้ ยังมีการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีด้านโมเลกุลและดีเอ็นเอเพื่อการวิจัยและศึกษาความหลากหลายทางชีวภาพทางทะเล สอดคล้องกับการพัฒนาอย่างยั่งยืน (SDGs) (โครงการต่อเนื่อง)

2) หลักสูตร พันธุศาสตร์ระดับโมเลกุลและพันธุวิศวกรรมศาสตร์ ผ่านการตรวจประเมินคุณภาพการศึกษาระดับหลักสูตรตามเกณฑ์ AUN–QA ของเครือข่ายมหาวิทยาลัยในอาเซียน (Asian university network) มีการควบรวมหลักสูตร พันธุศาสตร์ระดับโมเลกุลและพันธุวิศวกรรมศาสตร์และหลักสูตรวิทยาศาสตร์เชิงระบบ เป็นหลักสูตรชีววิทยาศาสตร์ระดับโมเลกุลและเชิงบูรณาการ (Molecular and Integrative Biosciences) (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2568) (โครงการต่อเนื่อง)

3) ห้องปฏิบัติการวิจัยที่ได้รับการรับรองมาตรฐาน ESPReL checklist 100%, Peer Evaluation 29% มอก. 2677-2558 1 ห้อง ห้องปฏิบัติการชีวนิรภัยระดับ 3 (BSL3) ได้รับการรับรองมาตรฐานขององค์กรอนามัยโลกและความปลอดภัยทางชีวภาพ ฟาร์มเลี้ยงสัตว์น้ำจืดและกุ้งทะเล ได้มาตรฐานในการปฏิบัติทางการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำที่ดี (โครงการต่อเนื่อง)

2. เป้าหมายที่ท่านคาดหวังว่าจะดำเนินการเพิ่มเติมในอีก 2 ปีข้างหน้า (ปีงบประมาณ 2569-2570) 

1) การดำเนินการวิจัยมุ่งเป้าที่สอดคล้องกับแผนยุทธศาสตร์การวิจัยของมหาวิทยาลัยที่ส่งผลกระทบต่อสังคมโลก เช่น การวิจัย ATMPs ที่เกี่ยวข้องกับโรคจอตาเสื่อมที่ถ่ายทอดทางพันธุกรรม AI-Driven Drug Discovery การใช้สมุนไพรในการรักษาความบกพร่องของการรู้คิด และมีผลิตภัณฑ์สมุนไพรที่สามารถจำหน่ายเชิงพาณิชย์

2) โครงการพัฒนาระบบนวัตกรรมสัตว์ทดลองดัดแปลงพันธุกรรม และศูนย์ประสาทวิทยาศาสตร์การรู้คิดในสัตว์ทดลองเพื่อเป็นโครงสร้างพื้นฐานในการวิจัยและนวัตกรรม ตลอดจนบริการวิชาการด้านสัตว์ทดลองที่เป็นต้นแบบของโรคในมนุษย์ สามารถสร้างสัตว์ทดลองดัดแปลงพันธุกรรมได้ และได้รับมาตรฐานการเลี้ยงสัตว์ระดับนานาชาติ (AAALAC)

3) ห้องปฏิบัติการ Sleep Lab & Chronobiology Core Facility มีการให้บริการตรวจวัดการนอนหลับที่ได้มาตรฐานสากล ขยายงานด้านการวิจัย บริการวิชาการและต่อยอดสู่การวิจัยด้านการนอนหลับ เช่น การศึกษาสารชนิดใหม่ หรือสมุนไพร ที่เป็นต้นแบบในการพัฒนายารักษาอาการนอนไม่หลับ (โครงการต่อเนื่อง)

คณะกรรมการสภามหาวิทยาลัยมหิดล รับฟังผลการดำเนินงานของส่วนงาน (University Council Visit : 4) ครั้งที่ 9/2568 ของศูนย์จิตตปัญญาศึกษา มหาวิทยาลัยมหิดล

วันที่ 26 มิถุนายน 2568 ศาสตราจารย์คลินิกเกียรติคุณ นายแพทย์ปิยะสกล สกลสัตยาทร นายกสภามหาวิทยาลัยมหิดล พร้อมด้วย กรรมการสภามหาวิทยาลัยมหิดล และทีมผู้บริหารมหาวิทยาลัยมหิดล รับฟังผลการดำเนินงานของส่วนงาน (University Council Visit : 4) ครั้งที่ 9/2568 ของ ศูนย์จิตตปัญญาศึกษา มหาวิทยาลัยมหิดล และรับฟังผลการดำเนินงานที่ผ่านมา รวมทั้งการพัฒนาและความท้าทายในอนาคต โดยมี รองศาสตราจารย์ ดร. นายแพทย์ชัชวาล ศิลปกิจ ผู้อำนวยการศูนย์จิตตปัญญาศึกษา มหาวิทยาลัยมหิดล พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร คณาจารย์ และบุคลากร เข้าร่วมรับฟังความคิดเห็น ณ ห้องประชุมราชาวดี (326) ชั้น 3 อาคารประชาสังคมอุดมพัฒน์ สถาบันวิจัยประชากรและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล  และผ่านระบบออนไลน์

1. ผลสำเร็จที่ภาคภูมิใจของส่วนงานในระยะเวลา 4 ปีที่ผ่านมา ตามแผนยุทธศาสตร์ของมหาวิทยาลัยมหิดล

ยุทธศาสตร์ที่ 1 World Class Research & Innovation

1) ตีพิมพ์บทความวิจัยในวารสารระดับ Q1: Future directions of spiritual care where spiritual care providers do not exist (BMC Palliative Care, 2025)

2) พัฒนาโครงการ “จากใจสู่ใจ” ให้เป็นนวัตกรรมทางสังคม จดลิขสิทธิ์หลักสูตรการให้คำปรึกษาและการ์ดต้นกล้าจากใจสู่ใจ

3) จัดงาน Heal Jai Festival ร่วมกับภาคีเครือข่าย ส่งเสริมสุขภาวะทางกาย ใจ และสังคม ให้กับนักศึกษาและบุคลากร

4) ขับเคลื่อน Inner Development Goals (IDG) ในมหาวิทยาลัยมหิดล จัดกิจกรรม 5 โมดูลพัฒนาอาจารย์แกนนำ

ยุทธศาสตร์ที่ 2 Innovative Education and Authentic Learning

1) เปิดรายวิชาสำหรับบุคคลทั่วไป (MAP-C Program) วิชา “ธรรมชาติแห่งโลกและชีวิต” (โครงการต่อเนื่อง)

2) พัฒนารายวิชาออนไลน์ “จิตตปัญญาศึกษากับการพัฒนาภาวะผู้นำ” เป็นต้นแบบการสอนออนไลน์  (โครงการต่อเนื่อง)

ยุทธศาสตร์ที่ 3 Policy Advocacy & Capacity Building for Sustainable Development Goals

1) โครงการ “หยั่งรากจิตตปัญญาศึกษา สู่สังคมแห่งความสุข” ได้รับทุนต่อเนื่อง 7 ปีจาก สสส.

2) ขยายผลการบ่มเพาะผู้นำสุขภาวะทางปัญญาใน 7 พื้นที่ และมีบทบาทช่วยเหลือฟื้นฟูจิตใจในสถานการณ์อุทกภัยภาคเหนือ

3) เกิดเครือข่ายสังฆะที่เข้มแข็ง สร้างผลกระทบเชิงระบบในระดับบุคคล ชุมชน และสังคม (โครงการต่อเนื่อง)

2. เป้าหมายที่ท่านคาดหวังว่าจะดำเนินการเพิ่มเติมในอีก 2 ปีข้างหน้า (ปีงบประมาณ 2569-2570)

ยุทธศาสตร์ที่ 1: World Class Research & Innovation

-เน้นพัฒนางานวิจัยที่มีผลกระทบสูง จัดตั้งศูนย์วิจัยด้านจิตตปัญญาศึกษา ขยายความร่วมมือกับแหล่งทุนภายนอก เช่น สสส. และ WHO รวมถึงพัฒนาโครงการวิจัยเชิงพาณิชย์ที่สามารถนำไปใช้จริงในสังคมและธุรกิจ

ยุทธศาสตร์ที่ 2: Innovative Education and Authentic Learning

-พัฒนาแนวทางการเรียนรู้แบบ Contemplative Learning ด้วยระบบ Hybrid ขยายหลักสูตรระยะสั้น และสร้างความร่วมมือกับองค์กรภายนอก พร้อมส่งเสริมการเรียนรู้ที่เชื่อมโยงกับการรับใช้สังคม (Service Learning)

ยุทธศาสตร์ที่ 3: Policy Advocacy & Capacity Building for SDGs

-สนับสนุนโครงการ Humanized Education และ Well-being พัฒนาหลักสูตรจิตตปัญญาศึกษาสำหรับชุมชนและผู้นำในภาคส่วนต่าง ๆ จัดตั้งโครงการผู้นำชุมชนเชิงจิตตปัญญา และสร้างเครือข่ายความร่วมมือในระดับชาติและนานาชาติ

ยุทธศาสตร์ที่ 4: Management Innovation for Sustainability

-พัฒนาโมเดลรายได้ใหม่ เช่น ระบบสมาชิกและบริการให้คำปรึกษา เพิ่มรายได้จากการฝึกอบรม และพัฒนาหลักสูตรออนไลน์แบบต้นทุนต่ำ พร้อมทั้งเสริมสร้างแบรนด์ “จิตตปัญญาศึกษา” ให้เป็นที่รู้จักในวงกว้าง

คณะกรรมการสภามหาวิทยาลัยมหิดล รับฟังผลการดำเนินงานของส่วนงาน (University Council Visit : 4) ครั้งที่ 8/2568 ของคณะสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล

วันที่ 26 มิถุนายน 2568 ศาสตราจารย์คลินิกเกียรติคุณ นายแพทย์ปิยะสกล สกลสัตยาทร นายกสภามหาวิทยาลัยมหิดล พร้อมด้วย กรรมการสภามหาวิทยาลัยมหิดล และทีมผู้บริหารมหาวิทยาลัยมหิดล รับฟังผลการดำเนินงานของส่วนงาน (University Council Visit : 4) ครั้งที่ 8/2568 ของคณะสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล และรับฟังผลการดำเนินงานที่ผ่านมา รวมทั้งการพัฒนาและความท้าทายในอนาคต โดยมี ศาสตราจารย์ ดร. พรรณชฎา ศิริวรรณบุศย์ คณบดีคณะสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร คณาจารย์ และบุคลากร เข้าร่วมรับฟังความคิดเห็น ณ ห้องกันภัย ชั้น 1 อาคารสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล  และผ่านระบบออนไลน์

1.ผลสำเร็จที่ภาคภูมิใจของส่วนงานในระยะเวลา 4 ปีที่ผ่านมา ตามแผนยุทธศาสตร์ของมหาวิทยาลัยมหิดล

 ยุทธศาสตร์ที่ 1 World Class Research & Innovation

1) ผลักดันและส่งเสริมให้อาจารย์เผยแพร่ผลงานวิจัยในวารสารระดับนานาชาติที่อยู่ใน Q1, Top 10 และ Top 1 ตลอดจนสนับสนุน การสร้างสรรค์นวัตกรรมที่ก่อให้เกิดประโยชน์ต่อสังคมอย่างเป็นรูปธรรม

2) ส่งเสริมและพัฒนาความร่วมมือกับสถาบันระดับนานาชาติเพื่อเสริมสร้างขีดความสามารถด้านการวิจัย (โครงการต่อเนื่อง)

ยุทธศาสตร์ที่ 2 Innovative Education and Authentic Learning

1) การจัดการเรียนการสอนในรายวิชาศึกษาทั่วไปและรายวิชาเลือกเสรีให้แก่นักศึกษาระดับปริญญาตรีของมหาวิทยาลัย

2) ส่งเสริมและสนับสนุนการเคลื่อนย้ายนักศึกษาทั้งภายในและภายนอกประเทศ ตลอดจนการเข้าร่วมโครงการระดับนานาชาติ เพื่อเพิ่มพูน ประสบการณ์และมุมมองในระดับสากล

ยุทธศาสตร์ที่ 3 Policy Advocacy, Leaders in Professional / Academic Services and Excellence in Capacity Building for Sustainable Development Goals

1) ผลักดันผลงานวิจัยให้เป็นส่วนหนึ่งของนโยบายชี้นำสังคมเพื่อนำไปสู่การพัฒนาสังคมอย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน (โครงการต่อเนื่อง)

2) วางแผนและออกแบบหลักสูตรฝึกอบรมโดยอิงจากความเชี่ยวชาญของอาจารย์ภายในคณะฯ เพื่อยกระดับการบริการวิชาการอย่างมีคุณภาพ (โครงการต่อเนื่อง)

ยุทธศาสตร์ที่ 4 Management Innovation for Sustainability

1) ยกระดับผลการดำเนินงานด้านการบริหารจัดการองค์กรให้สอดคล้องกับหลักธรรมาภิบาล เกณฑ์คุณภาพ และแนวทางของสำนักงานสีเขียว เพื่อให้เกิดการพัฒนาอย่างยั่งยืน

2) ส่งเสริมให้บุคลากรสายสนับสนุนก้าวเข้าสู่ตำแหน่งที่สูงขึ้น รวมถึงการพัฒนาการดำเนินงานให้มีประสิทธิภาพ

2. เป้าหมายที่ท่านคาดหวังว่าจะดำเนินการเพิ่มเติมในอีก 2 ปีข้างหน้า (ปีงบประมาณ 2569-2570) 

ยุทธศาสตร์ที่ 1 World Class Research & Innovation

1) ผลักดันและส่งเสริมความร่วมมือด้านการวิจัยแบบบูรณาการข้ามศาสตร์กับหน่วยงานทั้งในประเทศและต่างประเทศ

ยุทธศาสตร์ที่ 2 Innovative Education and Authentic Learning

  • การจัดตั้งภาควิชานิติศาสตร์และรัฐศาสตร์

2) พัฒนาศักยภาพและคุณภาพของอาจารย์ให้สอดคล้องกับเกณฑ์การประเมินของมหาวิทยาลัย

ยุทธศาสตร์ที่ 3 Policy Advocacy, Leaders in Professional / Academic Services and Excellence in Capacity Building for Sustainable Development Goals

1) ผลักดันผลงานวิจัยเพื่อตอบสนองนโยบายของสังคมทั้งระดับชาติและระดับนานาชาติ

2) การจัดหลักสูตรฝึกอบรมทั้งระดับชาติและนานาชาติ รวมถึงการดำเนินงานทางด้านวิชาการเพื่อเป็นเวทีในการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นที่เป็นประโยชน์ต่อสังคม

ยุทธศาสตร์ที่ 4 Management Innovation for Sustainability

1) คะแนนด้านการบริหารจัดการองค์กรจากผลการประเมินเพิ่มขึ้นในทุกระดับ

คณะกรรมการสภามหาวิทยาลัยมหิดล รับฟังผลการดำเนินงานของส่วนงาน (University Council Visit : 4) ครั้งที่ 7/2568 ของคณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล

วันที่ 20 มิถุนายน 2568 ศาสตราจารย์คลินิกเกียรติคุณ นายแพทย์ปิยะสกล สกลสัตยาทร นายกสภามหาวิทยาลัยมหิดล พร้อมด้วย กรรมการสภามหาวิทยาลัยมหิดล และทีมผู้บริหารมหาวิทยาลัยมหิดล รับฟังผลการดำเนินงานของส่วนงาน (University Council Visit : 4) ครั้งที่ 7/2568 ของคณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล และรับฟังผลการดำเนินงานที่ผ่านมา รวมทั้งการพัฒนาและความท้าทายในอนาคต โดยมี ศาสตราจารย์คลินิก นายแพทย์อาทิตย์ อังกานนท์ คณบดีคณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร คณาจารย์ และบุคลากร เข้าร่วมรับฟังความคิดเห็น ณ ห้องประชุม 1 สำนักงานคณบดีชั้น 5 อาคารบริหาร คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล

1. ผลสำเร็จที่ภาคภูมิใจของส่วนงานในระยะเวลา 4 ปีที่ผ่านมา ตามแผนยุทธศาสตร์ของมหาวิทยาลัยมหิดล

ยุทธศาสตร์ที่ 1 World Class Research & Innovation 

1. ได้รับรางวัลการบริหารสู่ความเป็นเลิศที่มีความโดดเด่น ด้านนวัตกรรม (TQA Plus: Innovation)

2. ได้รับการอ้างอิงสูงที่สุดในโลก Top 2%

3. ผลงานวิจัยและนวัตกรรมที่โดดเด่น

4. Innovation and Cooperation Center Group (INC): RAMACC, CTEMED, MIND Center (โครงการต่อเนื่อง)

ยุทธศาสตร์ที่ 2 Innovative Education and Authentic Learning 

1. หลักสูตรได้รับการรับรองมาตรฐานสากล /การเปิดหลักสูตรร่วมและการสร้างความร่วมมือต่างๆ

2. การได้รับรางวัล ASPIRE-to-Excellence 2022 Award for Student Engagement

3. การพัฒนาอาจารย์ตามเกณฑ์มาตรฐานคุณภาพอาจารย์ ตามกรอบมาตรฐานวิชาชีพ (UKPSF, MUPSF)

4. รางวัลที่นักศึกษาได้รับในระดับนานาชาติ และระดับชาติ

ยุทธศาสตร์ที่ 3 Policy Advocacy, Leaders in Professional / Academic Services and Excellence in Capacity Building for Sustainable Development Goals 

1. ได้รับการรับรองคุณภาพมาตรฐาน HA / มาตรฐานสถานพยาบาล JCI / ได้รับการรับรองเฉพาะโรค (DSC)

2. รางวัลเลิศรัฐ ระดับดี ผลงาน Rama Telecare / รางวัลประชาบดี ประเภทองค์กรที่ทำคุณประโยชน์

3. นโยบายชี้นำสังคม (Policy Advocacy) ที่ผลักดันสู่นโยบายชาติ /ศูนย์พิษวิทยา / รามาชาแนล

ยุทธศาสตร์ที่ 4 Management Innovation for Sustainability 

1. ได้รับรางวัลการบริหารสู่ความเป็นเลิศที่มีความโดดเด่น ด้านการปฏิบัติการ (TQA Plus: Operation)

2. การประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐ ITA

3. People Plan / RAMA Frontier / RAMA Health Spaces / Environment

2. เป้าหมายที่ท่านคาดหวังว่าจะดำเนินการเพิ่มเติมในอีก 2 ปีข้างหน้า (ปีงบประมาณ 2569 – 2570) 

ยุทธศาสตร์ที่ 1 World Class Research & Innovation 

1. ผลักดันงานวิจัยข้ามศาสตร์ / ส่งเสริมการขอทุนจากภายนอกคณะฯ / ส่งเสริม Clinical Research Center / ส่งเสริมผลงานวิจัยให้สามารถพัฒนาต่อยอด (จดสิทธิบัตร/ลิขสิทธิ์/เชิงพาณิชย์) (โครงการต่อเนื่อง)

2. ส่งเสริมความร่วมมือระหว่างคณะฯ ภายในมหาวิทยาลัยและเครือข่ายต่างๆ

ยุทธศาสตร์ที่ 2 Innovative Education and Authentic Learning 

1. การเปิดหลักสูตรแพทยศาสตรบัณฑิตที่ปรับปรุงใหม่ ในปี 2568 (ระบบประเมินผล) (โครงการต่อเนื่อง)

2. หลักสูตรได้รับการรับรองมาตราฐานสากล และส่งเสริมความร่วมมือระหว่างคณะฯ และเครือข่ายต่างๆ

ยุทธศาสตร์ที่ 3 Policy Advocacy, Leaders in Professional / Academic Services and Excellence in Capacity Building for Sustainable Development Goals 

1. สร้าง new S curve / Value based healthcare จัดสรรให้มีการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า

2. ผลักดันด้านวิชาการให้ความรู้กับสังคม และส่งเสริมความร่วมมือระหว่างคณะฯ และเครือข่ายต่าง ๆ

ยุทธศาสตร์ที่ 4 Management Innovation for Sustainability 

1. New Project (โครงการอาคารโรงพยาบาลรามาธิบดีและย่านนวัตกรรมโยธี / ศูนย์การรักษาด้วยโปรตอน / ศูนย์การแพทย์รามาธิบดีศรีอยุธยา /โครงการสำหรับผู้สูงอายุ) (โครงการต่อเนื่อง)

2. Human Resource (พัฒนาบุคลากรเพื่อให้เกิด Productivity/Efficient People Cost/Career Path engagement)

3. Decentralized Medicine: A new Approach เพื่อลดความแออัดในโรงพยาบาล

คณะกรรมการสภามหาวิทยาลัยมหิดล รับฟังผลการดำเนินงานของส่วนงาน (University Council Visit : 4) ครั้งที่ 6/2568 ของคณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล

วันที่ 20 มิถุนายน 2568 ศาสตราจารย์คลินิกเกียรติคุณ นายแพทย์ปิยะสกล สกลสัตยาทร นายกสภามหาวิทยาลัยมหิดล พร้อมด้วย กรรมการสภามหาวิทยาลัยมหิดล และทีมผู้บริหารมหาวิทยาลัยมหิดล รับฟังผลการดำเนินงานของส่วนงาน (University Council Visit : 4) ครั้งที่ 6/2568 ของคณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล และรับฟังผลการดำเนินงานที่ผ่านมา รวมทั้งการพัฒนาและความท้าทายในอนาคต โดยมี รองศาสตราจารย์ ดร.ประสิทธิ์ สุวรรณเลิศ คณบดีคณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร คณาจารย์ และบุคลากร เข้าร่วมรับฟังความคิดเห็น ณ ห้องประชุม K101 อาคารเฉลิมพระเกียรติ คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล

1. ผลสำเร็จที่ภาคภูมิใจของส่วนงานในระยะเวลา 4 ปีที่ผ่านมา ตามแผนยุทธศาสตร์ของมหาวิทยาลัยมหิดล

ยุทธศาสตร์ที่ 1 World Class Research & Innovation 

Deep Science and Technology

1. สร้างผลงานวิจัยและนวัตกรรมที่มีคุณภาพระดับสากลและมีผลกระทบสุง โดยเฉพาะใน 4 กลุ่มสาขาหลัก ผ่านกลไกออกแบบทุนวิจัยภายในให้มีความหลากหลายและยืดหยุ่นตอบโจทย์นักวิจัยทุกระดับ (early, mid-career และ senior researchers) และส่งเสริมการบูรณาการสหสาขา ทำให้ผลงานวิจัยตีพิมพ์โดยรวมเพิ่มขึ้น (ปี 2023: 441 เรื่อง, ปี 2024: 461 เรื่อง) สัดส่วนการตีพิมพ์ในวารสารระดับ Q1 เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ (ปี 2024: 71% เป้าหมายปี 2025: 851%) (โครงการต่อเนื่อง)

2. ขยายเครือข่ายความร่วมมือเชิงรุกกับภาคเอกชน, รัฐวิสาหกิจ, หน่วยงานภาครัฐ และสถาบันวิจัยนานาชาติ ทำให้มีความร่วมมือในระดับนานาชาติกับ Bill & Melinda Gates Foundation, Mekong-Lancang Cooperation, UK Partnering for Accelerated Climate Transitions, Swiss National Science Foundation (SNSF), Human Cell Atlas (MIT), LHAASO (CNSA) เป็นต้น และองค์กรชั้นนำในประเทศ เช่น SCGC, Thai Union, Betagro, การยางแห่งประเทศไทย, UAE, GNPT, MEDEZE (โครงการต่อเนื่อง)

3. เสริมสร้างศักยภาพนักวิจัย ผ่านโครงการ Visiting Professor, การสร้างความร่วมมือเฉพาะทาง (เช่น Trop Med – Science Cooperation) การดึงดูดและรักษา Global Talents, การสนับสนุนผ่านโครงการบ่มเพาะที่เป็นที่รู้จักในระดับสากล (เช่น SPACE-F Program) การให้คำปรึกษาด้านทรัพย์สินทางปัญญา (IP Clinic) และการจัด Research & innovation seminars and workshops อย่างต่อเนื่อง ทำให้นักวิจัยของคณะวิทยาศาสตร์ได้รับการยอมรับและมีส่วนร่วมในโครงการระดับนานาชาติมากขึ้น เช่น Prof. Genji Kurisu, Prof. Takayuki Kato, Assoc. Prof. Dr. Sachiko Toma-Fukai ในโครงการ Protein Structure Determination และมีนวัตกรรมที่เกิดจากนักวิจัย เช่น ผลงานของ รองศาสตราจารย์ ดร.พงศกร กาญจนบุษย์ (Passi-Cool) รองศาสตราจารย์ ดร.ทวีชัย อมรศักดิ์ชัย (Avenger Technology) ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ชญาณิศา ชิติโชติปัญญา (Perfect Protection) เป็นต้น (โครงการต่อเนื่อง)

ยุทธศาสตร์ที่ 2 Innovative Education and Authentic Learning 

Brain power for Deep Science & Tech

1. การสร้างโอกาสและขยายตลาดกลุ่มผู้เรียน จำนวน 48 หลักสูตร แบ่งเป็นระดับปริญญาตรี หลักสูตรไทย 6 หลักสูตร และหลักสูตรนานาชาติ 7 หลักสูตร หลักสูตรนานาชาติระดับบัณฑิตศึกษาอีกจำนวนกว่า 35 หลักสูตร โดยดำเนินการเชิงรุกผ่านเครือข่ายโรงเรียนมัธยมศึกษากว่า 143 แห่ง ความร่วมภาคีมหาวิทยาลัยต่างประเทศจาก 12 ประเทศ (โครงการต่อเนื่อง)

2. การส่งเสริมและพัฒนาหลักสูตรให้เข้มแข็งและทันสมัยโดยใช้กระบวนการ Design Thinking และ Co-Creation ร่วมกับภาคีเครือข่ายความร่วมมือ เพื่อให้ได้หลักสูตรที่ตอบโจทย์ความต้องการของผู้เรียน และสอดคล้องกับทิศทางของตลาดแรงงานในปัจจุบันและอนาคต คณะวิทยาศาสตร์มีหลักสูตรที่ดำเนินการร่วมกับสถาบันพันธมิตรต่างประเทศ จำนวน 10 หลักสูตร

3. ระบบนิเวศของการเรียนรู้ (Education Ecosystem) การมีพื้นที่สร้างสรรค์และทำงานร่วมกัน (Co-working Space) รองรับความต้องการของนักศึกษาและบุคลากร จำนวน 18 ห้อง ทั้งพญาไทและศาลายา รองรับผู้ต้องการใช้พื้นที่ได้ถึง 320 คน การจัดกิจกรรมนอกหลักสูตร (Extracurricular Activities การเชื่อมโยงสู่สากล (Globalization) ส่งผลให้จำนวน Inbound และ Outbound เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง (Inbound: 42 (2566), 54 (2567) และ Outbound: 58 (2566), 60 (2567)) การพัฒนานักศึกษาให้เป็น Global Citizen อาทิ (1) ผู้แทนประเทศไทย เข้าร่วมการประชุม Global Young Scientists Summit 2025 จัดโดย National Research Foundation (NRF) ประเทศสิงคโปร์ จำนวน 2 ราย (2) ผู้รับทุน MEXT Scholarship for 2025 เพื่อศึกษาต่อระดับปริญญาโท และปริญญาเอก ณ ประเทศญี่ปุ่น จำนวน 2 ราย เป็นต้น หน่วยส่งเสริมอาชีพวิทยาศาสตร์ (Mahidol Science Career Support Service) จัดตั้งในปี 2567 มีบทบาทในการพัฒนานักศึกษาให้มีความพร้อมสู่โลกการทำงาน โดยจัดกิจกรรม เช่น Mahidol Science Career Talk เวทีเสวนาเพื่อเปิดโลกทัศน์อาชีพ โดยได้รับการตอบรับจากสถานประกอบการเข้าร่วม จำนวน 31 บริษัท และมีผู้เข้าร่วมโครงการกว่า 560 คน ทั้งนี้ มีนักศึกษาที่กำลังจะจบการศึกษาได้งานทำจากกิจกรรมนี้ด้วยเช่นกัน (โครงการต่อเนื่อง)

4. ระบบการติดตามและดูแลนักศึกษาแพทย์สถาบันพระบรมราชชนก ได้พัฒนาขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุดได้มีการจัดทำ Line Official Account เป็นครั้งแรกเพื่อใช้เป็นช่องทางในการดูแลนักศึกษา รวมถึงเป็นแหล่งข้อมูลต่างๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อนักศึกษา ทำให้การสื่อสารระหว่างนักศึกษากับคณะและศูนย์แพทยศาสตร์ศึกษามีประสิทธิภาพมากขึ้น พร้อมกับการเยี่ยมชมและประชุมหารือความร่วมมือระหว่างคณะวิทยาศาสตร์กับศูนย์แพทยศาสตร์ศึกษาและคณะแพทยศาสตร์ในโรงพยาบาลต่างๆ เพื่อรับฟังข้อมูลป้อนกลับและปรับปรุงหลักสูตรแพทยศาสตรบัณฑิตระดับชั้นปรีคลินิกให้ดียิ่งขึ้น

5. การวิจัย Deep Technology ขับเคลื่อนการพัฒนา Deep Talent (Deep Technology Research-Driven Deep Talent Development) นักศึกษาระดับปริญญาตรีทุกคนมีโอกาสนำเสนอผลงานวิจัยในรูปแบบ Oral Presentation และ Poster Presentation ผ่านกิจกรรม Science Project Exhibition โดย มีจำนวนผลงานเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง (2566: 153 ผลงาน, 2567: 194 ผลงาน และ 2568: 227 ผลงาน) ผลงานวิจัยจากโครงงานวิจัยของนักศึกษาระดับปริญญาตรี จำนวน 7 ราย ได้รับคัดเลือกให้ได้รับรางวัล Young Rising Stars of Science Award จากสมาคมวิทยาศาสตร์แห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ (โครงการต่อเนื่อง)

ยุทธศาสตร์ที่ 3 Policy Advocacy, Leaders in Professional / Academic Services and Excellence in Capacity Building for Sustainable Development Goals 

Science-Driven Social Policy and Public Awareness

1. การประยุกต์ใช้องค์ความรู้วิจัย มีการขยายโอกาสและสร้าง Ecosystem รองรับการเป็นที่พึ่งทางวิชาการ และสร้างทรัพย์สินทางปัญญา ตลอดจนการถ่ายทอดเทคโนโลยีกับหน่วยงานคู่ความร่วมมือทั้งภาครัฐและเอกชน ทั้งในและต่างประเทศ เช่น ในด้าน Space Science and Energy & Environment ร่วมมือกับ บริษัท ยูไนเต็ด แอนนาลิสต์ฯ Winrock International และ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ด้าน Functional and Future Food กับ บริษัท Thai Union และ สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) ด้าน Health and Well Being กับ บริษัท EVIDENT-SciEd, บริษัท เบทาโกร และ บริษัท SC21 และด้าน AI and Data Science กับคู่ความร่วมมือทั้งในไทยและต่างประเทศ (โครงการต่อเนื่อง)

2. การวิจัยเพื่อผลักดันเชิงนโยบาย การผลักดันผลงานวิชาการที่สร้าง Impact มุ่งสู่ระดับนโยบาย และตอบโจทย์ SDG เช่น การพัฒนาสารออกฤทธิ์ในกระชายขาวเพื่อต้านเชื้อ COVID-19 รองศาสตราจารย์ พญ.อรุณี ธิติธัญญานนท์ และ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ศุภฤกษ์ บวรภิญโญ ที่ได้รับมาตรฐาน และพร้อมที่จะพัฒนาเป็นผลิตเป็นอาหารเสริมหรือเวชภัณฑ์รักษาโรคในอนาคต โครงการการวิเคราะห์องค์ประกอบโปรตีนในข้าวที่ปลูกในสภาวะตึงเครียดสูง อาจารย์ ดร.ทัฏพงศ์ ตุลยานนท์ ที่ได้รับการยอมรับจากกลุ่มวิจัยประเทศจีนให้เข้าร่วมโครงการอวกาศแห่งชาติจีน โครงการประยุกต์ใช้นวัตกรรมเส้นใยสับปะรด (เสื้อเกราะกันกระสุน) และการจัดการของเหลือทิ้งจากอุตสาหกรรมให้เกิดประโยชน์สูงสุด รองศาสตราจารย์ ดร.ทวีชัย อมรศักดิ์ชัย ที่ได้รับความเชื่อถือจากหน่วยงานความมั่นคงแห่งชาติว่ามีมาตรฐานความปลอดภัยสูงมาก

ยุทธศาสตร์ที่ 4 Management Innovation for Sustainability 

Management Platform for Deep Science and Sustainability

1. พัฒนาระบบการดำเนินงานด้านกายภาพและสิ่งแวดล้อมให้มีความปลอดภัย มุ่งสร้างสร้างสภาพแวดล้อมในการทำงานที่มุ่งสู่ Lively Campus ทำให้คณะวิทยาศาสตร์ได้รับรางวัลสถานศึกษาปลอดภัย จากกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2560 ถึงปัจจุบัน รวมถึงการสร้างรายได้จากการใช้งานพื้นที่อย่างมีประสิทธิภาพ

2. สร้างกระบวนการ Digital Transformation อย่างเป็นระบบ พัฒนาและปรับปรุงระบบที่สำคัญ เช่น ระบบจัดสอบของนักศึกษาระดับปริญญาตรี ระบบคลังข้อสอบนักศึกษาแพทย์และบัณฑิตศึกษา Line Bot สำหรับนักศึกษาแพทย์และบัณฑิตศึกษา เป็นต้น (โครงการต่อเนื่อง)

2. เป้าหมายที่ท่านคาดหวังว่าจะดำเนินการเพิ่มเติมในอีก 2 ปีข้างหน้า (ปีงบประมาณ 2569-2570) 

ยุทธศาสตร์ที่ 1 World Class Research & Innovation 

1. Knowledge Hubs and Culture for Deep Science and Technology: สร้างวัฒนธรรมและศูนย์รวมองค์ความรู้ที่เข้มแข็งใน 4 กลุ่มสาขาหลัก

2. การจัดตั้งศูนย์ความเป็นเลิศเฉพาะทาง (1) ATMP Center ผลักดันการวิจัยและพัฒนาด้านการแพทย์ขั้นสูงและการประยุกต์ใช้ AI ในวิทยาศาสตร์ชีวภาพ (2) Deep Science Center for Future Food พัฒนานวัตกรรมอาหารแห่งอนาคต (3) Space Science Center มุ่งเน้นวิทยาศาสตร์อวกาศ (4) MUSC AI Center เป็นโครงสร้างพื้นฐานสำหรับการวิจัยที่ต้องใช้การประมวลผลขั้นสูง

3. เป้าหมาย Output ผลงานวิจัยตีพิมพ์ใน Q1 ให้อยู่ในระดับ ไม่น้อยกว่า 85-90% และผลงานวิจัยตีพิมพ์ใน Top 10% ไม่น้อยกว่า 35% (โครงการต่อเนื่อง)

ยุทธศาสตร์ที่ 2 Innovative Education and Authentic Learning 

1. การสร้างโอกาสและขยายตลาดกลุ่มผู้เรียน อาทิ ทุน Alpha ก้าวแรกสู่ความเป็นเลิศทางวิทยาศาสตร์ ตั้งเป้า 100 ล้าน สร้าง 100 โอกาส การศึกษาด้านวิทยาศาสตร์

2. การส่งเสริมและพัฒนาหลักสูตรให้เข้มแข็งและทันสมัย ได้แก่ (1) เปิดหลักสูตรวิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาฟิสิกส์การแพทย์และเทคโนโลยี (หลักสูตรนานาชาติ) (2) พัฒนาหลักสูตร ป.โท ด้าน Anti-aging ผ่านกระบวนการ กระบวนการ Design Thinking และ Co-Creation ร่วมกับภาคีเครือข่ายความร่วมมือ (3) ดำเนินการปรับปรุงหลักสูตรปัจจุบันให้สอดคล้องกับแนวทาง “สหกิจศึกษา” (Co-operative Education) เพื่อเตรียมความพร้อมให้กับนักศึกษาในการเข้าสู่ตลาดแรงงาน โดยเฉพาะในภาคอุตสาหกรรม (โครงการต่อเนื่อง)

3. ระบบนิเวศของการเรียนรู้ (Education Ecosystem) ได้แก่ โครงการ Mahidol Innovative Learning Space @ Yothi Science District – MILSYS รองรับ นักศึกษา บุคลากร คณะวิทยาศาสตร์ หรือส่วนงานใกล้เคียง รวมถึงบุคคลภายนอก บริษัทเอกชน หรือหน่วยงานที่ร่วมทุน ที่ทำ MOU ร่วมกัน, การจัดตั้ง International Students Hub @ Phaya Thai Campus (โครงการต่อเนื่อง)

ยุทธศาสตร์ที่ 3 Policy Advocacy, Leaders in Professional / Academic Services and Excellence in Capacity Building for Sustainable Development Goals 

1. ด้านการประยุกต์ใช้องค์ความรู้วิจัยและการศึกษา พัฒนาและปรับปรุง “Smart Platform” (เช่น SC-PROJECT HUB) ให้เป็นแพลตฟอร์มบริการวิชาการที่ครบวงจร เข้าถึงง่ายสำหรับผู้ใช้บริการภายนอก พัฒนากระบวนการเชิงระบบต่างๆ (โครงการต่อเนื่อง)

2. ด้านวิจัยเชิงนโยบาย เป็นศูนย์กลางการขับเคลื่อนนโยบายสังคมที่มีฐานจากวิทยาศาสตร์ (Social Policy Driven by Science) และเป็นผู้นำด้านการสื่อสารวิทยาศาสตร์เพื่อสร้างความเชื่อมั่นของสังคมต่อวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (Science Communication for Social Trust) ทั้ง 4 ด้าน (โครงการต่อเนื่อง)

ยุทธศาสตร์ที่ 4 Management Innovation for Sustainability 

1. พัฒนากระบวนการส่งเสริมบุคลากรสายวิชาการและสายสนับสนุนสู่การเป็น Global Talent

2. ขับเคลื่อนโครงการ “Smart HRD” โดยใช้ AI & Data Analytics (โครงการต่อเนื่อง)

3. สร้าง Platform พัฒนา Leadership

4. พัฒนาระบบการดำเนินงานพื้นฐานในการจัดการด้านสิ่งแวดล้อม เพื่อรับการรับรองมาตรฐาน ISO 14001 มาตรฐานระบบการจัดการสิ่งแวดล้อม (Environment management System) (โครงการต่อเนื่อง)

5. พัฒนาระบบวิเคราะห์ข้อมูลแบบบูรณาการ โดยเชื่อมโยงข้อมูลจากหลายระบบสารสนเทศภายในองค์กรมาแปลงเป็นสารสนเทศเชิงลึก (Insight) (โครงการต่อเนื่อง)

6. จัดทำ Financial Management System โดยมีเป้าหมายในการเพิ่มรายได้จากการบริหารจัดการและการลงทุน (1) เพิ่มรายได้จากการใช้ทรัพยากรที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ไม่น้อยกว่าร้อยละ 10 ภายในปี พ.ศ. 2570 (2) เพิ่มรายได้จากการบริการวิชาการ ซึ่งเป็นหนึ่งในสมรรถนะหลักในการถ่ายทอดองค์ความรู้และสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสังคม ไม่น้อยกว่าร้อยละ 50 ภายในปี พ.ศ. 2570

7. ยกระดับมาตรฐาน ITA สู่ความเป็นเลิศ ITA Excellence เป้าหมายจาก 86.93 คะแนน เป็น 90.00 คะแนน หรือสูงกว่า (โครงการต่อเนื่อง)

สภามหาวิทยาลัยมหิดล ร่วมแสดงความยินดี ในโอกาสที่ผู้บริหารมหาวิทยาลัยมหิดล ผู้บริหารส่วนงาน ได้รับพระบรมราชโองการ โปรดเกล้าฯ แต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง “ศาสตราจารย์”

วันที่ 18 มิถุนายน 2568 ศาสตราจารย์คลินิกเกียรติคุณ นายแพทย์ปิยะสกล สกลสัตยาทร นายกสภามหาวิทยาลัยมหิดล พร้อมด้วยคณะกรรมการสภา มหาวิทยาลัยมหิดล และศาสตราจารย์ นายแพทย์ปิยะมิตร ศรีธรา อธิการบดีมหาวิทยาลัยมหิดล ร่วมแสดงความยินดีในการประชุมสภามหาวิทยาลัยมหิดล ครั้งที่ 56/2568 เนื่องในโอกาสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม แต่งตั้ง ศาสตราจารย์ ดร. เภสัชกรเนติ สุขสมบูรณ์ รองอธิการบดีฝ่ายการศึกษา มหาวิทยาลัยมหิดล ได้รับพระบรมราชโองการ โปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ให้ดำรงตำแหน่ง ศาสตราจารย์ (สาขาวิชาเภสัชกรรมคลินิก) และรองศาสตราจารย์ ดร.พรรณชฎา ศิริวรรณบุศย์ คณบดีคณะสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ได้รับพระบรมราชโองการ โปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ให้ดำรงตำแหน่ง ศาสตราจารย์ (สาขาวิชารัฐศาสตร์) โดยมีประกาศในราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ 9 มิถุนายน 2568 ที่ผ่านมา ณ ห้องประชุมศาสตราจารย์เกียรติคุณ นายแพทย์นที รักษ์พลเมือง ชั้น 5 สำนักงานอธิการบดีมหาวิทยาลัยมหิดล ศาลายา

คณะกรรมการสภามหาวิทยาลัยมหิดล รับฟังผลการดำเนินงานของส่วนงาน (University Council Visit : 4) ครั้งที่ 5/2568 ของวิทยาลัยศาสนศึกษา มหาวิทยาลัยมหิดล

วันที่ 13 มิถุนายน 2568 ศาสตราจารย์คลินิกเกียรติคุณ นายแพทย์ปิยะสกล สกลสัตยาทร นายกสภามหาวิทยาลัยมหิดล พร้อมด้วยกรรมการสภามหาวิทยาลัยมหิดล และทีมผู้บริหาร รับฟังผลการดำเนินงานของส่วนงาน (University Council Visit : 4) ครั้งที่ 5/2568 ของวิทยาลัยศาสนศึกษา มหาวิทยาลัยมหิดล และรับฟังผลการดำเนินงานที่ผ่านมา รวมทั้งการพัฒนาและความท้าทายในอนาคต โดยมี ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ไพเราะ มากเจริญ คณบดีวิทยาลัยศาสนศึกษา มหาวิทยาลัยมหิดล พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร คณาจารย์ และบุคลากร เข้าร่วมรับฟังความคิดเห็น ณ ห้องประชุมน้ำทอง คุณวิศาล วิทยาลัยศาสนศึกษา มหาวิทยาลัยมหิดล ศาลายา โดยมีประเด็นดังต่อไปนี้

1.ผลสำเร็จที่ภาคภูมิใจของส่วนงานในระยะเวลา 4 ปีที่ผ่านมา ตามแผนยุทธศาสตร์ของมหาวิทยาลัยมหิดล

ในช่วง 4 ปีที่ผ่านมา วิทยาลัยศาสนศึกษา มหาวิทยาลัยมหิดล ได้ขับเคลื่อนองค์กรขนาดเล็กให้เติบโตอย่างมีทิศทาง ด้วยแนวคิด “Small but Smart” โดยมีผลงานสำคัญดังนี้ (โครงการต่อเนื่อง)
1) พัฒนาหลักสูตร ระดับปริญญาตรีและบัณฑิตศึกษาให้ทันสมัยตามแนว OBE และ AUN-QA (โครงการต่อเนื่อง)
2) เปิดวิชาใหม่ เช่น “การคิดเชิงวิพากษ์” “การคิดสร้างสรรค์และนวัตกรรม” และ ร่วมพัฒนาวิชาโทร่วมกับสถาบันแห่งชาติ เพื่อการพัฒนาเด็กและครอบครัว (โครงการต่อเนื่อง)
3) จัดอบรมครูศาสนา ในโรงเรียนรัฐและเอกชน โดยบูรณาการองค์ความรู้ด้านศาสนาและจิตวิทยาเพื่อเพิ่มศักยภาพการสอน(โครงการต่อเนื่อง)
4) จัดบริการวิชาการระดับนานาชาติ ผ่านเวที “MU CRS Seminar” เพื่อเผยแพร่ความรู้พุทธศาสนาในบริบทสากล (โครงการต่อเนื่อง)
5) สนับสนุนการวิจัย ที่มีคุณภาพ ตีพิมพ์ในวารสาร TCI และ Scopus พร้อมสร้างความร่วมมือกับนักวิชาการต่างประเทศ (โครงการต่อเนื่อง)
6) บริหารจัดการอย่างมีประสิทธิภาพ โดยสามารถชำระหนี้คืนมหาวิทยาลัยได้ครบถ้วน และพัฒนาโครงสร้างภายในให้คล่องตัวและยั่งยืน (โครงการต่อเนื่อง)

2. เป้าหมายที่คาดหวังว่าจะดำเนินการเพิ่มเติมในอีก 2 ปีข้างหน้า (ปีงบประมาณ 2569-2570)
วิทยาลัยศาสนศึกษา มหาวิทยาลัยมหิดล มุ่งเสริมบทบาทเชิงรุกของศาสนาในสังคมยุคใหม่ โดยจะดำเนินโครงการสำคัญใน 4 กลุ่มภารกิจหลัก ดังนี้
1) พัฒนาองค์ความรู้และวิจัยศาสนาเชิงประยุกต์
– จัดตั้งศูนย์ศาสนาประยุกต์ เพื่อเป็นพื้นที่ผลิตองค์ความรู้ด้านศาสนากับโลกปัจจุบัน ทั้งในรูปแบบตำรา หนังสือ และสื่อดิจิทัล
– ศึกษาและจัดระบบเอกสารโบราณทางศาสนา ใช้คัมภีร์และเอกสารเก่าพัฒนาเป็นฐานข้อมูลทางศาสนา กฎหมาย และวัฒนธรรม เพื่อรองรับการวิจัยต่อยอดในเชิง Soft Power
– ขยายการตีพิมพ์ในระดับนานาชาติและสร้างเครือข่ายนักวิจัยในกลุ่มประเทศพุทธศาสนา เพื่อส่งเสริมงานวิชาการให้มีบทบาท ระดับนานาชาติ
2) ขยายความร่วมมือระดับชาติและนานาชาติ
– สัมมนานานาชาติด้านพุทธศาสนาเถรวาท โดยร่วมมือกับหน่วยงานในและต่างประเทศเพื่อผลักดันให้วิทยาลัยเป็นศูนย์กลาง ด้านพุทธศาสนาในภูมิภาค
– อบรมภาษาอังกฤษทางศาสนา เพื่อพัฒนาศักยภาพการสื่อสารของพระสงฆ์และนักเรียน นักศึกษา เพื่อเชื่อมโยงกับโลกสากล
3) พัฒนาการเรียนการสอนและบริการวิชาการที่ตอบโจทย์สังคม
– หลักสูตรใหม่แบบ Dual Degree และ Non-Degree ออกแบบการเรียนที่ยืดหยุ่น ตอบโจทย์ผู้เรียนในยุคหลากหลายวิถี
– หลักสูตรอบรมระยะสั้นและบริการวิชาการตามความต้องการ รองรับหน่วยงานรัฐ เอกชน และองค์กรทางสังคมที่ต้องการความรู้ด้านศาสนา จริยธรรม และประเด็นร่วมสมัย
– โครงการศูนย์ให้คำปรึกษาด้านศาสนาและจริยธรรมเพื่อพัฒนาบริการที่เป็นระบบเพื่อรองรับปัญหาสังคมและความท้าทายใหม่ๆ อย่างมืออาชีพ
4) ส่งเสริมบทบาทของศาสนาในชีวิตประจำวันและความมั่นคงชุมชน
– โครงการพัฒนาสุขภาพจิตโดยใช้หลักศาสนา โดยจัดอบรมครูศาสนาและครูแนะแนวเพื่อเข้าใจคนรุ่นใหม่ และนำศาสนาไปใช้ ในการเสริมสร้างจริยธรรมและสุขภาพจิต
– โครงการศาสนสถานปลอดภัย โดยจัดอบรมและพัฒนาศักยภาพศาสนสถานให้สามารถรับมือภัยพิบัติ เหตุฉุกเฉิน และเป็นพื้นที่ปลอดภัยของชุมชน
– โครงการทั้งหมดนี้สะท้อนจุดยืนของวิทยาลัยในการเป็นทั้งผู้รักษามรดกทางศาสนา และผู้พัฒนาองค์ความรู้ใหม่ที่ตอบโจทย์โลกสมัยใหม่ โดยใช้หลักศาสนาเป็นพลังในการพัฒนาสังคมอย่างยั่งยืน

สภามหาวิทยาลัยมหิดลและคณะกรรมการสภามหาวิทยาลัยมหิดลเยี่ยมส่วนงาน (University Council Visit: 4) โครงการจัดตั้งสถาบันสิทธิมนุษยชนและสันติศึกษา ครั้งที่ 4/2568

วันที่ 13 มิถุนายน 2568 ศาสตราจารย์คลินิกเกียรติคุณ นายแพทย์ปิยะสกล สกลสัตยาทร นายกสภามหาวิทยาลัยมหิดล พร้อมด้วย กรรมการสภามหาวิทยาลัยมหิดล และทีมผู้บริหาร รับฟังผลการดำเนินงานของส่วนงาน (University Council Visit : 4) ครั้งที่ 4/2568 ของ โครงการจัดตั้งสถาบันสิทธิมนุษยชนและสันติศึกษา มหาวิทยาลัยมหิดล และรับฟังผลการดำเนินงานที่ผ่านมา รวมทั้งการพัฒนาและความท้าทายในอนาคต โดยมี รองศาสตราจารย์ ดร.สิทธิวัฒน์ เลิศศิริ รองอธิการบดี มหาวิทยาลัยมหิดล และรักษาการแทนผู้อำนวยการโครงการจัดตั้งสถาบันสิทธิมนุษยชนและสันติศึกษา มหาวิทยาลัยมหิดล พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร คณาจารย์ และบุคลากร เข้าร่วมนำเสนอและรับฟังความคิดเห็น ณ ห้องประชุมอาคารปัญญาพิพัฒน์ โครงการจัดตั้งสถาบันสิทธิมนุษยชนและสันติศึกษา มหาวิทยาลัยมหิดล ศาลายาและผ่านทางออนไลน์ โดยมีประเด็นดังต่อไปนี้

1. ผลสำเร็จที่ภาคภูมิใจของส่วนงานในระยะเวลา 4 ปีที่ผ่านมา ตามแผนยุทธศาสตร์ของมหาวิทยาลัยมหิดล

ยุทธศาสตร์ที่ 1 World Class Research & Innovation

1.Publication: SCOPUS Q1
– Boontinand, V. (2024). Educating about, through and for human rights and democracy in uncertain times: The promise of the pedagogy of the community of philosophical inquiry. Educational Philosophy and Theory. 1-14.

– Kranrattanasuit, N. (2024). Utilising the communication for development approach to prevent online child trafficking in Thailand. Humanities and Social Sciences Communications, 11(197).

– Capaldi, Mark P. (2023). The sexual exploitation of boys: Lost on the margins of GBV responses? Child Abuse & Neglect, 142(Pt 2). (Dr. Mark Peter Capaldi)

– Boontinand, V. (2023). Educating for citizenship in a fragile democracy: interrogating civic agenda in Thai higher education. Compare, 53(3), 471 – 487.

2. Innovation :

– 2025 Innovation Silver Award in Cultural Creativity, Education, and Social Science, Bangkok International Intellectual Property, Innovation and Technology Exposition: IPITEx2025

ยุทธศาสตร์ที่ 2 Innovation Education and Authentic Learning
1.เป็นผู้นำในการจัดการเรียนการสอนด้านสิทธิมนุษยชนและสันติภาพแบบสหวิทยาการ ในระดับภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยเป็นผู้ประสานงานหลักของ Global Campus of Human Rights ในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก และจัดอบรมเพื่อพัฒนาหลักสูตรและพัฒนาศักยภาพการจัดการเรียนการสอนด้านสิทธิมนุษยชน ให้แก่นักวิชาการในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยเฉพาะสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา (โครงการต่อเนื่อง)
2. อาจารย์ของโครงการจัดตั้งสถาบันฯ คือ Dr. Michael George Hayes ยังได้รับการสนับสนุนและผ่านการประเมินระดับคุณภาพการจัดการเรียนการสอน MUPSF ระดับ 3 Senior Fellow (SFHEA) การจัดการเรียนการสอนข้ามศาสตร์ ตามเกณฑ์มาตรฐานคุณภาพอาจารย์มหาวิทยาลัยมหิดล (MUPSF)

ยุทธศาสตร์ที่ 3 Policy Advocacy, Leaders in Professional / Academic Services and Excellence in Capacity Building for Sustainable Development Goals
1.ร่วมมือกับเครือข่ายระหว่างประเทศ Global Campus of Human Rights ในการเสริมสร้างศักยภาพในการจัดการเรียนการสอนด้านสิทธิมนุษยชน สันติภาพ และประชาธิปไตย และการทำวิจัยด้านสิทธิมนุษยชน ให้แก่นักวิชาการและนักศึกษาชาวเมียนมา ที่ได้รับผลกระทบจากความขัดแย้งทางการเมือง เพื่อสร้างบุคลากรที่มีความรู้ความเข้าใจในหลักการด้านสิทธิมนุษยชนและสันติภาพ (โครงการต่อเนื่อง)
2.ได้รับการยอมรับจากองค์กรและเครือข่ายด้านสิทธิมนุษยชนและสันติศึกษาทั้งในและต่างประเทศ โดยเป็นสำนักเลขาฯ เครือข่ายมหาวิทยาลัยอาเซียน ด้านการศึกษาสิทธิมนุษยชน (ASEAN University Network-Human Rights Education: AUN-HRE) เป็นสมาชิกเครือข่าย Southeast Asian Human Rights Studies Network (SEAHRN) และเป็นสำนักเลขาฯ โครงการ Strengthening Human Rights and Peace Research and Education in ASEAN/Southeast Asia (SHAPE-SEA) และโครงการ Enhancing Access to Education on Human Rights, Democracy & Peace in Myanmar (PNMD)
3.โครงการบริการวิชาการและการรับผิดชอบต่อสังคมของโครงการจัดตั้งสถาบันฯ โดยเฉพาะในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนใต้อย่างต่อเนื่องในช่วงหลายปีที่ผ่านมานั้น สามารถสร้างความเข้มแข็งให้กับกลุ่มเปราะบางในพื้นที่ได้เป็นอย่างมาก สามารถสร้างตัวแบบของการอยู่ร่วมกันอย่างสันติ เป็นผู้นำในการจัดทำข้อเสนอเชิงนโยบายขับเคลื่อนกระบวนการสร้างสันติภาพด้าวยการประสานพลังภาคประชาสังคมและภาคการเมือง โดยมีโครงการเพื่อนรักต่างศาสนา ที่ได้รับทุนสนับสนุนจากมหาวิทยาลัยมหิดล เป็นการตอบเป้าหมาย SGDs Goal 3, 4, 16, 17 (โครงการต่อเนื่อง)

ยุทธศาสตร์ที่ 4 Management Innovation for Sustainability
1.โครงการจัดตั้งสถาบันฯ มีการปรับการบริหารงบประมาณโดยการเปลี่ยน Profit center จากเดิมเป็นการบริหารงบประมาณ ภายใต้สำนักงานอธิการบดี (รหัส 0123) เปลี่ยนเป็นการบริหารงบประมาณให้มีสถานะเทียบเท่าระดับส่วนงาน (รหัส P41) เนื่องจากโครงการจัดตั้งสถาบันฯ มีรายได้จากแหล่งต่างๆ เข้ามามากขึ้น เช่น รายได้จากแหล่งทุนภายนอก รายได้จากการบริการและวิจัย รายได้ค่าบำรุงรับจัดสรร เป็นต้น ในการดำเนินงานดังกล่าวทำให้ทางโครงการจัดตั้งสถาบันฯ มีการบันทึกบัญชีเทียบเท่าส่วนงาน ทำให้ทราบถึงรายรับรายจ่ายได้ชัดเจนมากยิ่งขึ้น แต่ยังมีข้อจำกัดว่าโครงการจัดตั้งสถาบันฯ ยังไม่สามารถเข้าถึงรายละเอียดข้อมูลในระบบ ERP ได้ครบถ้วน

2.เป้าหมายที่ท่านคาดหวังว่าจะดำเนินการเพิ่มเติมในอีก 2 ปีข้างหน้า (ปีงบประมาณ 2569-2570)
ยุทธศาสตร์ที่ 1 World Class Research & Innovation
1.โครงการหลักสูตรสิทธิมนุษยชนและการพัฒนาประชาธิปไตย (APMA Progam) ภายใต้การสนับสนุนจาก Global Campus of Human Rights (GC) ให้เกิดการทำงานวิจัยข้ามภูมิภาคในสาขาสิทธิมนุษยชนและการพัฒนาประชาธิปไตย ในปีงบประมาณ 2569-2570 มีการลงนามความร่วมมือ ร่วมกับ UN โดยมี OHCHR เป็นผู้รับผิดชอบหลัก ทางหลักสูตรจะทำงานร่วมกับ OHCHR Regional Office of Southeast Asia ในการทำวิจัยในประเด็นที่กำลังได้รับความสนใจ ได้แก่ สิทธิมนุษยชนกับสิ่งแวดล้อม สิทธิมนุษยชนกับธุรกิจ สิทธิมนุษยชนกับการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศ สิทธิมนุษยชนกับผู้หญิง/เยาวชน และสิทธิมนุษยชนกับเทคโนโลยีดิจิทัล เป็นต้น
2.โครงการวิจัยการพัฒนาเมืองสิทธิมนุษยชน (Human Rights City – HRC) ได้รบทุนวิจัยจากสภาวิจัยแห่งชาติ (วช) ศึกษาและถอดบทเรียนจากเครือข่ายเมืองสิทธิมนุษยชนต้นแบบใน 4 ประเทศ เพื่อพัฒนาโมเดลเมืองสิทธิมนุษยชน และจัดทำตัวชี้วัดคุณภาพมาตรฐานเมืองสิทธิมนุษยชน และจัดทำข้อเสนอเชิงนโยบายในการสร้างเมืองสิทธิมนุษยชนในประเทศไทย ส่งเสริมธรรมาภิบาล และการเคารพสิทธิมนุษยชนในสังคมไทย เกิดผลผลิตเป็นบทความวิจัยตีพิมพ์เผยแพร่ในวารสารนานาชาติ Q1 – Q2 ในฐาน SCOPUS

ยุทธศาสตร์ที่ 2 Innovation Education and Authentic Learning
1.หลักสูตรฯ จะร่วมกับศูนย์ประสานงานเครือข่าย Global Campus of Human Rights ในการพัฒนาการเรียนการสอนด้านสิทธิมนุษยชนและการพัฒนาประชาธิปไตยในแบบออนไลน์ให้มากขึ้น โดยจะมีการใช้รูปแบบการจัดการเรียนการสอนให้ผู้เรียนได้เรียนรู้จากผู้เชี่ยวชาญและนักเคลื่อนไหวทั้งในเอเชียแปซิฟิกและภูมิภาคอื่นๆ
2.การวางแผนกิจกรรม workshop หรือการอบรมออนไลน์ที่มีวิทยากรเป็นผู้เชี่ยวชาญในสาขาสิทธิมนุษยชนและการพัฒนาประชาธิปไตยในช่วงปีงบประมาณ 2569-2570 อันเป็นผลจากการลงนามความร่วมมือระหว่าง Global Campus of Human Rights และ OHCHR (UN)

ยุทธศาสตร์ที่ 3 Policy Advocacy, Leaders in Professional / Academic Services and Excellence in Capacity Building for Sustainable Development Goals
1.บุคลากรของหลักสูตรฯ มีบทบาทในการเสริมสร้างศักยภาพของนักปฏิบัติการด้านสิทธิมนุษยชนรุ่นใหม่ผ่านโครงการและกิจกรรมของ Global Campus of Human Rights โดยกิจกรรมเหล่านั้นมีส่วนในการส่งเสริม SDGs Goal 4, 5, 10, 16, 17 เพราะมีการทำงานร่วมกันระหว่างองค์กรที่ทำงานด้านสิทธิมนุษยชนและการพัฒนาประชาธิปไตยในเอเชียแปซิฟิกและระหว่างภูมิภาคเพื่อเป้าหมายคือการสร้างความรู้ความเข้าใจเรื่องสิทธิมนุษยชนให้แก่ประชาชนในสังคมและสร้างความเข้มแข็งให้แก่สิทธิมนุษยชนและประชาธิปไตยในเอเชียแปซิฟิก
2.ขับเคลื่อนนโยบายสร้างสุขภาวะสันติภาพชายแดนใต้ ผ่านโครงการเพื่อนรักษ์สุขภาวะ เพื่อส่งเสริม SDGs Goal 2, 3, 4, 5, 11, 16, 17 โครงการนี้อยู่ระหว่างการพัฒนาโครงการร่วมกับ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาวะ (สสส.) ซึ่งเป็นผู้ใช้ประโยชน์จากข้อเสนอเชิงนโยบายและแนวทางการขับเคลื่อนนโยบายโดยตรง

ยุทธศาสตร์ที่ 4 Management Innovation for Sustainability
1.พัฒนาบุคลากรสายสนับสนุนให้มีทักษะความเชี่ยวชาญการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อขับเคลื่อนยุทธศาสตร์มหาวิทยาลัยได้อย่างมีประสิทธิภาพตอบโจทย์ความยั่งยืนขององค์กร

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    เปิดใช้งานตลอด

    ประเภทของคุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้

  • สภามกาวิทยาลัยมหิดล

    เว็บไซต์ของมหาวิทยาลัยมหิดลใช้คุกกี้เพื่อจำแนกผู้ใช้งานแต่ละคน โดยทำหน้าที่หลักคือประมวลทางสถิติ ตลอดจนลักษณะเฉพาะของกลุ่มผู้ใช้บริการนั้นๆ ซึ่งข้อมูลดังกล่าวจะนำมาใช้ในการวิเคราะห์รูปแบบพฤติกรรม ของผู้ใช้บริการ และมหาวิทยาลัยจะนำผลลัพธ์ดังกล่าวไปใช้ในการปรับปรุงเว็บไซต์ให้ตอบสนองความต้องการ และการใช้งานของผู้ใช้บริการให้ดียิ่งขึ้น อย่างไรก็ตามข้อมูลที่ได้แนละใช้ประมวลผลนั้นจะไม่มีการระบุชื่อ หรือบ่ง บอกความเป็นตัวตนของผู้ใช้บริการแต่อย่างใด อีกทั้งไม่มีการเก็บข้อมูลส่วนบุคคล เช่น ชื่อ, นามสกุล, อีเมล เป็น ต้น และใช้เป็นเพียงข้อมูลทางสถิติเท่านั้น ซึ่งจะช่วยให้มหาวิทยาลัยสามารถมอบประสบการณ์ที่ดีในการใช้งาน เว็บไซต์สำหรับคุณ และช่วยให้สามารถปรับปรุงเว็บไซต์ให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นได้ในเวลาเดียวกัน ทั้งนี้คุณสามารถ เลือกตัวเลือกในการใช้งานคุกกี้ได้

บันทึกการตั้งค่า